โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับฟุตบอลโลกที่อาจเป็นบทสุดท้าย

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เดินเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยสถานะที่ไม่ต้องมีใครช่วยปั้นคำสวย ๆ ให้แล้ว เพราะนี่คือกัปตันทีมชาติอียิปต์ ตำนานลิเวอร์พูล และหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการลูกหนังแอฟริกาแบบไม่ต้องเถียงให้เสียเวลา

ในวันที่อียิปต์มีคิวเปิดสนามพบเบลเยียมที่ซีแอตเทิล ซาลาห์มีอายุครบ 34 ปีพอดี และบ็อบ แบรดลีย์ อดีตกุนซือทีมชาติอียิปต์ ซึ่งเคยทำงานใกล้ชิดกับเขา ก็ส่งข้อความไปอวยพรทั้งเรื่องวันเกิดและเกมใหญ่ของทีมชาติ

“I haven’t gotten to see him in a while, and we always talk about how we’ve got to figure out a way to get together, but in the meantime, we stay in touch,”

“ผมไม่ได้เจอเขามาสักพักแล้ว และเรามักคุยกันว่าเราต้องหาทางนัดเจอกันให้ได้ แต่ระหว่างนี้เรายังติดต่อกันอยู่เสมอ”

สถิติที่บอกชัดว่า ซาลาห์ไม่ใช่แค่ซูเปอร์สตาร์ธรรมดา

ก่อนเกมกับเบลเยียม ซาลาห์ลงสนามให้ทีมชาติอียิปต์ไปแล้ว 116 นัด ยิงได้ 67 ประตู รั้งอันดับ 2 ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติชายอียิปต์ และตามหลังสถิติ 69 ประตูของฮอสซัม ฮัสซัน กุนซือทีมชาติคนปัจจุบันเพียง 2 ลูกเท่านั้น

เป้าหมายของอียิปต์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่ใช่แค่มาให้ครบจำนวนทีม แต่คือการล่าชัยชนะนัดแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก และหวังทะลุเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ให้ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งถ้าจะมีใครแบกความหวังระดับนั้นไหว ชื่อของซาลาห์ยังคงอยู่หัวแถวแบบไม่ต้องส่องแว่นหา

แบรดลีย์เห็นอะไรในตัวซาลาห์ตั้งแต่วันแรก

แบรดลีย์ย้อนความว่า ซาลาห์ประเดิมทีมชาติอียิปต์ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ก่อนที่เขาจะเข้ารับตำแหน่งกุนซือในปี 2011 ได้ราวหนึ่งเดือน และสิ่งที่สะดุดตาทันทีคือความเร็ว พลัง และความดุดันในสนามซ้อม

“Two things. First, from the very beginning in training, you could see how quick and powerful he was, really dynamic.”

“มีสองอย่าง อย่างแรก ตั้งแต่วันแรก ๆ ในการซ้อม คุณเห็นได้เลยว่าเขาเร็วและทรงพลังแค่ไหน เขามีความไดนามิกมากจริง ๆ”

แบรดลีย์ยังเปรียบซาลาห์กับฮริสโต สตอยช์คอฟ อดีตแข้งระดับตำนานที่ถนัดซ้าย แข็งแกร่ง และไม่ใช่ปีกที่ยืนแช่อยู่ริมเส้นเฉย ๆ แต่เป็นตัวรุกที่ชอบลากจากพื้นที่กว้างตัดเข้าเขตโทษเพื่อเป็นภัยคุกคามในการทำประตู

อีกจุดที่ทำให้แบรดลีย์มั่นใจว่าซาลาห์จะไปได้ไกล คือความอยากถูกสอน อยากถูกท้าทาย และความกระหายในการพัฒนาตัวเอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ติดตัวเขามาตลอดเส้นทางอาชีพ

ลูกยิงที่ทำให้ซาลาห์แจ้งเกิดเต็มตัวกับอียิปต์

หนึ่งในความทรงจำสำคัญที่แบรดลีย์ไม่ลืมเกิดขึ้นในช่วงคัดบอลโลก 2014 หลังอียิปต์เจอช่วงเวลาหนักจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่พอร์ต ซาอิด เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2012 ซึ่งมีแฟนบอลเสียชีวิต 72 คน ส่งผลให้ลีกในประเทศต้องหยุดแข่งขัน และทีมชาติต้องใช้เกมอุ่นเครื่องนอกประเทศเพื่อประคองสภาพทีม

ในสถานการณ์ที่วุ่นวาย นักเตะหลายคนไม่รู้อนาคตตัวเอง บางคนอาจไม่ได้รับค่าจ้างตามปกติ แต่ทุกคนยังทุ่มเทให้ทีมชาติอย่างน่าชื่นชม และนั่นคือช่วงที่ซาลาห์เริ่มผสานงานกับโมฮาเหม็ด อบูทริกา ได้อย่างลงตัว

อียิปต์เปิดคัดบอลโลกด้วยการชนะโมซัมบิก 2-0 ในสนามว่างเปล่าที่อเล็กซานเดรีย ก่อนบุกไปเยือนกินี นัดนั้นอียิปต์ตามหลัง 0-1 แล้วอบูทริกายิงสองประตูพลิกนำ 2-1 แต่กินีตีเสมอเป็น 2-2 ช่วงท้ายเกม

จากนั้นจังหวะตัดสินก็มาถึง ซาลาห์ขยับจากริมเส้นขวาตัดเข้าในตามรูปแบบที่ซ้อมกันมา รับบอลแล้วปั่นด้วยซ้ายเสียบมุมไกล กลายเป็นประตูชัย และเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่แบรดลีย์มองว่า ซาลาห์ก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ของทีมชาติอียิปต์เคียงข้างอบูทริกาอย่างเต็มตัว

ไม่ใช่แค่เก่ง แต่เป็นคนที่เพื่อนร่วมทีมรัก

นอกสนาม แบรดลีย์พูดถึงซาลาห์ในฐานะคนที่ถ่อมตัว เข้าถึงง่าย และมีบุคลิกยอดเยี่ยม เพื่อนร่วมทีมรักเขา ไม่ใช่เพราะเขาดัง แต่เพราะเขาทำให้คนรอบตัวรู้สึกดีและดีขึ้นจริง ๆ

“His teammates love him. He’s humble, and he’s just a guy with a fantastic personality.”

“เพื่อนร่วมทีมรักเขา เขาถ่อมตัว และเป็นคนที่มีบุคลิกยอดเยี่ยมมาก”

“He’s funny, he’s down to earth. He’s just good to be around and makes everybody better in a real way.”

“เขาเป็นคนตลก ติดดิน อยู่ด้วยแล้วดี และทำให้ทุกคนรอบตัวดีขึ้นในแบบที่เป็นจริง”

เส้นทางจากรถไมโครบัสสู่เวทีโลก

เกร็ดสำคัญที่ทำให้ภาพของซาลาห์ชัดขึ้น คือช่วงวัยเด็กกับสโมสรอัล โมคาวลูน หรือ Arab Contractors เขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนอกไคโร และต้องใช้เวลาเดินทางไปซ้อมรวมขาไปขากลับวันละ 3-4 ชั่วโมง ด้วยรถไมโครบัสสาธารณะที่ต้องต่อหลายทอด

เส้นทางนั้นไม่ใช่ภาพสวย ๆ แบบคลิปโปรโมต แต่มันคือชีวิตจริงของเด็กคนหนึ่งที่ต้องกัดฟันไปซ้อมทุกวัน ก่อนจะกลายเป็นนักเตะที่โลกฟุตบอลต้องหันมามองแบบเต็มตา

มรดกของซาลาห์ต่อวงการฟุตบอล

แบรดลีย์มองว่า มรดกที่ซาลาห์ทิ้งไว้ให้เกมฟุตบอลคือการระเบิดฟอร์มกับลิเวอร์พูล จนกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกที่ถูกเอ่ยชื่อเคียงข้างนักเตะชั้นนำของโลก และสิ่งนี้ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษเพราะเขาคือนักเตะจากอียิปต์ที่ทำได้ด้วยสไตล์ คลาส รอยยิ้ม และความสง่างาม

ซาลาห์ยังเป็นคนที่สนับสนุนโครงการดี ๆ ในอียิปต์แบบเงียบ ๆ ไม่ต้องเดินถือป้ายประกาศให้ใครปรบมือ เขาแสดงให้เห็นทั้งความภูมิใจในบ้านเกิดและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นธรรมชาติ

ฟุตบอลโลก 2026 กับความฝันของอียิปต์

สำหรับฟุตบอลโลก 2026 แบรดลีย์หวังว่าอียิปต์จะเล่นได้ดี ผ่านรอบแบ่งกลุ่ม และมีโอกาสไปได้ไกลกว่านั้น เพราะเขารู้ว่านั่นคือความฝันของซาลาห์ทั้งในฐานะนักเตะและผู้นำทีม

“For sure hope that they can play well, that they can get out of the group [stage] and have a chance to go far in the tournament.”

“แน่นอนว่าผมหวังว่าพวกเขาจะเล่นได้ดี ผ่านรอบแบ่งกลุ่ม และมีโอกาสไปได้ไกลในทัวร์นาเมนต์”

เมื่อถูกถามว่า ซาลาห์เป็นคนแบบไหนในสามคำ แบรดลีย์ตอบสั้น ๆ แต่คมมากว่า

“Humble, proud, positive.”

“ถ่อมตัว ภูมิใจ และคิดบวก”

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

  • ซาลาห์เริ่มสร้างชื่อกับทีมชาติอียิปต์ตั้งแต่อายุยังน้อย และพัฒนาเป็นผู้นำของทีมอย่างต่อเนื่อง
  • จุดเด่นสำคัญของเขาคือการตัดจากริมเส้นขวาเข้าใน แล้วใช้เท้าซ้ายเล่นงานคู่แข่งในพื้นที่อันตราย
  • เส้นทางชีวิตของซาลาห์สะท้อนชัดว่า ความสำเร็จระดับโลกไม่ได้มาจากพรสวรรค์อย่างเดียว แต่ต้องแลกด้วยวินัยและความอดทนมหาศาล

นี่คือเหตุผลว่าทำไมซาลาห์ถึงไม่ใช่แค่ดาวยิงของอียิปต์หรือตำนานของลิเวอร์พูล แต่เป็นนักเตะที่มีอิทธิพลต่อคนทั้งชาติ และยังเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ฟุตบอลโลก 2026 ต้องจับตาแบบห้ามกะพริบตา ติดตามข่าวฟุตบอลโลก ข่าวลิเวอร์พูล และความเคลื่อนไหวลูกหนังรอบโลกได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM