ลิโอเนล เมสซี่สร้างประวัติศาสตร์ไปแล้วบนเวทีฟุตบอลโลก 2026 แต่เงาขนาดยักษ์ของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กำลังไล่กดดันแบบหายใจรดต้นคอ ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสไม่ได้แค่ยิงต่อเนื่อง แต่กำลังเดินหน้าเขียนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ทั้งในระดับชาติและระดับฟุตบอลโลกอย่างดุดัน
จากดาวรุ่งแชมป์โลกปี 2018 สู่กัปตันทีมที่แบกความคาดหวังของทั้งประเทศ เอ็มบัปเป้ทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติฝรั่งเศสไปแล้ว และตอนนี้เป้าหมายต่อไปคือการไล่ล่าตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลก ซึ่งมีเมสซี่และมิโรสลาฟ โคลเซ่เป็นหมุดหมายระดับตำนาน
เอ็มบัปเป้ในฟุตบอลโลก 2026 ยิงแล้ว 3 ประตู
ฟุตบอลโลก 2026 เพิ่งเริ่มต้นสำหรับฝรั่งเศส แต่เอ็มบัปเป้เดินเครื่องเหมือนรู้ดีว่านี่คือทัวร์นาเมนต์ที่จะตัดสินภาพจำครั้งใหญ่ในอาชีพ เขายิงไปแล้ว 3 ประตูในรายการนี้ และทุกลูกล้วนมีน้ำหนักต่อทั้งผลการแข่งขันและประวัติศาสตร์ส่วนตัว

ฝรั่งเศส พบ อิรัก: ประตูที่ 15 ในฟุตบอลโลก และนัดที่ 100 กับตราไก่
เกมกับอิรักคืออีกหนึ่งคืนที่ชื่อของเอ็มบัปเป้ถูกจารึก เขายิงประตูในนาทีที่ 14 ด้วยเท้าซ้ายอันเฉียบขาดจากนอกกรอบเขตโทษ กลายเป็นประตูที่ 15 ในฟุตบอลโลกตลอดอาชีพ พร้อมขยับขึ้นไปเทียบกลุ่มหัวตารางดาวซัลโวสูงสุดของรายการนี้
ประตูดังกล่าวยังเป็นประตูที่ 59 ในนามทีมชาติฝรั่งเศส ตอกย้ำสถานะดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทัพตราไก่อย่างหนักแน่น และที่พิเศษกว่านั้น เกมกับอิรักยังเป็นการลงสนามนัดที่ 100 ของเอ็มบัปเป้ในสีเสื้อทีมชาติฝรั่งเศสด้วย
อีกฉากที่ทำให้เกมนี้ดราม่าขึ้นไปอีก คือการแข่งขันต้องเจอพายุฝนฟ้าคะนองจนช่วงครึ่งหลังล่าช้าออกไป แฟนบอลถูกแนะนำให้หลบภัยตามมาตรการความปลอดภัย ขณะที่ฝรั่งเศสนำอยู่ 1-0 จากประตูของเอ็มบัปเป้ ก่อนเกมกลับมาเดินต่อภายใต้บรรยากาศที่ตึงเครียดกว่าเดิม
ฝรั่งเศส พบ เซเนกัล: คืนที่เอ็มบัปเป้แซงชิรูด์
ก่อนหน้าศึกกับอิรัก เอ็มบัปเป้ระเบิดฟอร์มใส่เซเนกัลด้วยการยิง 2 ประตู พาฝรั่งเศสชนะ 3-1 ที่นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม และประตูที่สองในเกมนั้นทำให้เขาขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติฝรั่งเศสด้วยจำนวน 58 ประตู
เจ้าของสถิติเดิมคือ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่ยิงไว้ 57 ประตู ก่อนอำลาทีมชาติหลังยูโร 2024 โดยชิรูด์ทำประตูที่ 57 ได้ในเดือนมีนาคม 2024 ขณะอายุ 37 ปี แต่เวลานี้บัลลังก์นั้นถูกส่งต่อให้เอ็มบัปเป้อย่างเต็มตัวแล้ว
โปรแกรมทีมชาติฝรั่งเศสในฟุตบอลโลก 2026
- 16 มิถุนายน 2026: ฝรั่งเศส ชนะ เซเนกัล 3-1 ที่นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม
- 22 มิถุนายน 2026: ฝรั่งเศส พบ อิรัก ที่ฟิลาเดลเฟีย สเตเดียม
- 26 มิถุนายน 2026: นอร์เวย์ พบ ฝรั่งเศส ที่บอสตัน สเตเดียม

ตารางดาวซัลโวฟุตบอลโลกตลอดกาลที่เอ็มบัปเป้กำลังไล่ล่า
หลังยิงใส่อิรัก เอ็มบัปเป้ขยับแตะ 15 ประตูในฟุตบอลโลก เทียบชั้นโรนัลโด้ ตำนานทีมชาติบราซิล และเหลือระยะไล่ล่ากลุ่มบนสุดของทำเนียบนี้ไม่ไกลอีกต่อไป ขณะที่เมสซี่เองก็ยังเดินหน้าขยายสถิติของตัวเองในฟุตบอลโลก 2026 เช่นกัน
- ลิโอเนล เมสซี่ อาร์เจนตินา 18 ประตู
- มิโรสลาฟ โคลเซ่ เยอรมนี 16 ประตู
- โรนัลโด้ บราซิล 15 ประตู
- คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ฝรั่งเศส 15 ประตู
- แกร์ด มุลเลอร์ เยอรมนี 14 ประตู
- ชุสต์ ฟงแตน ฝรั่งเศส 13 ประตู
- เปเล่ บราซิล 12 ประตู
ย้อนรอยฟุตบอลโลก 2022: รองเท้าทองคำและแฮตทริกนัดชิง
ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์คือทัวร์นาเมนต์ที่เอ็มบัปเป้ประกาศตัวเป็นนักล่าประตูระดับโหดที่สุดคนหนึ่งของโลก เขายิงไป 8 ประตู คว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดของรายการ และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการยิงแฮตทริกในนัดชิงชนะเลิศกับอาร์เจนตินา เป็นคนแรกที่ทำได้ในรอบชิงฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1966
แม้ฝรั่งเศสจะแพ้อาร์เจนตินาในการดวลจุดโทษ แต่ผลงานของเอ็มบัปเป้ในคืนนั้นไม่ได้ถูกลบเลือน ตรงกันข้าม มันกลายเป็นหลักฐานชัดเจนว่าเขาเกิดมาเพื่อเกมใหญ่ และยิ่งเวทีใหญ่เท่าไร ความอันตรายของเขายิ่งชัดขึ้นเท่านั้น
ย้อนรอยฟุตบอลโลก 2018: เด็กหนุ่มวัย 19 ปีที่สะเทือนโลก
ย้อนกลับไปในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย เอ็มบัปเป้ยังเป็นเพียงดาวรุ่งวัย 19 ปี แต่เขายิงไป 4 ประตู และมีบทบาทสำคัญในการพาฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลก เขายังกลายเป็นนักเตะวัยรุ่นคนที่สองที่ยิงประตูได้ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก หลังซัดใส่โครเอเชียในเกมที่ฝรั่งเศสชนะ 4-2

ทำไมสถิตินี้ถึงสำคัญต่อมรดกลูกหนังของเอ็มบัปเป้
การไล่ล่าสถิติดาวซัลโวฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่มันคือเครื่องวัดระดับตำนาน นักเตะจำนวนมากเก่งในลีก เก่งในสโมสร หรือดังช่วงสั้น ๆ แต่ฟุตบอลโลกคือเวทีที่ตัดสินความนิ่ง ความโหด และความสามารถในการแบกทีมต่อหน้าคนทั้งโลก
เอ็มบัปเป้มีทั้งความเร็ว การจบสกอร์ ความเยือกเย็น และประสบการณ์ในเกมชี้ชะตา เขาเคยเป็นแชมป์โลก เคยยิงแฮตทริกในนัดชิง และตอนนี้กำลังขยับเข้าใกล้สถิติสูงสุดแบบที่คู่แข่งทุกคนต้องหันมามองอย่างระแวง
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : เส้นทางล่าประวัติศาสตร์ของเอ็มบัปเป้
- เอ็มบัปเป้ยิงในฟุตบอลโลกมาแล้วครบทั้งปี 2018, 2022 และ 2026 ทำให้เขายืนระยะในเวทีใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง
- แฮตทริกในนัดชิงฟุตบอลโลก 2022 คือหนึ่งในหลักฐานสำคัญว่าเขาคือผู้เล่นที่เกิดมาเพื่อเกมระดับตัดสินแชมป์
- การแตะหลัก 100 นัดกับทีมชาติฝรั่งเศสพร้อมยิงประตูได้ คือสัญญาณว่าบทบาทของเขาไม่ได้หยุดแค่ดาวยิง แต่เป็นผู้นำยุคใหม่ของทัพตราไก่
ติดตาม ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM อย่างต่อเนื่อง เพราะทุกจังหวะประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก 2026 ทุกประตูสำคัญ และทุกสถิติที่พลิกหน้าตำนาน เราจะสรุปให้เข้มข้น อ่านง่าย และทันเกมที่สุด