ฝรั่งเศสประกาศศักดาแบบไม่ต้องเกรงใจใคร หลังถล่มนอร์เวย์ 4-1 ในเกมชิงจ่าฝูงกลุ่ม I ฟุตบอลโลก 2026 โดยมี อุสมาน เดมเบเล่ เป็นพระเอกเต็มตัวจากแฮตทริกสุดเฉียบ พาเลส์ เบลอส์เก็บชัย 3 นัดรวดในรอบแบ่งกลุ่ม เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 ปีที่พวกเขาทะยานไปถึงตำแหน่งแชมป์โลก
ชัยชนะนัดนี้ไม่ได้เป็นแค่ 3 คะแนนธรรมดา แต่เป็นสัญญาณชัดเจนว่าฝรั่งเศสกำลังเล่นด้วยความมั่นใจสูงสุด แม้ไร้ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ข้างสนาม หลังเจ้าตัวเดินทางกลับฝรั่งเศสจากการสูญเสียคุณแม่ แต่ลูกทีมยังตอบสนองภารกิจได้อย่างแข็งแกร่งและดุดัน
เดมเบเล่ปลดล็อกเวทีใหญ่ แฮตทริกที่เปลี่ยนภาพจำ
ก่อนหน้านี้ เดมเบเล่เคยถูกตั้งคำถามเรื่องผลงานในทัวร์นาเมนต์ใหญ่กับทีมชาติ เพราะลงเล่นรายการเมเจอร์ระดับนานาชาติ 19 นัดก่อนหน้านี้โดยไม่เคยยิงได้ แต่ฟุตบอลโลกหนนี้เขาระเบิดฟอร์มเต็มพิกัด ยิงรวมแล้ว 4 ประตู ขึ้นไปอยู่ในเส้นทางลุ้นดาวซัลโวร่วมกับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เพื่อนร่วมทีมชาติฝรั่งเศส
เกมนี้คือการแสดงระดับมาสเตอร์คลาสของดาวเตะเปแอสเชและเจ้าของบัลลงดอร์ 2025 เมื่อเขาได้พื้นที่ในกรอบเขตโทษและตัดเข้าซ้าย ทุกจังหวะคือฝันร้ายของแนวรับนอร์เวย์ ความผิดพลาดของคู่แข่งที่ปล่อยให้เขามีช่องเล่น กลายเป็นบทลงโทษทันทีแบบไม่มีปรานี
แฮตทริกของเดมเบเล่ยังถูกบันทึกว่าเป็นหนึ่งในแฮตทริกที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก โดยทำได้ในช่วง 32 นาทีแรกของเกม ตามหลังสถิติของ เอริช พร็อบสต์ ดาวยิงออสเตรียที่เคยทำไว้เมื่อปี 1954 เท่านั้น

นอร์เวย์พักฮาลันด์ เสี่ยงแต่มีเหตุผล
นอร์เวย์เลือกโรเตชันทีมครั้งใหญ่ โดย สตาเล่ โซลบัคเค่น พักตัวหลักหลายราย รวมถึง เออร์ลิง ฮาลันด์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด เพื่อถนอมความสดไว้สำหรับรอบน็อกเอาต์ การตัดสินใจนี้อาจดูเสี่ยงเมื่อเจอกับทีมระดับฝรั่งเศส แต่เมื่อมองบริบททั้งหมด นอร์เวย์ผ่านเข้ารอบแล้ว และเป้าหมายใหญ่คือการไปให้ลึกที่สุดเท่าที่ทำได้
“Honestly, I don’t care too much [about the France game],” Haaland said. “We’re through, we managed to get through, which is incredible …so I couldn’t care too much about that game now. They [France] are probably going to win against us, they’re probably going to win the whole tournament.”
“พูดตรง ๆ ผมไม่ได้สนใจเกมกับฝรั่งเศสมากนัก เราผ่านเข้ารอบแล้ว เราทำได้ ซึ่งมันยอดเยี่ยมมาก ดังนั้นผมไม่ได้กังวลกับเกมนั้นเท่าไร พวกเขาน่าจะชนะเรา และพวกเขาน่าจะคว้าแชมป์รายการนี้ด้วย” ฮาลันด์กล่าว
คำพูดนี้ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือความจริงแบบนักฟุตบอลมืออาชีพ นอร์เวย์รู้ดีว่าความลึกของขุมกำลังยังสู้ฝรั่งเศสไม่ได้ หากเสี่ยงใช้งานตัวหลักแล้วเกิดปัญหาในเกมที่ไม่ใช่เดิมพันชี้เป็นชี้ตาย นั่นอาจกระทบเส้นทางประวัติศาสตร์ของทีมมากกว่า

ฝรั่งเศสชุดนี้หยุดยาก เกมรุกโหดเกินรับมือ
ฝรั่งเศส ปิดรอบแบ่งกลุ่มด้วยชัยชนะ 3 นัดรวด และยิ่งเล่นยิ่งเห็นความน่ากลัวของขุมกำลังเกมรุก เอ็มบัปเป้ยืนเป็นหัวหอก ไมเคิล โอลิเซ่คอยเชื่อมเกมด้านหลัง เดซีเร่ ดูเอ้ เติมความสดริมเส้นซ้าย และเมื่อคู่แข่งพยายามปิดด้านหนึ่ง อีกฝั่งยังมีเดมเบเล่พร้อมฉีกเกมทันที
จุดแข็งของฝรั่งเศสไม่ใช่แค่ชื่อชั้นนักเตะ แต่คือบทบาทที่ชัดเจนทั้งทีม ทุกคนรู้หน้าที่ ทุกจังหวะสวนกลับมีความเร็ว ทุกการเข้าทำมีอันตราย แม้เกมรับยังมีรอยรั่วให้เห็นจากประตูตีไข่แตกของนอร์เวย์ แต่พลังโจมตีของพวกเขายังรุนแรงพอจะกลบข้อผิดพลาดได้เกือบทั้งหมด
วันแห่งอารมณ์ เดส์ชองส์ไม่อยู่แต่ทีมยังยืนแข็ง
การขาด ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ คืออีกเรื่องสำคัญของเกมนี้ เขาคุมทีมชาติฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 2012 และถือเป็นหนึ่งในกุนซือทีมชาติที่ทำงานยาวนานที่สุดในวงการฟุตบอลระดับนานาชาติ แต่ในวันที่ต้องกลับบ้านเพราะข่าวเศร้า ทีมงานและนักเตะยังแบกรับภารกิจได้อย่างสมศักดิ์ศรี
“On behalf of the entire France team, France’s family, we extend our condolences to the coach and his family,” said midfielder Aurélien Tchouaméni prior to the match, speaking from the team’s camp. “This is a difficult time for everyone. We tried to make things seem normal, but we have a mission, and we want to make him proud.”
“ในนามของทีมชาติฝรั่งเศสทั้งหมด ครอบครัวของฝรั่งเศส เราขอแสดงความเสียใจกับโค้ชและครอบครัวของเขา นี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับทุกคน เราพยายามทำให้ทุกอย่างดูปกติ แต่เรามีภารกิจ และเราอยากทำให้เขาภูมิใจ” โอเรเลียง ชูอาเมนี่กล่าว
“He gave us a mission, both the staff and the players. Guy will follow the coach’s instructions. We will continue to respect our playing principles. We are confident that we will do everything we can to win.”
“เขามอบภารกิจให้เรา ทั้งสตาฟฟ์และนักเตะ กีจะทำตามคำสั่งของโค้ช เราจะยังเคารพหลักการเล่นของเรา และเรามั่นใจว่าเราจะทำทุกอย่างเพื่อคว้าชัยชนะ”
ภายใต้การดูแลของผู้ช่วยอย่าง กี สเตฟาน ฝรั่งเศสยังคุมเกมได้หนักแน่น โดยเฉพาะแดนกลางที่ ชูอาเมนี่ ทำหน้าที่ได้แข็งแกร่งและนิ่งพอจะประคองจังหวะของทีมตลอดเกม

เส้นทางรอบต่อไป ฝรั่งเศสลุ้นชนสวีเดน นอร์เวย์ดวลไอวอรี่โคสต์
การจบแชมป์กลุ่ม I ทำให้ฝรั่งเศสมีโอกาสสูงที่จะเจอกับสวีเดนที่ New York New Jersey Stadium ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ส่วน นอร์เวย์ แม้แพ้หนักแต่ยังมีแง่บวก เพราะทีมสำรองยังสร้างโอกาสได้หลายครั้ง รวมถึงจังหวะจุดโทษที่พลาดไป และจะเดินหน้าต่อเพื่อเจอกับไอวอรี่โคสต์ในรอบต่อไป
สำหรับ GOALSIAM มองว่านี่คือเกมที่สะท้อนความต่างของทีมเต็งแชมป์กับทีมที่กำลังสร้างประวัติศาสตร์ ฝรั่งเศสมีทั้งคุณภาพ ความลึก และความมั่นใจ ส่วนนอร์เวย์ยังมีอาวุธหนักรอปล่อยในเกมถัดไป นี่จึงไม่ใช่ความพ่ายแพ้ที่ทำลายขวัญ แต่เป็นบททดสอบก่อนเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ของจริง
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ฝรั่งเศสถล่มนอร์เวย์ 4-1
- ฝรั่งเศสชนะครบ 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งเป็นปีที่พวกเขาคว้าแชมป์โลก
- เดมเบเล่ยิงแฮตทริกใน 32 นาทีแรก และขยับขึ้นสู่กลุ่มลุ้นดาวซัลโวฟุตบอลโลกครั้งนี้
- นอร์เวย์พักตัวหลักหลายรายเพื่อรักษาความสดก่อนรอบน็อกเอาต์ แม้แพ้แต่ยังมีสัญญาณบวกจากโอกาสเข้าทำ
ติดตามข่าวฟุตบอลโลก บทวิเคราะห์ก่อนเกม และประเด็นร้อนลูกหนังแบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM ทุกวัน