บีเอลซ่าคอตก อุรุกวัยปิดฉากบอลโลกแบบเจ็บลึก

มาร์เซโล บีเอลซ่า ออกมายอมรับความรับผิดชอบเต็มๆ หลัง อุรุกวัย จบเส้นทางในศึก ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรง หลังพ่าย สเปน 0-1 ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้ อุรุกวัย ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านแบบไร้ชัยชนะตลอดทัวร์นาเมนต์ หลังสองนัดก่อนหน้าทำได้เพียงเสมอ ซาอุดีอาระเบีย และ เคปเวิร์ด ก่อนจะโดน สเปน ปิดบัญชีอย่างเจ็บแสบ

เคปเวิร์ดสร้างประวัติศาสตร์ ทะลุเข้ารอบตามหลังสเปน

สถานการณ์ของกลุ่ม H กลายเป็นหนึ่งในเรื่องช็อกของทัวร์นาเมนต์ เมื่อ เคปเวิร์ด ทีมน้องใหม่ กลายเป็นทีมที่ผ่านเข้ารอบในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม ตามหลัง สเปน ที่คว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่ม

ส่วน อุรุกวัย ที่ถูกมองว่ามีศักยภาพสูงกว่า กลับจบทัวร์นาเมนต์ด้วยเพียง 2 คะแนน และกลายเป็นหนึ่งในทีมอันดับโลกสูงสุดที่ต้องตกรอบเร็วที่สุดของรายการ

คำพูดสุดหนักของบีเอลซ่า หลังยอมรับว่าทิ้งอะไรไว้ไม่ได้เลย

บีเอลซ่า ซึ่งเป็นกุนซือชาวอาร์เจนไตน์ มีสัญญากับสมาคมฟุตบอลอุรุกวัยถึงจบฟุตบอลโลกครั้งนี้ และก่อนหน้านี้เขาเคยบอกว่างานของเขากับทีมชาติจะสิ้นสุดหลังทัวร์นาเมนต์ที่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา

หลังเกมกับ สเปน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอำลา และเป็นคำสารภาพที่หนักหน่วงสำหรับวงการลูกหนังอุรุกวัย

“What do I leave for Uruguayan soccer?”

“ผมทิ้งอะไรไว้ให้ฟุตบอลอุรุกวัย?”

“Nothing, because any contribution that a coach might make to soccer in a country after three years of work never truly takes hold if results aren’t achieved. Fourth place in the qualifiers didn’t count for much, and a third-place finish in the Copa América didn’t, either. And there is obviously no need to spell it out after what happened now.”

“ไม่มีอะไรเลย เพราะไม่ว่าโค้ชคนหนึ่งจะสร้างผลงานอะไรให้ฟุตบอลของประเทศหนึ่งหลังทำงานมา 3 ปี มันจะไม่หยั่งรากจริงๆ หากไม่มีผลการแข่งขันรองรับ อันดับ 4 ในรอบคัดเลือกไม่ได้มีความหมายมากนัก และอันดับ 3 ในโคปา อเมริกา ก็เช่นกัน และแน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมหลังสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้”

“A tenure that left nothing behind.”

“ช่วงเวลาการทำงานที่ไม่ได้ทิ้งอะไรไว้เลย”

รับผิดเต็มบ่า แม้เชื่อว่าอุรุกวัยควรได้มากกว่านี้

บีเอลซ่ายืนยันว่าเขาต้องรับผิดชอบกับผลงานครั้งนี้ทั้งหมด เพราะด้วยคุณภาพนักเตะที่มีอยู่ เขาควรทำให้ทีมสร้างผลงานได้ดีกว่านี้

อย่างไรก็ตาม กุนซือจอมแท็กติกยังมองว่า อุรุกวัย โชคร้ายเกินไปเมื่อเทียบกับรูปเกมและผลงานในสนาม โดยเฉพาะการจบทัวร์นาเมนต์ด้วยแต้มที่น้อยกว่าที่ควรเป็น

“I think we deserved to win seven points from the three matches, but we leave with only two points.”

“ผมคิดว่าเราสมควรได้ 7 คะแนนจาก 3 นัด แต่เรากลับออกจากทัวร์นาเมนต์ด้วยเพียง 2 คะแนน”

รอยแผลเดิมของบีเอลซ่าในฟุตบอลโลก

นี่เป็นครั้งที่สองที่ บีเอลซ่า คุมทีมแล้วไม่สามารถพาทีมผ่านรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกได้ หลังเคยเจอฝันร้ายกับ อาร์เจนตินา ในฟุตบอลโลก 2002 ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น

ผลงานดีที่สุดของเขาในเวทีฟุตบอลโลกเกิดขึ้นกับ ชิลี เมื่อปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ ซึ่งเขาพาทีมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

สเปนเดินหน้าต่อ อุรุกวัยเหลือแต่คำถามใหญ่

ชัยชนะ 1-0 ของ สเปน ไม่ได้เป็นเพียงตั๋วผ่านเข้ารอบ แต่ยังเป็นดาบสุดท้ายที่ฟันความหวังของ อุรุกวัย ให้จบลงแบบไร้ข้อแก้ตัว

ขณะที่ เคปเวิร์ด กลายเป็นทีมม้ามืดที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในกลุ่ม H อุรุกวัยกลับต้องเผชิญคำถามใหญ่หลังจบทัวร์นาเมนต์ ว่าเส้นทางหลังยุคบีเอลซ่าจะเดินต่อไปอย่างไร

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ บีเอลซ่าและอุรุกวัย

  • บีเอลซ่าเป็นโค้ชที่ขึ้นชื่อเรื่องฟุตบอลเพรสซิ่งหนัก ใช้พลังงานสูง และต้องการวินัยแท็กติกอย่างเข้มข้น
  • อุรุกวัยเป็นชาติที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ในฟุตบอลโลก แต่การตกรอบแบบไร้ชัยชนะถือเป็นบาดแผลที่แฟนบอลยากจะลืม
  • ฟุตบอลโลก 2026 เป็นครั้งแรกที่จัดร่วมกัน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา

ติดตามข่าว ฟุตบอลโลก บทวิเคราะห์เกมใหญ่ และความเคลื่อนไหวลูกหนังต่างประเทศแบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM