ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา หลังมหกรรมลูกหนังที่สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ผ่านการต่อสู้อันดุเดือดตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มจนเหลือเพียง 4 ชาติยักษ์ใหญ่ ได้แก่ ฝรั่งเศส สเปน อังกฤษ และอาร์เจนตินา ที่ยังยืนหยัดบนเส้นทางล่าแชมป์โลก

รอบรองชนะเลิศครั้งนี้อัดแน่นด้วยคุณภาพระดับสูง เมื่อแชมป์โลก ทีมแชมป์ทวีป และขุมกำลังระดับซูเปอร์สตาร์ต้องเผชิญหน้ากันแบบไม่มีพื้นที่ให้พลาด ก่อนตัดสินว่าใครจะได้เดินเข้าสู่เกมชิงถ้วยใบใหญ่ในวันที่ 19 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่น

โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ เวลาไทย

  • วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. – ฝรั่งเศส พบ สเปน ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเทกซัส
  • วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. – อังกฤษ พบ อาร์เจนตินา ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย

ทั้งสองเกมคือบททดสอบระดับสูงสุด ฝรั่งเศสต้องปะทะระบบการเล่นที่เฉียบคมของสเปน ขณะที่อังกฤษเตรียมเปิดศึกประวัติศาสตร์กับแชมป์เก่าอาร์เจนตินา โดยผู้ชนะจะคว้าตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทันที

โปรแกรมชิงอันดับ 3 และรอบชิงชนะเลิศ

  • วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 04.00 น. – รอบชิงอันดับ 3 ที่ไมอามี การ์เดนส์
  • วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. – รอบชิงชนะเลิศ ที่อีสต์รัทเธอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์

คู่ชิงอันดับ 3 จะเป็นการพบกันของสองทีมที่แพ้ในรอบรอง ส่วนเกมชิงแชมป์จะตัดสินเจ้าของบัลลังก์ฟุตบอลโลก 2026 หลังผ่านการแข่งขันอันหนักหน่วงยาวนานกว่า 1 เดือน

เส้นทาง 4 ทีมสุดท้ายก่อนเข้าสู่รอบรอง

ผลการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ

  • ฝรั่งเศส ชนะ โมร็อกโก 2-0
  • สเปน ชนะ เบลเยียม 2-1
  • อังกฤษ ชนะ นอร์เวย์ 2-1 หลังต่อเวลาพิเศษ
  • อาร์เจนตินา ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 3-1 หลังต่อเวลาพิเศษ

ฝรั่งเศสเดินหน้าด้วยเกมรุกอันเฉียบขาด ขณะที่สเปนเอาตัวรอดจากเกมหนักกับเบลเยียม ส่วนอังกฤษและอาร์เจนตินาต้องใช้พลังจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนทะลุเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ

ผลฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

  • แคนาดา แพ้ โมร็อกโก 0-3
  • ปารากวัย แพ้ ฝรั่งเศส 0-1
  • บราซิล แพ้ นอร์เวย์ 1-2
  • เม็กซิโก แพ้ อังกฤษ 2-3
  • โปรตุเกส แพ้ สเปน 0-1
  • สหรัฐอเมริกา แพ้ เบลเยียม 1-4
  • อาร์เจนตินา ชนะ อียิปต์ 3-2
  • สวิตเซอร์แลนด์ เสมอ โคลอมเบีย 0-0 ก่อนชนะจุดโทษ 4-3

รอบนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อบราซิล โปรตุเกส สหรัฐอเมริกา และเจ้าภาพร่วมอย่างเม็กซิโกต้องหยุดเส้นทาง ขณะที่อาร์เจนตินาผ่านเกมสุดระทึกกับอียิปต์ และสวิตเซอร์แลนด์ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

ผลฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย

  • แอฟริกาใต้ แพ้ แคนาดา 0-1
  • บราซิล ชนะ ญี่ปุ่น 2-1
  • เยอรมนี เสมอ ปารากวัย 1-1 ก่อนแพ้จุดโทษ 3-4
  • เนเธอร์แลนด์ เสมอ โมร็อกโก 1-1 ก่อนแพ้จุดโทษ 2-3
  • ไอวอรีโคสต์ แพ้ นอร์เวย์ 1-2
  • ฝรั่งเศส ชนะ สวีเดน 3-0
  • เม็กซิโก ชนะ เอกวาดอร์ 2-0
  • อังกฤษ ชนะ ดีอาร์ คองโก 2-1
  • เบลเยียม ชนะ เซเนกัล 3-2 หลังต่อเวลาพิเศษ
  • สหรัฐอเมริกา ชนะ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0
  • สเปน ชนะ ออสเตรีย 3-0
  • โปรตุเกส ชนะ โครเอเชีย 2-1
  • สวิตเซอร์แลนด์ ชนะ แอลจีเรีย 2-0
  • ออสเตรเลีย เสมอ อียิปต์ 1-1 ก่อนแพ้จุดโทษ 2-4
  • อาร์เจนตินา ชนะ เคปเวิร์ด 3-2 หลังต่อเวลาพิเศษ
  • โคลอมเบีย ชนะ กานา 1-0

รอบ 32 ทีม กลายเป็นด่านอันโหดเหี้ยมของหลายชาติชั้นนำ เยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ต้องจอดป้ายจากการดวลจุดโทษ ขณะที่อาร์เจนตินาเกือบสร้างความผิดหวังครั้งใหญ่ ก่อนพลิกสถานการณ์เอาชนะเคปเวิร์ดในช่วงต่อเวลาพิเศษ

สรุปผลการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มครบทุกนัด

วันที่ 11 มิถุนายน 2569

กลุ่ม A เม็กซิโก ชนะ แอฟริกาใต้ 2-0 และเกาหลีใต้ ชนะ เช็ก 2-1

วันที่ 12 มิถุนายน 2569

กลุ่ม B แคนาดา เสมอ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 1-1 ส่วนกลุ่ม D สหรัฐอเมริกา ชนะ ปารากวัย 4-1

วันที่ 13 มิถุนายน 2569

กลุ่ม B กาตาร์ เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 กลุ่ม C บราซิล เสมอ โมร็อกโก 1-1 และเฮติ แพ้ สกอตแลนด์ 0-1 ขณะที่กลุ่ม D ออสเตรเลีย ชนะ ตุรกี 2-0

วันที่ 14 มิถุนายน 2569

กลุ่ม E เยอรมนี ถล่ม กือราเซา 7-1 และไอวอรีโคสต์ ชนะ เอกวาดอร์ 1-0 ส่วนกลุ่ม F เนเธอร์แลนด์ เสมอ ญี่ปุ่น 2-2 และสวีเดน ชนะ ตูนิเซีย 5-1

วันที่ 15 มิถุนายน 2569

กลุ่ม H สเปน เสมอ เคปเวิร์ด 0-0 และซาอุดีอาระเบีย เสมอ อุรุกวัย 1-1 ส่วนกลุ่ม G เบลเยียม เสมอ อียิปต์ 1-1 และอิหร่าน เสมอ นิวซีแลนด์ 2-2

วันที่ 16 มิถุนายน 2569

กลุ่ม I ฝรั่งเศส ชนะ เซเนกัล 3-1 และอิรัก แพ้ นอร์เวย์ 1-4 ขณะที่กลุ่ม J อาร์เจนตินา ชนะ แอลจีเรีย 3-0 และออสเตรีย ชนะ จอร์แดน 3-1

วันที่ 17 มิถุนายน 2569

กลุ่ม K โปรตุเกส เสมอ ดีอาร์ คองโก 1-1 และอุซเบกิสถาน แพ้ โคลอมเบีย 1-3 ส่วนกลุ่ม L อังกฤษ ชนะ โครเอเชีย 4-2 และกานา ชนะ ปานามา 1-0

วันที่ 18 มิถุนายน 2569

กลุ่ม A เช็ก เสมอ แอฟริกาใต้ 1-1 และเม็กซิโก ชนะ เกาหลีใต้ 1-0 ส่วนกลุ่ม B สวิตเซอร์แลนด์ ชนะ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 4-1 และแคนาดา ถล่ม กาตาร์ 6-0

วันที่ 19 มิถุนายน 2569

กลุ่ม D สหรัฐอเมริกา ชนะ ออสเตรเลีย 2-0 และตุรกี แพ้ ปารากวัย 0-1 ส่วนกลุ่ม C สกอตแลนด์ แพ้ โมร็อกโก 0-1 และบราซิล ชนะ เฮติ 3-0

วันที่ 20 มิถุนายน 2569

กลุ่ม F เนเธอร์แลนด์ ชนะ สวีเดน 5-1 และตูนิเซีย แพ้ ญี่ปุ่น 0-4 ส่วนกลุ่ม E เยอรมนี ชนะ ไอวอรีโคสต์ 2-1 และเอกวาดอร์ เสมอ กือราเซา 0-0

วันที่ 21 มิถุนายน 2569

กลุ่ม H สเปน ชนะ ซาอุดีอาระเบีย 4-0 และอุรุกวัย เสมอ เคปเวิร์ด 2-2 ส่วนกลุ่ม G เบลเยียม เสมอ อิหร่าน 0-0 และนิวซีแลนด์ แพ้ อียิปต์ 1-3

วันที่ 22 มิถุนายน 2569

กลุ่ม J อาร์เจนตินา ชนะ ออสเตรีย 2-0 และจอร์แดน แพ้ แอลจีเรีย 1-2 ส่วนกลุ่ม I ฝรั่งเศส ชนะ อิรัก 3-0 และนอร์เวย์ ชนะ เซเนกัล 3-2

วันที่ 23 มิถุนายน 2569

กลุ่ม K โปรตุเกส ถล่ม อุซเบกิสถาน 5-0 และโคลอมเบีย ชนะ ดีอาร์ คองโก 1-0 ส่วนกลุ่ม L อังกฤษ เสมอ กานา 0-0 และปานามา แพ้ โครเอเชีย 0-1

วันที่ 24 มิถุนายน 2569

กลุ่ม B สวิตเซอร์แลนด์ ชนะ แคนาดา 2-1 และบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ชนะ กาตาร์ 3-1 กลุ่ม C สกอตแลนด์ แพ้ บราซิล 0-3 และโมร็อกโก ชนะ เฮติ 4-2 ส่วนกลุ่ม A เช็ก แพ้ เม็กซิโก 0-3 และแอฟริกาใต้ ชนะ เกาหลีใต้ 1-0

วันที่ 25 มิถุนายน 2569

กลุ่ม E เอกวาดอร์ ชนะ เยอรมนี 2-1 และกือราเซา แพ้ ไอวอรีโคสต์ 0-2 กลุ่ม F ญี่ปุ่น เสมอ สวีเดน 1-1 และตูนิเซีย แพ้ เนเธอร์แลนด์ 1-3 ส่วนกลุ่ม D ตุรกี ชนะ สหรัฐอเมริกา 3-2 และปารากวัย เสมอ ออสเตรเลีย 0-0

วันที่ 26 มิถุนายน 2569

กลุ่ม I นอร์เวย์ แพ้ ฝรั่งเศส 1-4 และเซเนกัล ถล่ม อิรัก 5-0 กลุ่ม H เคปเวิร์ด เสมอ ซาอุดีอาระเบีย 0-0 และอุรุกวัย แพ้ สเปน 0-1 ส่วนกลุ่ม G อียิปต์ เสมอ อิหร่าน 1-1 และนิวซีแลนด์ แพ้ เบลเยียม 1-5

วันที่ 27 มิถุนายน 2569

กลุ่ม L ปานามา แพ้ อังกฤษ 0-2 และโครเอเชีย ชนะ กานา 2-1 กลุ่ม K โคลอมเบีย เสมอ โปรตุเกส 0-0 และดีอาร์ คองโก ชนะ อุซเบกิสถาน 3-1 ส่วนกลุ่ม J แอลจีเรีย เสมอ ออสเตรีย 3-3 และจอร์แดน แพ้ อาร์เจนตินา 1-3

รูปแบบฟุตบอลโลก 2026 เปลี่ยนเกมอย่างไร

ฟุตบอลโลกครั้งนี้ขยายจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม แบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม โดยแต่ละชาติลงแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มทีมละ 3 นัด รวมทั้งหมด 72 นัด

ทีมอันดับ 1 และอันดับ 2 ของทุกกลุ่มจะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ พร้อมกับทีมอันดับ 3 ที่มีผลงานดีที่สุดอีก 8 ชาติ ทำให้มีทีมเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายรวมทั้งหมด 32 ทีม

ตั้งแต่รอบน็อกเอาต์เป็นต้นไป ทุกเกมเป็นการแข่งขันแบบแพ้ตกรอบ หากเสมอกันหลังครบ 90 นาที จะต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที แบ่งเป็นครึ่งละ 15 นาที และหากยังไม่มีผู้ชนะจะตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

ศึกสองคู่เดือดที่ไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาด

ฝรั่งเศสกับสเปนคือการเผชิญหน้าของสองทีมที่มีทั้งความเร็ว เทคนิค และระบบการเล่นระดับสูง ฝรั่งเศสแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้าย ขณะที่สเปนเดินหน้าด้วยการครองบอลและการโจมตีที่กดดันคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง

อีกคู่ อังกฤษต้องเผชิญหน้ากับอาร์เจนตินาในเกมที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อังกฤษผ่านบททดสอบหนักกับนอร์เวย์ ส่วนอาร์เจนตินายังคงรักษาความแข็งแกร่งของทีมแชมป์เก่า พร้อมเดินหน้าล่าโอกาสป้องกันบัลลังก์อีกครั้ง

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ฟุตบอลโลก 2026

  • ฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มี 48 ทีม และมีเจ้าภาพร่วม 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา
  • ทีมที่ผ่านถึงรอบชิงชนะเลิศต้องลงเล่นรวม 8 นัด มากกว่ารูปแบบเดิมที่ทีมเข้าชิงลงสนาม 7 นัด
  • การแข่งขันเพิ่มรอบ 32 ทีมสุดท้าย ทำให้เส้นทางสู่แชมป์ยาวขึ้นและเปิดโอกาสให้ชาติหน้าใหม่สร้างผลงานบนเวทีโลก

ฟุตบอลโลก 2026 เหลืออีกเพียงไม่กี่เกมก่อนรู้ชื่อแชมป์ ทุกจังหวะจากนี้อาจกลายเป็นประวัติศาสตร์ ติดตามโปรแกรม ผลการแข่งขัน ข่าวเด่น และทุกความเคลื่อนไหวของวงการฟุตบอลได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM