กรุงมาดริดถูกย้อมด้วยสีแดงและเหลืองทั้งเมือง เมื่อขุนพล ทีมชาติสเปน เดินทางกลับมาตุภูมิพร้อมถ้วยแชมป์โลก ก่อนขึ้นรถบัสเปิดประทุนแห่ฉลองชัยท่ามกลางแฟนบอลมหาศาล หลังปราบอาร์เจนตินา 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ และกลับมายืนบนจุดสูงสุดของวงการฟุตบอลโลกอีกครั้งในรอบ 16 ปี
มาดริดแตก แฟนบอล 1.8 ล้านคนต้อนรับแชมป์โลก
ทัพกระทิงดุของกุนซือ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต เดินทางถึงกรุงมาดริดช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2026 โดยมีแฟนบอลรอต้อนรับตั้งแต่สนามบิน ก่อนขบวนฉลองจะเคลื่อนผ่านถนนสายสำคัญของเมืองหลวง ท่ามกลางคลื่นมหาชนสีแดงและเหลืองที่แน่นขนัดตลอดเส้นทาง
เจ้าหน้าที่ประเมินว่ามีประชาชนประมาณ 1.8 ล้านคนออกมาร่วมต้อนรับทีมแชมป์โลก ขณะที่บริเวณ จัตุรัสซิเบเลส จุดหมายปลายทางของขบวนพาเหรด มีแฟนบอลรวมตัวอยู่ประมาณ 120,000 คน แม้อุณหภูมิในกรุงมาดริดจะพุ่งแตะระดับ 35 องศาเซลเซียสก็ตาม
The celebration is on for the FIFA World Cup champions in Spain 🇪🇸 pic.twitter.com/roYB68csiv
— FOX Sports (@FOXSports) July 20, 2026
ราชวงศ์สเปนและผู้นำประเทศร่วมต้อนรับ
ก่อนเริ่มขบวนแห่ นักเตะและทีมงานเดินทางไปยังพระราชวังซาร์ซูเอลา เพื่อเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการกับ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 สมเด็จพระราชินีเลติเซีย เจ้าหญิงเลโอนอร์ และเจ้าหญิงโซเฟีย จากนั้นจึงเข้าพบ เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน
หลังเสร็จสิ้นภารกิจอย่างเป็นทางการ นักเตะทั้งหมดขึ้นรถบัสเปิดประทุนที่มีข้อความ “Stars shine together” หรือ “ดวงดาวเปล่งประกายไปด้วยกัน” ก่อนเคลื่อนขบวนจากพื้นที่ใกล้พระราชวังมอนโกลอา มุ่งหน้าไปยังซิเบเลส ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มไปทั่วเมือง
เฟร์ราน ตอร์เรส ฮีโร่ดับอาร์เจนตินาช่วงต่อเวลา
ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากชัยชนะเหนืออาร์เจนตินา 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศที่อีสต์รัทเธอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา โดย เฟร์ราน ตอร์เรส สวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยในนาทีที่ 106 ของช่วงต่อเวลาพิเศษ ส่งสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 2 ต่อจากปี 2010
ด้วยเวลาการแข่งขันที่แตกต่างกัน เสียงนกหวีดจบเกมดังขึ้นก่อนเที่ยงคืนของประเทศสเปนเพียงไม่กี่นาที ส่งผลให้แฟนบอลฉลองชัยต่อเนื่องจนถึงเช้าวันจันทร์ ก่อนกลับมารวมตัวครั้งใหญ่อีกครั้งเพื่อรับขบวนแชมป์ในช่วงเย็น
2026 FIFA World Cup champion Marc Cucurella living it up with the fans in Madrid pic.twitter.com/IuIyGQcvkx
— FOX Sports (@FOXSports) July 20, 2026
กูกูเรญาครองเวที ยามาลสร้างสีสันบนรถบัส
มาร์ก กูกูเรญา ซึ่งลงเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายครบทุกนาทีของสเปนตลอดการแข่งขัน ชูถ้วยแชมป์ให้แฟนบอลได้เห็นตลอดเส้นทาง ก่อนคว้าไมโครโฟนร้องเพลงเชียร์ที่นำชื่อของเขามาแต่งเป็นเนื้อร้อง ซึ่งเคยโด่งดังอย่างหนักตั้งแต่ปี 2024
ด้าน ลามีน ยามาล ดาวรุ่งวัย 19 ปี กลายเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางของงานฉลอง เจ้าตัวทั้งร้องเพลงของ Bad Bunny และหยอกล้อกับเพื่อนร่วมทีมบนรถบัส หลังมีบทบาทสำคัญในการพาสเปนคว้าแชมป์โลก ทั้งที่ตอนประเทศคว้าแชมป์ครั้งก่อนเมื่อ 16 ปีก่อน เขายังมีอายุเพียงไม่กี่ขวบ
อีกหนึ่งช่วงเวลาที่เรียกเสียงฮือฮาเกิดขึ้นเมื่อยามาลมองเห็นแฟนบอลถือโปสเตอร์ของ เคย์น น้องชายของเขาอยู่ข้างทาง เจ้าตัวจึงขอให้ส่งโปสเตอร์ขึ้นมาบนรถ ก่อนชูให้ทุกคนได้เห็น สานต่อกระแสความโด่งดังของน้องชายที่สร้างสีสันมาตลอดช่วงฟุตบอลโลกครั้งนี้
โรดรีรับเสียงเชียร์กระหึ่มหลังคว้าโกลเดนบอล
เมื่อขบวนเดินทางถึงจัตุรัสซิเบเลสในช่วงค่ำ นักเตะแต่ละคนถูกเปิดตัวขึ้นเวทีพร้อมเพลงที่เลือกด้วยตัวเอง ก่อนที่ โรดรี กัปตันทีมและเจ้าของรางวัล โกลเดนบอล ฟุตบอลโลก 2026 จะได้รับหนึ่งในเสียงปรบมือที่ดังกึกก้องที่สุดของค่ำคืน
ความสำเร็จของโรดรีมีความหมายอย่างยิ่ง หลังเจ้าตัวเคยเผชิญอาการบาดเจ็บรุนแรงบริเวณหัวเข่าเมื่อปี 2024 แต่สามารถกลับมาเป็นหัวใจในแดนกลาง นำทีมชาติคว้าถ้วยแชมป์โลก และได้รับการยกย่องให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ในอีกสองปีต่อมา
บรรยากาศบนเวทียังเต็มไปด้วยความสนุก เมื่อ บอร์ฆา อิเกลเซียส รับบทดีเจให้เพื่อนร่วมทีมเต้นฉลอง ขณะที่ ไอตานา, อานา เมนา และโลลา อินดิโก เป็นกลุ่มศิลปินที่ร่วมสร้างความบันเทิง ก่อนนักเตะทุกคนจะชูถ้วยแชมป์พร้อมกันต่อหน้าแฟนบอลอีกครั้ง
แชมป์โลกที่เกิดจากเกมรับอันแข็งแกร่ง
เบื้องหลังการเถลิงบัลลังก์ไม่ได้มีเพียงพลังเกมรุกหรือพรสวรรค์ของดาวรุ่ง แต่ยังมาจากแนวรับที่เหนียวแน่นที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก สเปนเสียเพียงประตูเดียวตลอด 8 นัด ซึ่งเป็นสถิติการเสียประตูน้อยที่สุดของทีมที่คว้าแชมป์รายการนี้
อูไน ซิมอน เก็บคลีนชีตได้ถึง 7 นัด ขณะที่ เปา กูบาร์ซี คว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างผู้เล่นมากประสบการณ์อย่างโรดรี กับพลังหนุ่มจากนักเตะวัยรุ่นอย่างยามาลและกูบาร์ซี
19 years old and Lamine Yamal is already on top of the world 👑 pic.twitter.com/gOKLAYCLL7
— FOX Sports (@FOXSports) July 20, 2026
การมาถึงของสเปนยุคใหม่บนจุดสูงสุด
หลังผ่านช่วงเปลี่ยนถ่ายจากขุมกำลังรุ่นที่เคยสร้างความยิ่งใหญ่ในอดีต สเปนยุคใหม่ได้ประกาศตัวอย่างเต็มภาคภูมิว่าพวกเขาคือมหาอำนาจของฟุตบอลทีมชาติ ด้วยโครงสร้างที่มีทั้งดาวรุ่งพรสวรรค์สูง กองกลางครบเครื่อง และแนวรับที่แทบไม่เปิดช่องให้คู่แข่ง
ชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้สเปนกลายเป็นชาติแรกที่ครองแชมป์ฟุตบอลโลกชายและหญิงพร้อมกัน หลังทีมหญิงคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 2023 ขณะที่ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต กลายเป็นกุนซืออายุมากที่สุดที่พาทีมคว้าแชมป์โลก ด้วยวัย 65 ปี 28 วัน
งานฉลองที่กรุงมาดริดจึงไม่ใช่เพียงการปิดฉากฟุตบอลโลก 2026 อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงทุกชาติว่า กระทิงดุสายพันธุ์ใหม่พร้อมเดินหน้าสร้างยุคแห่งความสำเร็จของตัวเองแล้ว
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับแชมป์โลกของสเปน
- สเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกชาย 2 สมัย ในปี 2010 และ 2026 โดยรอบชิงชนะเลิศทั้งสองครั้งจบด้วยชัยชนะ 1-0 หลังต่อเวลาพิเศษ
- สเปนเสียเพียง 1 ประตูตลอดฟุตบอลโลก 2026 สร้างสถิติใหม่สำหรับทีมแชมป์โลก
- ลามีน ยามาล และเปา กูบาร์ซี กลายเป็นสองดาวรุ่งวัย 19 ปีที่ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศและจบทัวร์นาเมนต์ด้วยตำแหน่งแชมป์
ติดตามข่าวฟุตบอลโลก ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ และทุกความเคลื่อนไหวสำคัญของวงการลูกหนังได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM