บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เดินเกมครั้งสำคัญนอกสนาม หลังบรรลุข้อตกลงเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ กัมบะ โอซาก้า สโมสรชั้นนำจากศึกเจลีก ญี่ปุ่น อย่างเป็นทางการ โดยตั้งเป้าผนึกจุดแข็งของสององค์กร เพื่อยกระดับการพัฒนานักเตะเยาวชน การบริหารสโมสร การตลาด และการสร้างฐานแฟนบอลในระดับนานาชาติ

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้ถูกวางไว้เป็นเพียงกิจกรรมระยะสั้น แต่เป็นการเปิดเส้นทางให้สองสโมสรแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์อย่างเป็นระบบ พร้อมผลักดันฟุตบอลไทยและฟุตบอลเอเชียให้เติบโตไปอีกขั้น

เปิด 4 แกนหลักความร่วมมือบุรีรัมย์และกัมบะ

ข้อตกลงระหว่างสองสโมสรครอบคลุมทั้งมิติฟุตบอลและธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ตั้งแต่ระดับอคาเดมีไปจนถึงการขยายมูลค่าของแบรนด์

  1. ร่วมมือด้านการเดินทางไปแข่งขันต่างประเทศและการเข้าร่วมรายการแข่งขันของทีมอคาเดมี
  2. ร่วมกันจัดโรงเรียนสอนฟุตบอลและคลินิกฝึกอบรม เพื่อถ่ายทอดแนวทางการพัฒนานักเตะ
  3. แลกเปลี่ยนและสนับสนุนกิจกรรมด้านการตลาดในประเทศไทยและญี่ปุ่น
  4. ร่วมขยายฐานแฟนบอลและเพิ่มการรับรู้แบรนด์ของทั้งสองสโมสร

โครงสร้างดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักเตะเยาวชนได้สัมผัสมาตรฐานการฝึกซ้อมและการแข่งขันที่แตกต่าง ขณะที่ฝ่ายบริหารสามารถนำแนวทางการทำงานของแต่ละสโมสรมาปรับใช้ เพื่อสร้างการเติบโตทั้งในสนามและนอกสนาม

กัมบะยกบุรีรัมย์เป็นสโมสรแถวหน้าของเอเชีย

นาโอโตะ มิซึทานิ ประธานกรรมการบริหาร และตัวแทนผู้อำนวยการ บริษัท กัมบะ โอซาก้า จำกัด กล่าวถึงการเริ่มต้นความร่วมมือครั้งนี้ว่า

“จากการได้รับโอกาสในครั้งนี้ เราได้บรรลุข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรจากไทยลีก แฟนบอลหลายท่านคงยังจำการพบกันในรายการ ACL เมื่อปี 2015 ได้ดี นี่ คือ สโมสรที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างมากในไทยลีก และเป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมซึ่งผลิตผู้เล่นทีมชาติไทย จำนวนมากจากอคาเดมี เราจะกระชับความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และใช้ประโยชน์จากจุดแข็งที่ทั้งสองสโมสรมี เพื่อดำเนินกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมการเติบโตทั้งในด้านฟุตบอล และด้านธุรกิจ ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก”

กัมบะ โอซาก้า ระบุเพิ่มเติมว่า บุรีรัมย์เป็นหนึ่งในสโมสรชั้นนำของภูมิภาค โดยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของไทยมาแล้ว 11 สมัย และผ่านเวทีเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 14 ครั้ง ขณะที่จำนวนผู้ชมในสนามของสโมสรอยู่ในระดับเกือบ 20,000 คน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของไทยลีกที่ประมาณ 5,000 คน

บุรีรัมย์ประกาศเป้าหมายสร้างพันธมิตรระยะยาว

ด้าน “หนุน” ชนน์ชนก ชิดชอบ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และหัวหน้าสายงานฟุตบอล สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า ข้อตกลงนี้มีความหมายมากกว่าการประกาศจับมือกันตามปกติ

“ในฐานะตัวแทนของสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด วันนี้ เป็นมากกว่าการประกาศความร่วมมือ เพราะนี่ คือ จุดเริ่มต้นของการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และการร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้นในระยะยาว”

“ผมคิดว่าทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ กัมบะ โอซาก้า ต่างก็มีประสบการณ์ และแนวทางการทำงานที่เป็นจุดแข็งของตัวเอง เราจึงมองเห็นโอกาสที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาฟุตบอลเยาวชน การบริหารสโมสรทั้งด้านการสร้างกิจกรรมทางการตลาด การสร้างความสัมพันธ์กับแฟนบอล รวมถึงการสร้างคุณค่าให้แบรนด์อย่างยั่งยืน”

“ที่สำคัญ เราทั้งสองสโมสรต่างมีความมุ่งมั่น และเป้าหมายเดียวกัน คือ การก้าวไปประสบความสำเร็จในเวทีระดับเอเชีย อย่างศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก อีลิท”

“ผมจึงหวังว่า ความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยยกระดับคุณภาพทีมของเราทั้ง 2 สโมสร ให้สามารถบรรลุเป้าหมายไปด้วยกันได้”

“รวมถึง ยังเป็นความร่วมมือที่จะนำไปสู่โครงการ หรือกิจกรรมที่เกิดประโยชน์กับทั้งสองสโมสร เพื่อช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลของไทย และเอเชีย ต่อไปในอนาคตครับ”

จากคู่แข่งใน ACL สู่พันธมิตรลูกหนังเอเชีย

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และกัมบะ โอซาก้า เคยวัดฝีเท้ากันในรอบแบ่งกลุ่ม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2015 โดยเกมที่ประเทศญี่ปุ่นจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ก่อนที่กัมบะจะบุกชนะบุรีรัมย์ 2-1 ในเกมที่ประเทศไทย

ธีราทร บุญมาทัน เป็นผู้ทำประตูให้บุรีรัมย์ทั้งสองนัด โดยเกมที่บุรีรัมย์ สเตเดียม เจ้าตัวยิงประตูจากลูกเตะมุมโดยตรง ก่อนที่ ลินส์ และโคทาโร่ โอโมริ จะทำคนละประตูพากัมบะพลิกคว้าชัยช่วงท้ายเกม

จากคู่แข่งที่เคยต่อสู้กันอย่างดุเดือดบนเวทีเอเชีย วันนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังเปลี่ยนความทรงจำในสนามให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนร่วมกัน โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับมาตรฐานสโมสรและไล่ล่าความสำเร็จในระดับทวีป

ดีลนี้ส่งผลอย่างไรต่ออนาคตบุรีรัมย์

ประโยชน์สำคัญที่บุรีรัมย์มีโอกาสได้รับคือการเพิ่มช่องทางพัฒนานักเตะเยาวชน ทั้งการเดินทางไปเก็บประสบการณ์ในญี่ปุ่น การแข่งขันกับทีมต่างชาติ และการเรียนรู้ระบบฝึกซ้อมจากสโมสรในเจลีก ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องระเบียบวินัยและการพัฒนานักเตะอย่างต่อเนื่อง

ในมิติธุรกิจ ทั้งสองสโมสรสามารถต่อยอดกิจกรรมร่วมกันเพื่อเจาะตลาดแฟนบอลไทยและญี่ปุ่น รวมถึงสร้างโครงการใหม่ที่ช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ สร้างความผูกพันกับกองเชียร์ และเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของข้อตกลงจะขึ้นอยู่กับการผลักดันโครงการให้เกิดขึ้นจริง หากมีการแลกเปลี่ยนนักเตะเยาวชน จัดคลินิกฟุตบอล และทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือครั้งนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งต้นแบบสำคัญของการเชื่อมโยงสโมสรจากไทยลีกกับเจลีก

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ กัมบะ โอซาก้า

  • บุรีรัมย์และกัมบะเคยพบกันสองครั้งในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2015 โดยกัมบะไม่แพ้จากผลงานชนะ 1 นัด และเสมอ 1 นัด
  • ความร่วมมือระดับอคาเดมีช่วยให้นักเตะเยาวชนได้เรียนรู้รูปแบบฟุตบอล วัฒนธรรม และมาตรฐานการฝึกซ้อมจากต่างประเทศ
  • พันธมิตรระหว่างสโมสรไม่ได้จำกัดเฉพาะการพัฒนาทีม แต่ยังครอบคลุมการตลาด การสร้างฐานแฟนบอล และการเพิ่มมูลค่าแบรนด์

ขอบคุณรูปภาพจาก BURIRAM UNITED

ติดตามข่าวฟุตบอลไทย ข่าวเจลีก และความเคลื่อนไหวบนเวทีลูกหนังเอเชียได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM

Categorized in:

ฟุตบอลไทย,