ราฟาเอล เลเอา ปิดฉากเส้นทางกับ เอซี มิลาน หลังอยู่กับทีมมานาน 7 ปี เตรียมเริ่มบทใหม่กับ กาลาตาซาราย พร้อมเปิดใจทั้งน้ำตาว่าอยากกล่าวลาแฟนบอลในสนามมากกว่านี้ แต่ยืนยันชัดเจนว่าความรักที่มีต่อสโมสรจะไม่มีวันสิ้นสุด

กาลาตาซารายปิดดีล เลเอา เตรียมบินสู่อิสตันบูล

ข้อตกลงย้ายทีมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 โดยมีรายงานว่า มิลานจะได้รับค่าตัวประมาณ 43-45 ล้านยูโร บวกโบนัสอีก 2 ล้านยูโร พร้อมส่วนแบ่งจากการขายต่อในอนาคตราว 20-25 เปอร์เซ็นต์

แอสตัน วิลลา เป็นอีกทีมที่เดินหน้าทาบทามอย่างจริงจัง แต่ข้อเสนอสุดท้ายไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งฝั่งรอสโซเนรีและตัวนักเตะ ก่อนกาลาตาซารายจะเร่งเงื่อนไขจนคว้าตัวแข้งทีมชาติโปรตุเกสไปครอง โดยมีรายงานเรื่องค่าเหนื่อยของเลเอาในอิสตันบูลอยู่ในระดับสูงถึงประมาณ 12 ล้านยูโรต่อฤดูกาล

รายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดสัญญาระบุว่า เลเอามีแนวโน้มเซ็นสัญญากับทีมดังตุรกีถึงปี 2030 ขณะที่แพ็กเกจค่าตัวรวมเมื่อคิดโบนัสแล้วมีมูลค่าเกิน 45 ล้านยูโร และยังมีเงื่อนไขส่วนแบ่งการขายต่อรวมอยู่ด้วย

การลาที่ไม่สมบูรณ์แบบในคืนมิลานชนะเวเนเซีย

เดิมทีมีรายงานว่า เลเอาอาจเดินทางไปยังซาน ซิโร เพื่อกล่าวลาแฟนบอลในเกม เซเรีย อา ที่มิลานเอาชนะเวเนเซีย 2-0 แต่สุดท้ายฉากอำลาต่อหน้าแฟนบอลไม่ได้เกิดขึ้น ทำให้เขาต้องปิดเส้นทางกับทีมแบบเป็นส่วนตัว

“Yes, it is a difficult moment.”

“ใช่ นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก”

เลเอายอมรับว่าความรู้สึกในวันอำลาเต็มไปด้วยอารมณ์ หลังต้องแยกทางกับเพื่อนร่วมทีมและสโมสรที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาตัวเขาจนก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับสูงของฟุตบอลยุโรป

“I said goodbye to my teammates after seven years with them. The club always helped me, it helped me to grow and made me understand what a high level is, representing a great club like Milan.”

“ผมกล่าวลาเพื่อนร่วมทีมหลังจากอยู่ด้วยกันมาเจ็ดปี สโมสรช่วยเหลือผมมาตลอด ช่วยให้ผมเติบโต และทำให้ผมเข้าใจว่าการอยู่ในระดับสูงและเป็นตัวแทนของสโมสรใหญ่อย่างมิลานหมายถึงอะไร”

เลเอาเสียดาย อยากบอกลาแฟนบอลกลางสนาม

สิ่งที่เจ้าตัวเสียดายมากที่สุดคือการไม่มีโอกาสเดินลงสนามเพื่อขอบคุณแฟนบอลอีกครั้ง โดยเฉพาะกองเชียร์ที่ยังอยู่เคียงข้างเขาในช่วงเวลาที่ผลงานไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

“The moment has come to say goodbye. I would’ve preferred a different salute, to say goodbye on the field once again in front of the fans, those who helped me especially during the moments that weren’t so good.”

“ช่วงเวลาของการกล่าวลามาถึงแล้ว ผมอยากให้การอำลาแตกต่างออกไป อยากกล่าวลาในสนามต่อหน้าแฟนบอลอีกครั้ง โดยเฉพาะคนที่คอยช่วยเหลือผมในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยดีนัก”

แม้บทสุดท้ายจะไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่เลเอาเชื่อว่าสิ่งที่สร้างไว้ตลอดช่วงเวลากับปีศาจแดงดำจะทำให้ชื่อของเขาเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสร

“I will remain in the history of the club, because I know what I achieved here. I will carry in my heart all those who helped me, all I can do is thank them.”

“ผมจะยังคงอยู่ในประวัติศาสตร์ของสโมสร เพราะผมรู้ว่าตัวเองประสบความสำเร็จอะไรที่นี่บ้าง ผมจะเก็บทุกคนที่ช่วยเหลือผมไว้ในหัวใจ สิ่งที่ผมทำได้คือขอบคุณพวกเขา”

ความรักต่อมิลานไม่มีวันจบ

หนึ่งในประโยคสำคัญที่สุดของการอำลาครั้งนี้คือการยืนยันว่า การย้ายออกไม่ได้หมายความว่าสายสัมพันธ์ระหว่างเขากับมิลานต้องสิ้นสุดลง

“This is life, we learn, we say goodbye. It is not a love affair that ended, because the love that I have for Milan will never end. I will keep watching from afar.”

“นี่คือชีวิต เราเรียนรู้และเราก็ต้องกล่าวลา แต่นี่ไม่ใช่ความรักที่จบลง เพราะความรักที่ผมมีให้มิลานจะไม่มีวันสิ้นสุด ผมจะคอยติดตามทีมจากที่ไกลๆ”

แชมป์เซเรีย อา คือความทรงจำที่จะอยู่ตลอดไป

เมื่อถูกถามถึงช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดภายใต้เสื้อมิลาน เลเอาเลือกพูดถึงโทรฟีที่คว้ามาได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่จะติดอยู่ในความทรงจำของนักฟุตบอลไปตลอดอาชีพ

“When you win trophies, these are things that stay with you. I will remember those to the end.”

“เมื่อคุณคว้าแชมป์ได้ สิ่งเหล่านี้จะอยู่กับคุณ ผมจะจดจำมันไปจนถึงวันสุดท้าย”

ตลอดช่วงเวลากับมิลาน เลเอาคว้าแชมป์สำคัญ 2 รายการ ได้แก่ สคูเด็ตโต และซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา รวมถึงเคยได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเซเรีย อา หลังมีบทบาทโดดเด่นในฤดูกาลแห่งการคว้าแชมป์ลีก

ฝากความหวังถึงมิลานยุคของ อโมริม

เลเอาไม่ได้แสดงความขุ่นเคืองต่อการแยกทางครั้งนี้ และยังกล่าวถึง รูเบน อโมริม ในแง่บวก แม้ทั้งคู่จะมีเวลาทำงานร่วมกันไม่มากนัก

“These are moments when you have to make decisions. Milan remain Milan, the team is of a high level, with a great coach, and even if we didn’t spend much time together, Amorim is very good and can take Milan to achieve important things.”

“นี่คือช่วงเวลาที่คุณต้องตัดสินใจ มิลานก็ยังคงเป็นมิลาน ทีมนี้อยู่ในระดับสูงและมีโค้ชที่ยอดเยี่ยม แม้เราจะไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันมากนัก แต่อโมริมเก่งมากและสามารถพามิลานไปประสบความสำเร็จครั้งสำคัญได้”

“He plays the kind of football that I like. I will keep watching Milan from afar and wish them all the best.”

“เขาเล่นฟุตบอลในแบบที่ผมชอบ ผมจะคอยติดตามมิลานจากที่ไกลๆ และขอให้พวกเขาพบเจอแต่สิ่งที่ดีที่สุด”

ฝากคำขอบคุณถึงทุกคนในครอบครัวรอสโซเนรี

ก่อนจากกัน เลเอายังกล่าวขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมิลานและช่วยเหลือเขาตลอดเส้นทาง พร้อมอวยพรให้ทีมกลับไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดและเดินหน้าคว้าแชมป์ต่อไป

“All those who represented Milan and helped me. This is life, eras come to an end, even if Milan will continue to do wonderful things for their fans. The important thing is that Milan are at the top and continue winning. I wish them the best.”

“ทุกคนที่เป็นตัวแทนของมิลานและช่วยเหลือผม นี่คือชีวิต ยุคสมัยหนึ่งย่อมถึงจุดสิ้นสุด แม้มิลานจะยังคงสร้างสิ่งยอดเยี่ยมให้แฟนบอลต่อไป สิ่งสำคัญคือมิลานต้องอยู่บนจุดสูงสุดและคว้าชัยชนะต่อไป ผมขอให้พวกเขาพบเจอสิ่งที่ดีที่สุด”

น้ำตาปิดฉากหนึ่งในสตาร์สำคัญของมิลาน

ความผูกพันตลอดหลายปีทำให้เลเอาไม่สามารถซ่อนความรู้สึกในวันสุดท้ายได้ และเจ้าตัวยอมรับตรงๆ ว่าร้องไห้อย่างหนักระหว่างการกล่าวลา

“I cried a lot, naturally, there has to be emotion in these moments.”

“ผมร้องไห้หนักมาก มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ช่วงเวลาแบบนี้ย่อมต้องมีอารมณ์ความรู้สึก”

ตัวแทนของกาลาตาซารายเดินทางมายังสนามบินในมิลานด้วยเครื่องบินส่วนตัวในช่วงค่ำ เพื่อรับตัวเลเอาเดินทางไปตุรกีและเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่อย่างเป็นทางการ

7 ฤดูกาลที่ทิ้งตัวเลขระดับแถวหน้าไว้กับมิลาน

นอกจากความสำเร็จด้านโทรฟีแล้ว ผลงานตลอด 7 ฤดูกาลยังสะท้อนว่าเลเอาคือหนึ่งในตัวรุกสำคัญของรอสโซเนรี โดยมีรายงานสถิติรวมทุกรายการที่ 291 นัด 80 ประตู และ 65 แอสซิสต์ พร้อมมีส่วนในเส้นทางสู่รอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2022/23 อีกด้วย

การย้ายไปกาลาตาซารายจึงไม่ใช่เพียงดีลใหญ่ช่วงท้ายตลาดนักเตะ แต่คือการปิดฉากยุคหนึ่งของแนวรุกมิลานอย่างแท้จริง จากดาวรุ่งที่ย้ายมาจากลีลล์ สู่ตัวแบกเกมรุก แชมป์อิตาลี และหนึ่งในนักเตะที่แฟนรอสโซเนรีจดจำมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ราฟาเอล เลเอา และเอซี มิลาน

  • เลเอาย้ายจากลีลล์มาร่วมมิลาน และพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นกำลังหลักในแนวรุกของทีม
  • ผลงานเด่นที่สุดช่วงหนึ่งคือการช่วยมิลานคว้าแชมป์เซเรีย อา พร้อมได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลีก
  • ตลอด 7 ฤดูกาลกับรอสโซเนรี เลเอาลงเล่นเกือบ 300 นัดในทุกรายการ ก่อนเปิดเส้นทางใหม่กับกาลาตาซาราย

ติดตามความเคลื่อนไหวตลาดนักเตะ ข่าวฟุตบอลยุโรป และเรื่องร้อนจากทีมชั้นนำได้ก่อนใครที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM