ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกด้วยสถานการณ์ที่หนักหน่วงเกินคาด หลังพ่ายคาบ้านต่อ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0-2 ทำให้ผ่าน 2 นัดยังไม่มีแม้แต่แต้มเดียวและยิงประตูไม่ได้ จนอันดับรูดลงไปอยู่ท้ายตาราง ขณะที่ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ออกโรงขอโทษแฟนบอล แต่ยืนยันชัดว่ายังเชื่อมั่นในทิศทางของทีม และไม่มีเหตุผลให้ต้องแตกตื่นตั้งแต่ช่วงต้นซีซั่น
สเปอร์สแพ้สองนัดรวด เปิดซีซั่นเลวร้ายสุดรอบ 52 ปี
ความพ่ายแพ้ต่อ นิวคาสเซิ่ล 0-2 ทำให้ สเปอร์สออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกแย่สุดในรอบ 52 ปี หลังลงสนาม 2 นัด แพ้ทั้งหมด ไม่มีคะแนน และยังส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายคู่แข่งไม่ได้เลย
นี่เป็นเพียงครั้งที่สามในประวัติศาสตร์สโมสรที่ ท็อตแน่ม หล่นไปอยู่อันดับสุดท้ายของลีกสูงสุดอังกฤษโดยยังยิงประตูไม่ได้ และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1974/75 สะท้อนชัดว่าปัญหาในช่วงเปิดฤดูกาลไม่ได้มีแค่เรื่องผลการแข่งขัน แต่เกมรุกยังไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสให้กลายเป็นประตูได้
สถานการณ์ยิ่งถูกจับตามอง เพราะก่อนหน้านี้ สเปอร์สเปิดพรีเมียร์ลีกด้วยการแพ้ เบรนท์ฟอร์ด 0-3 ทำให้สองเกมแรกของพวกเขาจบลงด้วยสกอร์รวม 0-5 แม้ทีมเพิ่งแสดงให้เห็นเกมรุกอีกด้านด้วยการถล่ม ชาร์ลตัน 5-1 ในศึกคาราบาว คัพ ก็ตาม
ทุ่มเกิน 300 ล้านปอนด์ แต่ผลลัพธ์ในลีกยังไม่มา
สิ่งที่ทำให้แรงกดดันพุ่งเข้าใส่ทีมมากขึ้นคือการลงทุนในตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ เมื่อสโมสรใช้เงินมากกว่า 300 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 13,200 ล้านบาท เพื่อยกระดับขุมกำลังและสนับสนุนแผนงานของ เด แซร์บี้ แต่ผลงานสองนัดแรกในพรีเมียร์ลีกกลับสวนทางกับเม็ดเงินมหาศาลอย่างสิ้นเชิง
สเปอร์สมีการปรับโฉมทีมครั้งใหญ่และดึงนักเตะใหม่เข้ามาหลายตำแหน่ง เป้าหมายชัดเจนคือยกระดับทั้งคุณภาพและความลึกของขุมกำลัง แต่ความท้าทายในเวลานี้คือการทำให้ผู้เล่นชุดใหม่เข้าใจระบบ เชื่อมต่อกันในสนาม และสร้างผลงานได้ทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่ เด แซร์บี้ ยอมรับว่ายังต้องใช้การทำงานอย่างหนัก
เด แซร์บี้ขอโทษแฟนบอล แต่ยืนยันไม่มีอะไรต้องตื่นตระหนก
แม้สถานการณ์จะดูเลวร้ายจากตารางคะแนน แต่ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ยังไม่มีท่าทีเสียศูนย์ นายใหญ่ชาวอิตาลียืนยันว่าเขารู้ว่าทีมกำลังเดินไปทางไหน พร้อมรับผิดชอบต่อผลการแข่งขันและขอโทษแฟนบอลโดยตรง
“ไม่มีอะไรต้องตื่นตระหนก ผมรู้ว่าเรากำลังเดินไปในทิศทางไหน และแผนงานของเราคืออะไร ผมต้องขอโทษแฟนบอลสำหรับผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น เราต้องพัฒนาขึ้น เราต้องทำงานหนักในสนาม และหาจุดเชื่อมโยงระหว่างนักเตะให้เจอ”
ประโยคดังกล่าวสะท้อนมุมมองของกุนซือสเปอร์สอย่างชัดเจนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณภาพนักเตะเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญคือการทำให้ผู้เล่นทุกคนเคลื่อนที่และทำงานร่วมกันในระบบเดียวกันให้ได้เร็วที่สุด

เด แซร์บี้ชี้ก่อนเสียประตู สเปอร์สเล่นเหนือกว่านิวคาสเซิ่ล
เด แซร์บี้มองว่าภาพรวมของเกมไม่ได้ย่ำแย่อย่างที่สกอร์ 0-2 สะท้อน โดยเฉพาะช่วงก่อนเสียประตูแรกที่เขาเชื่อว่า ท็อตแน่ม สามารถเล่นได้เหนือกว่า นิวคาสเซิ่ล เพียงแต่ความผิดพลาดในเกมรับและระยะห่างระหว่างแต่ละไลน์กลายเป็นจุดที่คู่แข่งลงโทษอย่างเด็ดขาด
“ผมผิดหวังกับผลการแข่งขัน เพราะจนกระทั่งเราเสียประตูแรก ผมคิดว่าเราเล่นได้ดีกว่านิวคาสเซิ่ล เราเสียการครองบอลในครึ่งแรก เพราะเราเล่นเกมรับได้ไม่ถูกต้อง ระยะห่างระหว่างกองหลังกับกองหน้ามากเกินไป เราสามารถพัฒนาเรื่องการเล่นเกมรับได้ แต่วันนี้เป็นผลการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรมสำหรับเรา”
จุดที่ต้องเร่งแก้จึงไม่ใช่เพียงการป้องกันบริเวณหน้าประตู แต่รวมถึงโครงสร้างของทีมทั้งชุด เมื่อระยะระหว่างแนวรับกับแนวรุกกว้างเกินไป การเพรสซิ่งและการเก็บบอลจังหวะสองก็ทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้คู่แข่งมีพื้นที่สำหรับเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุก
สร้างโอกาสได้ แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดความเฉียบขาด
อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของ เกมรุกท็อตแน่ม คือการตัดสินใจในพื้นที่สุดท้าย แม้ เด แซร์บี้ จะมองว่าทีมสามารถสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่ถ้าจังหวะจ่ายสุดท้ายหรือการจบสกอร์ยังไม่มีคุณภาพ โอกาสเหล่านั้นก็แทบไม่มีความหมายบนกระดานคะแนน
“เราสร้างโอกาสทำประตูได้มากมาย แต่เราต้องพัฒนาการตัดสินใจในจังหวะสุดท้าย เพราะสิ่งนี้จะสร้างความแตกต่างได้ ท้ายที่สุดแล้ว เราผิดหวังกับผลการแข่งขันและแฟนบอลของเรา เรากำลังทำงานเพื่อก้าวไปเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม เมื่อเราเป็นหนึ่งเดียวกันในฐานะทีม ผมคิดว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องราวของ ท็อตแน่ม ในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมาได้”
แรงกดดันมาเร็ว แต่โปรเจกต์ของเด แซร์บี้ยังต้องใช้เวลา
สองนัดอาจเร็วเกินไปสำหรับการตัดสินโปรเจกต์ใหม่ แต่ตัวเลข 0 คะแนน 0 ประตู และเงินลงทุนมากกว่า 300 ล้านปอนด์ ทำให้แรงกดดันหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่ เด แซร์บี้ ต้องทำหลังจากนี้คือเร่งสร้างสมดุลระหว่างแนวรับกับแนวรุก รวมถึงทำให้นักเตะใหม่และผู้เล่นเดิมเข้าใจระบบเดียวกันโดยเร็ว
ผลงานกับ นิวคาสเซิ่ล มีบางช่วงที่ สเปอร์สแสดงให้เห็นพัฒนาการจากเกมเปิดสนาม แต่ความผิดพลาดหลังเสียประตูแรกทำให้ทีมเสียความต่อเนื่องและถูกลงโทษในครึ่งหลัง ซึ่งกลายเป็นอีกสัญญาณว่าเรื่องสภาพจิตใจและการรักษามาตรฐานตลอด 90 นาทีคือบททดสอบสำคัญของทีมชุดนี้
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ สเปอร์ส กับการออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีก
- การอยู่ท้ายตารางลีกสูงสุดโดยยิงประตูไม่ได้หลังช่วงเปิดซีซั่น เกิดขึ้นกับ ท็อตแน่ม เพียง 3 ครั้งในประวัติศาสตร์สโมสร
- ครั้งก่อนที่สโมสรต้องเผชิญสถานการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในฤดูกาล 1974/75 หรือมากกว่าครึ่งศตวรรษมาแล้ว
- การลงทุนด้วยค่าตัวมหาศาลไม่ได้รับประกันผลงานทันที เพราะนักเตะใหม่ยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวเข้ากับระบบ แท็กติก และเพื่อนร่วมทีม
สถานการณ์ของไก่เดือยทองยังมีเวลาให้แก้ไขอีกมาก แต่หลังออกสตาร์ตด้วยสองความพ่ายแพ้ เกมต่อจากนี้จะกลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า เด แซร์บี้ จะสามารถเปลี่ยนขุมกำลังราคาแพงให้กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งได้เร็วเพียงใด ติดตามข่าวพรีเมียร์ลีก ข่าวตลาดนักเตะ และทุกความเคลื่อนไหวของวงการฟุตบอลได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM