แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินเกมตลาดนักเตะครั้งใหญ่ ประกาศคว้าตัว เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินาจาก เชลซี อย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัวมหาศาล 125 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5,500 ล้านบาท พร้อมสัญญาระยะยาว 5 ปี กลายเป็นหนึ่งในดีลที่สะเทือนพรีเมียร์ลีกมากที่สุดของตลาดซัมเมอร์นี้
แมนซิตี้ทุ่ม 125 ล้านปอนด์ ปิดดีลเอ็นโซ่
เรือใบสีฟ้ายอมจ่ายเงินถึง 125 ล้านปอนด์ เพื่อดึงมิดฟิลด์วัย 25 ปีเข้าสู่เอติฮัด สเตเดี้ยม โดยสัญญา 5 ปีจะทำให้เขาอยู่กับทีมไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2031
ตัวเลขดังกล่าวเทียบเท่าสถิติค่าตัวสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล จ่ายให้นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สำหรับการคว้า อเล็กซานเดอร์ อีซัค เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2025
Introducing our new Argentinian Blue 🇦🇷🩵 pic.twitter.com/nEHQ1oM855
— Manchester City (@ManCity) September 1, 2026
จากดีล 106.8 ล้านปอนด์ สู่การย้ายทีมอีกครั้งด้วยราคาที่สูงกว่าเดิม
เอ็นโซ่ย้ายจาก เบนฟิก้า มาอยู่กับ เชลซี เมื่อเดือนมกราคม 2023 ด้วยค่าตัว 106.8 ล้านปอนด์ หรือราว 4,699.2 ล้านบาท ก่อนกลายเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของสิงห์บลูส์
ตลอดช่วงเวลาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เจ้าตัวลงสนามรวม 170 นัด ยิงได้ 31 ประตู และทำอีก 30 แอสซิสต์ ก่อนปิดฉากเส้นทางในลอนดอนและเปิดบทใหม่กับคู่แข่งร่วมพรีเมียร์ลีกอย่างแมนซิตี้
นอกจากประสบการณ์ในลีกอังกฤษแล้ว เอ็นโซ่ยังมีดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 และโกปา อเมริกา 2024 กับทีมชาติอาร์เจนตินา รวมถึงประสบการณ์คว้าแชมป์ระดับสโมสรหลายรายการ ทำให้ซิตี้ไม่ได้ซื้อเพียงฝีเท้า แต่กำลังดึงนักเตะที่ผ่านเกมระดับสูงมาแล้วเต็มตัวเข้าสู่แดนกลางชุดใหม่
เอ็นโซ่ประกาศชัด แมนซิตี้ถูกสร้างมาเพื่อความสำเร็จ
หลังการเปิดตัว ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินาแสดงความตื่นเต้นกับการเริ่มต้นเส้นทางครั้งใหม่ และยืนยันถึงความทะเยอทะยานในการพาทีมเดินหน้าล่าแชมป์
“แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอังกฤษในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา”
“นักเตะทุกคนต่างอยากเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรแบบนี้ เพราะทุกคนรู้ดีว่า ซิตี้ บริหารงานได้ยอดเยี่ยมแค่ไหน ผมมีความสุขมากที่ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ และพร้อมสำหรับความท้าทายในการช่วยให้ทีมเดินหน้าคว้าแชมป์ต่อไป สโมสรแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสำเร็จ”
พร้อมยกระดับตัวเองท่ามกลางขุมกำลังระดับท็อป
เอ็นโซ่ไม่ได้มองการย้ายทีมครั้งนี้เป็นเพียงความสำเร็จด้านอาชีพ แต่ยังต้องการใช้สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นคุณภาพเพื่อพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีกระดับ
“หากมองไปทั่วทั้งทีม ซิตี้ มีคุณภาพในทุกตำแหน่ง ผมต้องการเรียนรู้จากเพื่อนร่วมทีมใหม่ ๆ และพัฒนาตัวเองให้เป็นนักเตะที่ดียิ่งขึ้น”
“ผมภูมิใจที่พัฒนาฝีเท้าของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ใครก็ตามที่เคยร่วมงานกับผมจะรู้ว่าผมฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวัน และทุ่มเทเต็มที่ในทุกการแข่งขัน”
ยกเครื่องแดนกลางครั้งใหญ่ รับยุคใหม่ของเรือใบสีฟ้า
การมาถึงของเอ็นโซ่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโฉมแดนกลางแมนซิตี้ครั้งใหญ่ โดยทีมเสริมทั้ง เอลเลียต แอนเดอร์สัน, อายูบ บูอัดดี้ และเอ็นโซ่ รวมมูลค่าราว 375 ล้านยูโร หลังมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นแกนหลักหลายตำแหน่งในช่วงซัมเมอร์นี้
สำหรับเอ็นโซ่ จุดเด่นคือความสามารถในการคุมจังหวะ เชื่อมเกม และเล่นได้กับฟุตบอลหลายรูปแบบ คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้เขามีโอกาสกลายเป็นหัวใจสำคัญของแดนกลางแมนซิตี้ในยุคใหม่ โดยฝ่ายบริหารของสโมสรเองก็มองว่าเขาเป็นมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องทั้งด้านเทคนิค ความขยัน ความดุดัน และการทำประตู
เอ็นโซ่ให้คำมั่น ทุ่มทุกอย่างเพื่อตอบแทนความเชื่อมั่น
กองกลางอาร์เจนไตน์ปิดท้ายการเปิดตัวด้วยข้อความหนักแน่น พร้อมยืนยันว่าจะรักษามาตรฐานการทำงานของตัวเองตั้งแต่วันแรกที่สวมเสื้อสีฟ้า
“ผมทุ่มเททุกอย่างอย่างเต็มที่ และขอสัญญากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ว่าจะรักษามาตรฐานนี้ต่อไปนับตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่กับสโมสร ผมอยากขอบคุณ ฮูโก้, เอ็นโซ่, คัลดูน และทุกคนที่มีส่วนทำให้ดีลนี้เกิดขึ้น และผมหวังว่าจะตอบแทนความเชื่อมั่นของทุกคนให้ได้โดยเร็วที่สุด”
Enzo Fernández is here 🤝 pic.twitter.com/NWyxbpGquy
— Manchester City (@ManCity) September 1, 2026
ดีลที่มากกว่าตัวเลขค่าตัว
125 ล้านปอนด์ย่อมนำแรงกดดันมหาศาลติดตัวมาด้วย แต่เอ็นโซ่ผ่านทั้งเวทีฟุตบอลโลก เกมระดับสโมสรยุโรป และพรีเมียร์ลีกมาแล้ว สิ่งที่ต้องจับตาจากนี้คือเขาจะยกระดับแดนกลางของแมนซิตี้ได้เร็วเพียงใด และจะเปลี่ยนค่าตัวระดับสถิติให้กลายเป็นความสำเร็จในสนามได้หรือไม่
หากปรับตัวเข้ากับระบบได้อย่างรวดเร็ว การได้มิดฟิลด์ที่ทั้งคุมจังหวะ สร้างเกม และมีประสบการณ์ระดับแชมป์โลก อาจเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญของการไล่ล่าความสำเร็จของเรือใบสีฟ้าในฤดูกาล 2026/27
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ
- เอ็นโซ่เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของอาร์เจนตินาชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 และแชมป์โกปา อเมริกา 2024
- ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางต้องรับผิดชอบทั้งการเชื่อมเกม การรักษาจังหวะ และช่วยเกมรับ จึงเป็นตำแหน่งที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการเล่นของทีมอย่างมาก
- สัญญาระยะยาวช่วยให้สโมสรสามารถวางโครงสร้างแดนกลางรอบตัวนักเตะได้ต่อเนื่องหลายฤดูกาล โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นอยู่ในช่วงอายุพีกของอาชีพ
ติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ข่าวตลาดนักเตะ และความเคลื่อนไหวของทีมชั้นนำแบบเจาะลึกได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM