บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปิดฉากยุค มาร์ค แจ็คสัน แบบฟ้าผ่า
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้างแรงสั่นสะเทือนก่อนออกสตาร์ตศึกไทยลีก 1 ฤดูกาลใหม่ ด้วยการประกาศแยกทางกับ มาร์ค แจ็คสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวอังกฤษอย่างเป็นทางการ เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 ทั้งที่เจ้าตัวเพิ่งนำทีมเดินหน้าคว้าความสำเร็จถึง 3 รายการในฤดูกาลที่ผ่านมา
แจ็คสันเข้ารับตำแหน่งกุนซือ “ปราสาทสายฟ้า” ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อน ต่อจาก ออสมาร์ ลอสส์ พร้อมความคาดหวังระดับสูง หลังมีผลงานโดดเด่นจากการพา เซ็นทรัล โคสต์ มาริเนอร์ส ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์เอเอฟซี คัพ ก่อนเดินทางเข้ามารับความท้าทายในฟุตบอลไทย
ผลงานไม่ธรรมดา พาปราสาทสายฟ้ากวาด 3 แชมป์
แม้เส้นทางช่วงต้นของแจ็คสันกับบุรีรัมย์จะไม่ได้ราบเรียบทั้งหมด และผลงานมีช่วงแกว่งให้เห็น แต่กุนซือชาวอังกฤษสามารถแก้เกมและปรับโครงสร้างการเล่นจนทีมกลับมามีเสถียรภาพ โดยหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการปรับมาใช้ระบบกองหลัง 4 คน
ท้ายที่สุดผลงานในสนามตอบแทนการปรับทีมอย่างชัดเจน เมื่อแจ็คสันพาบุรีรัมย์คว้าแชมป์ ไทยลีก 1, ช้าง เอฟเอ คัพ และ ASEAN Club Championship หรือ Shopee Cup ครบทั้ง 3 รายการ กลายเป็นช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นของเจ้าตัวบนแผ่นดินไทย
เพิ่งต่อสัญญาถึงปี 2028 แต่สุดท้ายต้องแยกทาง
สิ่งที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถูกจับตามองหนักกว่าเดิม คือแจ็คสันเพิ่งได้รับการต่อสัญญากับบุรีรัมย์ออกไปจนถึงปี 2028 แต่สโมสรกลับตัดสินใจยุติการทำงานร่วมกันก่อนเกมเปิดฤดูกาลไทยลีก 1 เพียงไม่นาน
จังหวะเวลาของการประกาศยิ่งเพิ่มแรงกระเพื่อม เพราะบุรีรัมย์มีโปรแกรมบุกเยือน สุโขทัย เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. ที่สนามทะเลหลวง ซึ่งถือเป็นเกมเปิดฤดูกาลที่แชมป์เก่าต้องรับมือกับสถานการณ์เปลี่ยนแปลงในทีมงานโค้ชแบบกะทันหัน

เอเมอร์สัน เปเรยร่า รับไม้ต่อคุมทีมชั่วคราว
หลังแยกทางกับแจ็คสัน สโมสรได้มอบหมายให้ เอเมอร์สัน เปเรยร่า ดา ซิลวา ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนชาวบราซิล เข้ามารับหน้าที่ดูแลทีมในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้การเตรียมความพร้อมก่อนลงสนามเดินหน้าต่อโดยไม่สะดุด
เอเมอร์สันวัย 53 ปี ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับนักเตะบุรีรัมย์ เพราะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานเบื้องหลังตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024 และทำงานใกล้ชิดกับทีมมาอย่างต่อเนื่อง เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรยังระบุชื่อเจ้าตัวอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของทีมชุดใหญ่ก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
การเลือกบุคลากรจากภายในขึ้นมารับหน้าที่ในทันทีจึงช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการปรับตัว เพราะเอเมอร์สันรู้จักนักเตะ ระบบการทำงาน และสภาพแวดล้อมภายในสโมสรอยู่แล้ว แต่บททดสอบแรกไม่มีเวลาให้ตั้งหลักมากนัก เพราะต้องพาทีมลงสนามพบสุโขทัยทันที
โปรแกรมหนักรออยู่ บุรีรัมย์ไม่มีเวลาสำหรับความลังเล
การเปลี่ยนกุนซือเกิดขึ้นในช่วงที่โปรแกรมสำคัญกำลังไล่เข้ามาต่อเนื่อง หลังเกมกับสุโขทัย บุรีรัมย์มีคิวเปิดบ้านพบ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด วันที่ 11 กันยายน ก่อนออกไปทำศึก AFC Champions League Elite กับ ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม วันที่ 15 กันยายน และตามด้วยเกมเยือน ชลบุรี เอฟซี วันที่ 20 กันยายน
นั่นหมายความว่าทีมงานชั่วคราวแทบไม่มีช่วงเวลาสำหรับทดลองระบบ ทุกการตัดสินใจตั้งแต่การจัดตัวผู้เล่นไปจนถึงแท็กติกต้องเกิดขึ้นภายใต้แรงกดดัน เพราะบุรีรัมย์ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงรักษามาตรฐานในประเทศ แต่ยังต้องเดินหน้าบนเวทีระดับเอเชียควบคู่กันไป
กุนซือถาวรคนใหม่ยังเป็นคำถามใหญ่
จนถึงช่วงหลังการประกาศแยกทาง สโมสรยังไม่ได้เปิดตัวหัวหน้าผู้ฝึกสอนถาวรคนใหม่ โดยกระบวนการเฟ้นหาผู้ที่จะเข้ามาสานงานต่อจากแจ็คสันยังดำเนินต่อไปภายใต้การบริหารของสโมสรและ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร
จากทีมที่เพิ่งผ่านฤดูกาลแห่งความสำเร็จ การตัดสินใจครั้งต่อไปจึงมีน้ำหนักมหาศาล เพราะกุนซือคนใหม่ไม่เพียงต้องรักษามาตรฐานของทีมแชมป์ แต่ยังต้องรับมือความคาดหวังที่สูงขึ้นทั้งในไทยลีก ฟุตบอลถ้วย และการแข่งขันระดับทวีป
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : การเปลี่ยนกุนซือระหว่างฤดูกาล
- การแต่งตั้งโค้ชจากทีมงานเดิมเป็นกุนซือชั่วคราวช่วยให้สโมสรลดช่วงเวลาปรับตัว เพราะผู้เล่นคุ้นเคยกับแนวทางการฝึกและระบบภายในอยู่แล้ว
- กุนซือรักษาการไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสได้งานถาวร เพราะผลงานในช่วงเปลี่ยนผ่านมักเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สโมสรใช้ประกอบการตัดสินใจ
- ทีมที่ต้องลงแข่งขันหลายรายการพร้อมกันจำเป็นต้องรีบสร้างความชัดเจนด้านแท็กติก เนื่องจากช่วงโปรแกรมถี่แทบไม่มีเวลาสำหรับการทดลองทีมมากนัก
ขอบคุณรูปภาพจาก BURIRAM UNITED
การแยกทางกับมาร์ค แจ็คสัน ปิดฉากกุนซือที่พาบุรีรัมย์กวาด 3 แชมป์ แต่ในอีกด้านก็เปิดบทใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน เอเมอร์สันต้องประคองทีมผ่านช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ชื่อของกุนซือถาวรคนใหม่ยังเป็นประเด็นที่แฟนบอลต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และข่าวฟุตบอลไทยแบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM