อาแอส โรม่า ส่งสัญญาณว่าพวกเขาพร้อมชนทุกทีมในฤดูกาลนี้ หลังเปิดสตาดิโอ โอลิมปิโก พลิกสถานการณ์จากตามหลังจนแซงชนะ อตาลันต้า 2-1 แบบสุดระทึกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เก็บชัยชนะครบทั้ง 3 นัดแรกของเซเรีย อา พร้อมรักษาสถิติออกสตาร์ต 100 เปอร์เซ็นต์

ชัยชนะเกมนี้ทำให้ จาน ปิเอโร กาสเปรินี่ มองเห็นมากกว่าแค่สามคะแนน เพราะสิ่งที่สะท้อนออกมาชัดเจนคือความเชื่อมั่นของลูกทีม รวมถึงคุณภาพจากม้านั่งสำรองที่สามารถลงมาเปลี่ยนเกมได้จริง

โรม่าโหมทั้งเกม แต่โดนอตาลันต้าสวนขึ้นนำ

เกมที่กรุงโรมเกือบกลายเป็นค่ำคืนแห่งความผิดหวังของทัพจัลโลรอสซี่ หลังเจ้าถิ่นครองเกมและเดินหน้าบุกอย่างหนัก แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสจำนวนมากให้เป็นประตูได้ ก่อนถูก เอแดร์ซอน ลงโทษด้วยการยิงให้อตาลันต้าขึ้นนำ ทั้งที่รูปเกมส่วนใหญ่เป็นฝ่ายโรม่าเหนือกว่า

มาร์โก คาร์เนเซ็คคี่ นายทวารทีมเยือนโชว์ฟอร์มเหนียวหนึบ ป้องกันหลายจังหวะสำคัญ ขณะที่ ซานติอาโก้ คาสโตร ยิงชนกรอบถึงสองครั้ง ยิ่งทำให้สถานการณ์ของเจ้าถิ่นตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ

ตัวเลขหลังเกมยืนยันภาพที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน โรม่าได้ครองบอล 66.5 เปอร์เซ็นต์ ยิงทั้งหมดถึง 39 ครั้ง เทียบกับอตาลันต้าเพียง 6 ครั้ง และมีโอกาสตรงกรอบ 10 ต่อ 2

สองประตูทดเจ็บ พลิกเกมจากพ่ายเป็นชัย

เมื่อเวลาปกติใกล้หมดลงและโรม่าอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องไล่ตาม เกมกลับระเบิดความดราม่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เริ่มจาก มาริโอ เอร์โมโซ่ โหม่งลูกเตะมุมลอยเสียบด้านในเสาไกล ตีเสมอ 1-1

จากนั้น มาติอัส ซูเล่ ซัดเรียดเข้าเสาแรกอย่างเฉียบขาด ส่งบอลตุงตาข่ายเป็นประตูชัย 2-1 เปลี่ยนค่ำคืนที่กำลังจะขมขื่นให้กลายเป็นชัยชนะสุดสะใจของเจ้าถิ่น

กาสเปรินี่ชี้ นี่คือหลักฐานว่าโรม่าเชื่อจนวินาทีสุดท้าย

“It’s precisely because we were against a strong team, and were trailing at their first attempt after the first half was one-way traffic,”

“มันมีความหมายอย่างยิ่ง เพราะเราเจอกับทีมที่แข็งแกร่ง และต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังจากโอกาสครั้งแรกของพวกเขา หลังจากครึ่งแรกเป็นเกมที่เราเหนือกว่าอยู่ฝ่ายเดียว”

“With this heat, when you attack constantly and don’t score, you risk using up energy. However, we kept pushing to the end, and when you win in added time after losing at the 89th minute, that’s a sign the squad really believes.”

“ด้วยอากาศที่ร้อนแบบนี้ เมื่อคุณบุกอย่างต่อเนื่องแต่ทำประตูไม่ได้ ก็มีความเสี่ยงที่จะใช้พลังงานไปจนหมด อย่างไรก็ตาม เรายังเดินหน้าจนถึงที่สุด และเมื่อคุณสามารถชนะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทั้งที่ยังตามหลังอยู่ในนาทีที่ 89 นั่นคือสัญญาณว่าทีมชุดนี้มีความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง”

การเปลี่ยนตัวกลายเป็นอาวุธสำคัญ

กาสเปรินี่ยอมรับว่าการส่งผู้เล่นสำรองลงสนามมีส่วนสำคัญต่อชัยชนะ โดยเฉพาะ เลโอนาร์โด้ บาแลร์ดี้ และ ดานิเอเล่ กิลาร์ดี้ ที่เติมความสดให้แนวรับ และช่วยรับมือเกมสวนกลับของอตาลันต้าซึ่งเริ่มอันตรายขึ้นในช่วงท้าย

กุนซือโรม่ายังชื่นชมคาร์เนเซ็คคี่ว่าทำผลงานยอดเยี่ยม พร้อมยอมรับว่าลูกทีมของเขาขาดความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้าย และหลายจังหวะจบสกอร์เบาเกินไป แต่ท้ายที่สุดจำนวนโอกาสที่สร้างขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ได้รับรางวัลตอบแทน

คาสโตรกับมาเล่น เล่นร่วมกันได้

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ซานติอาโก้ คาสโตร ซึ่งถูกส่งลงมาแทน ดอนเยลล์ มาเล่น โดยกาสเปรินี่ยืนยันว่ากองหน้าทั้งสองคนมีโอกาสลงสนามร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องแย่งตำแหน่งเดียวกันตลอดเวลา

“They can co-exist certainly, but we’ll see. After the break for international duty, there will be a packed fixture list of big games, so we will have opportunities for everyone, and to vary the tactical systems.”

“แน่นอนว่าพวกเขาสามารถเล่นร่วมกันได้ แต่เราจะต้องดูกันต่อไป หลังช่วงพักทีมชาติ เราจะมีโปรแกรมแน่นเต็มไปด้วยเกมใหญ่ ดังนั้นทุกคนจะได้รับโอกาส และเรายังสามารถปรับเปลี่ยนระบบการเล่นได้ด้วย”

ด้าน ดอนเยลล์ มาเล่น ถือเป็นกำลังสำคัญของโรม่าอย่างชัดเจน หลังสโมสรเปลี่ยนสัญญายืมตัวของเขาเป็นการซื้อขาดในช่วงซัมเมอร์ ภายหลังเจ้าตัวระเบิดผลงาน 14 ประตูจาก 18 นัดในเซเรีย อา ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2025/26

ซูเล่และโมลิน่าพิสูจน์ความลึกของขุมกำลัง

มาติอัส ซูเล่ กลายเป็นผู้ตัดสินเกมด้วยประตูชัย ขณะที่ นาอวล โมลิน่า เติมคุณภาพหลังถูกส่งลงสนาม นี่คือภาพที่กาสเปรินี่ต้องการเห็นหลังตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ เพราะเป้าหมายสำคัญคือสร้างม้านั่งสำรองที่สามารถยกระดับทีมได้ทันทีเมื่อถูกเรียกใช้งาน

“In terms purely of numbers, we are two or three players worse off than last season, but the quality has increased and tonight’s result shows that.”

“หากมองเฉพาะในเรื่องจำนวน เรามีนักเตะน้อยกว่าฤดูกาลที่แล้วสองหรือสามคน แต่คุณภาพเพิ่มขึ้น และผลการแข่งขันในคืนนี้ก็แสดงให้เห็นแล้ว”

กาสเปรินี่ยังมี มาร์เท่น เดอ รอน, คอนสแตนตินอส คูลิเอราคิส และ เดไวน์ เรนช์ อยู่บนม้านั่งสำรอง ขณะที่ ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ ยังได้รับบาดเจ็บ นั่นทำให้เขามองว่าจำนวนผู้เล่นอาจยังไม่สมบูรณ์แบบสำหรับการลุยแชมเปียนส์ลีก แต่ในเชิงคุณภาพทีมมีตัวเลือกที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

โรม่าออกสตาร์ตสมบูรณ์แบบ ก่อนคืนเวทีแชมเปียนส์ลีก

หลังผ่าน 3 นัดแรก โรม่าเก็บชัยชนะครบ 3 นัด ยิงไปแล้ว 10 ประตู และเสียเพียงลูกเดียว ทำคะแนนเต็มพร้อมขึ้นนำตารางร่วมกับอินเตอร์

ภารกิจถัดไปคือการกลับสู่เวที ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2018/19 หลังฤดูกาลก่อนทีมของกาสเปรินี่จบอันดับ 3 เซเรีย อา และคว้าตั๋วกลับสู่การแข่งขันระดับสูงสุดของยุโรปได้สำเร็จ

ด่านแรกของพวกเขาคือการพบ เฟเนร์บาห์เช ทีมแกร่งจากตุรกีในคืนวันพฤหัสบดี ซึ่งจะเป็นบททดสอบทันทีว่าขุมกำลังที่กาสเปรินี่มั่นใจว่ามีคุณภาพมากขึ้น พร้อมรับมือโปรแกรมระดับสูงทั้งในประเทศและยุโรปได้มากเพียงใด

บทสรุป

ชัยชนะเหนืออตาลันต้าไม่ใช่เพียงการเก็บสามแต้ม แต่คือเกมที่แสดงให้เห็นถึงหัวใจของโรม่าอย่างเต็มตัว แม้ตามหลังจนถึงช่วงท้าย แต่ทีมยังเดินหน้าบุกโดยไม่ยอมลดความเชื่อ ก่อนพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัยอย่างเหลือเชื่อ

เมื่อผนวกฟอร์มที่ร้อนแรงเข้ากับตัวสำรองที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ กาสเปรินี่กำลังมีอาวุธมากขึ้นสำหรับฤดูกาลที่ต้องรับศึกหนักหลายรายการ และการกลับไปเล่นแชมเปียนส์ลีกจะเป็นเวทีพิสูจน์อย่างแท้จริงว่าโรม่าชุดนี้แข็งแกร่งขึ้นมากแค่ไหน

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ โรม่าและการกลับสู่แชมเปียนส์ลีก

  • โรม่าเคยทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศยูโรเปียน คัพ ปี 1984 ก่อนแพ้ลิเวอร์พูลในการดวลจุดโทษที่สตาดิโอ โอลิมปิโก
  • ผลงานดีที่สุดของโรม่าในแชมเปียนส์ลีกยุคใหม่คือการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฤดูกาล 2017/18
  • ความลึกของขุมกำลังมีความสำคัญอย่างมากเมื่อทีมต้องเล่นทั้งเกมลีกและฟุตบอลยุโรป เพราะช่วยให้โค้ชหมุนเวียนนักเตะและปรับระบบตามคู่แข่งได้มากขึ้น

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของโรม่า ศึกเซเรีย อา และฟุตบอลยุโรปแบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM