ช้างศึก U23 เข้าแคมป์เต็มกำลัง ธนกฤตพร้อมลุยเพื่อทีมชาติ
ธนกฤต โชติเมืองปัก แนวรุกจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยความพร้อมของ ทีมชาติไทย U23 ก่อนลงฝึกซ้อมเมื่อวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมเข้าสู่ศึกฟุตบอลชาย เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการปรับระบบและสร้างความเข้าใจก่อนเกมจริง
แนวรุกวัยหนุ่มยืนยันว่าร่างกายอยู่ในสภาพพร้อม หลังผ่านการฝึกซ้อมกับต้นสังกัดอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงปรีซีซั่น และตั้งเป้านำสิ่งที่ได้จากระดับสโมสรมาช่วยยกระดับทีมชาติให้มากที่สุด
“ได้ซ้อมกับสโมสรมาอย่างต่อเนื่องในช่วงปรีซีซั่น เรื่องความฟิตก็พร้อมครับ เตรียมตัวเพื่อมาช่วยทีมชาติครับ”
ซ้อมกับแข้งต่างชาติบุรีรัมย์ ช่วยยกระดับมาตรฐานตัวเอง
หนึ่งในต้นทุนสำคัญของธนกฤตคือการได้ฝึกซ้อมทุกวันกับผู้เล่นต่างชาติคุณภาพสูงของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สภาพแวดล้อมระดับนี้ทำให้เจ้าตัวได้เรียนรู้ทั้งเรื่องจังหวะฟุตบอล การตัดสินใจ และมาตรฐานการเล่นที่เข้มข้น ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับภารกิจในนามทีมชาติได้โดยตรง
“ในทีมบุรีรัมย์ฯ ผมได้ซ้อมกับผู้เล่นต่างชาติที่มีคุณภาพสูงๆ ผมอยู่กับทีมที่ดีอยู่แล้ว พัฒนาตัวเองในทุกๆ วัน ผมได้เรียนรู้จากพี่ๆ ทุกคนที่เราซ้อมด้วย ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะนำมาปรับใช้กับทีมชาติไทยได้”
ไร้เสกสรรค์-คคนะ กระทบทีม แต่ธนกฤตเชื่อคนใหม่ทดแทนได้
จุดที่ต้องจับตามองของช้างศึกชุดนี้คือการไม่มี เสกสรรค์ ราตรี และ คคนะ คำยก สองกำลังสำคัญที่เคยมีบทบาทในแนวรุกและการเชื่อมเกมของทีม โดยก่อนหน้านี้ทั้งคู่มีประสบการณ์ขึ้นไปเล่นให้ทีมชาติไทยชุดใหญ่ และเคยเป็นแกนหลักร่วมกับนักเตะชุด U23 หลายรายการ
การจัดตัวครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงที่ภารกิจของเอเชียนเกมส์ทับซ้อนกับโปรแกรมของทีมชาติไทยชุดใหญ่ โดยฝ่ายทีมชาติได้วางแนวทางให้ชุดใหญ่เลือกผู้เล่นก่อน ทำให้ทีมของ โค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ต้องปรับขุมกำลังและสร้างสมดุลขึ้นมาใหม่ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น
“ทีมชุดนี้เราขาด พี่กอล์ฟ (เสกสรรค์ ราตรี) และ พี่ซีโฟร์ (คคนะ คำยก) ทำให้เราขาดผู้เล่นหลักไป 2 คน พี่ๆ เขาช่วยซัพพอร์ตทีมดีอยู่แล้ว แต่ผมเชื่อว่าคนที่ พี่วัง (โค้ชวัง) เลือกเข้ามาแทนพี่ๆ ทั้งสอง ก็สามารถซัพพอร์ตทีมได้อยู่แล้วครับ”
คำพูดของธนกฤตสะท้อนชัดว่า แม้คุณภาพของสองคนที่หายไปจะมีผล แต่สิ่งสำคัญกว่าคือผู้เล่นที่เหลือต้องเดินหน้ารับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง และทำให้ระบบทีมแข็งแรงพอจะทดแทนช่องว่างดังกล่าวให้ได้
โจทย์เร่งด่วนคือแท็กติกและความเข้าใจในทีม
ด้วยเวลารวมตัวที่มีจำกัด การฝึกซ้อมแต่ละครั้งจึงมีความหมายอย่างมาก โดยเฉพาะการจัดระบบ การเคลื่อนที่ และความเข้าใจระหว่างผู้เล่น ซึ่งธนกฤตยอมรับว่าช่วงเริ่มแคมป์ยังมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องเร่งปรับให้ลงตัว
“เราเพิ่งเข้ามาแคมป์วันแรกก็ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก เราต้องเรียนรู้แทคติกกับทีม ปรับความเข้าใจในทีมให้มากขึ้นครับ”
ทีมไทยยังวางโปรแกรมอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทย U21 วันที่ 11 กันยายน เพื่อทดสอบระบบและเซตทีมก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์จริง ถือเป็นบททดสอบสำคัญในการดูว่าโครงสร้างที่สตาฟฟ์ต้องการเริ่มทำงานได้มากน้อยแค่ไหน
คู่แข่งไม่มีหมู ไทยต้องยกระดับตัวเองให้พร้อมรบ
เส้นทางรอบแบ่งกลุ่มไม่ใช่งานเบา เพราะไทยอยู่ร่วมสายกับทั้งคีร์กีซสถาน ฮ่องกง และเจ้าภาพญี่ปุ่น โดยเฉพาะเกมกับญี่ปุ่นที่ถูกมองว่าเป็นบททดสอบระดับสูงของช้างศึกชุดนี้
“ส่วนคู่แข่งที่เราจะเจอในเอเชียน เกมส์ ครั้งนี้ ทุกทีมเป็นทีมที่ดี มีความแข็งแกร่ง มีความสามารถอยู่แล้วครับ ผมคิดว่าเราก็ต้องพยายามทำให้ทีมของเราแข็งแกร่งมากกว่าเดิมเพื่อที่จะไปสู้กับพวกเขาได้”
ธนกฤตเคยมีบทบาทกับทีม U23 มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยิงประตูใส่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อเดือนมิถุนายน ขณะที่ก่อนหน้านั้นยังเคยลงเล่นร่วมกับคคนะในเกมที่ไทย U23 เอาชนะเวียดนาม 1-0 ทำให้เจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีประสบการณ์กับระบบของโค้ชวังพอสมควร
โปรแกรมทีมชาติไทย U23 เอเชียนเกมส์ 2026 รอบแบ่งกลุ่ม
ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่ม A และมีโปรแกรมลงสนามทั้ง 3 นัดที่โตโยต้า สเตเดียม ประเทศญี่ปุ่น
- 16 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ทีมชาติไทย พบ คีร์กีซสถาน
- 20 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ทีมชาติไทย พบ ฮ่องกง
- 23 กันยายน 2569 เวลา 17.30 น. ทีมชาติไทย พบ ญี่ปุ่น
เวลาทั้งหมดเป็นเวลาประเทศไทย โดยแฟนบอลสามารถติดตามการถ่ายทอดสดตามผังการแข่งขันผ่าน ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และ AIS PLAY ขณะที่โปรแกรมที่ประกาศล่าสุดยืนยันว่าไทยจะลงเล่นรอบแรกทั้งสามนัดที่โตโยต้า สเตเดียม เมืองไอจิ

บทสรุป ช้างศึกต้องพิสูจน์ว่าระบบสำคัญกว่าการขาดตัวหลัก
การไม่มีเสกสรรค์และคคนะย่อมทำให้ศักยภาพบางส่วนของทีมลดลง แต่สำหรับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ไม่มีเวลาสำหรับข้อแก้ตัว หน้าที่ของธนกฤตและเพื่อนร่วมทีมคือเร่งสร้างความเข้าใจ ยกระดับความเข้มข้น และทำให้ผู้เล่นทุกคนที่ถูกเลือกมาสามารถรับช่วงต่อได้ทันที
เอเชียนเกมส์ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เวทีวัดฝีเท้านักเตะดาวรุ่งไทย แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่าช้างศึก U23 จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของขุมกำลัง และยืนหยัดต่อสู้กับทีมชั้นนำของเอเชียได้แข็งแกร่งเพียงใด
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ทีมชาติไทย U23 และเอเชียนเกมส์ 2026
- ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ระยะสั้นให้ความสำคัญกับความเข้าใจในระบบอย่างมาก เพราะเวลาซ้อมและเวลาแก้ตัวระหว่างการแข่งขันมีจำกัด
- การที่นักเตะ U23 ได้สัมผัสทีมชาติชุดใหญ่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ด้านความเร็ว การตัดสินใจ และแรงกดดันในเกมระดับสูง
- รอบแบ่งกลุ่มทุกคะแนนมีความหมาย การรักษาสมดุลระหว่างเกมรุกกับเกมรับจึงสำคัญไม่แพ้การทำประตูจำนวนมาก
ขอบคุณรูปภาพจาก ฟุตบอลทีมชาติไทย
ติดตามความเคลื่อนไหว ฟุตบอลทีมชาติไทย โปรแกรมแข่งขัน ผลการแข่งขัน และข่าวฟุตบอลไทยแบบเข้มข้นก่อนใครได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM