วางหมากระยะยาว Prime Minister’s Youth Cup เตรียมเดินหน้าต่อเนื่อง 5 ปี

วงการกีฬาเยาวชนไทยกำลังเดินเข้าสู่โปรเจกต์ใหญ่ เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขัน Prime Minister’s Youth Cup มีมติเห็นชอบเตรียมนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อผลักดันการแข่งขันฟุตบอลและวอลเลย์บอลเยาวชนให้ดำเนินต่อเนื่องในช่วงปี 2571-2575 เป้าหมายสำคัญคือสร้างระบบการแข่งขันที่แข็งแรง เปิดพื้นที่ให้เด็กทั่วประเทศเข้าสู่เส้นทางกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงจัดแข่งขันเป็นครั้งคราวแล้วจบไป

แนวทางดังกล่าวต่อยอดจากการเปิดตัวโครงการเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งวางภาพการแข่งขันให้เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ภูมิภาค ไปจนถึงระดับประเทศ เพื่อสร้างเส้นทางพัฒนาเยาวชนจากฐานรากสู่เวทีที่สูงขึ้นอย่างเป็นระบบ

“สุรศักดิ์” นั่งหัวโต๊ะ ระดมทุกภาคส่วนร่วมวางระบบ

วันที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 11.30 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขัน Prime Minister’s Youth Cup ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 อาคาร C ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ พร้อมการเข้าร่วมผ่านระบบ Zoom Meeting จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการรวมกำลังครั้งใหญ่ มีผู้แทนจากหลายกระทรวงและองค์กรกีฬาเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กรมพลศึกษา การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ตลอดจนสมาคมกีฬาฟุตบอลและสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

นอกจากแผนระยะยาวปี 2571-2575 แล้ว ยังมีการพิจารณาแผนดำเนินงานสำหรับปีงบประมาณ 2569-2570 รวมถึงแนวทางจัดหาแหล่งงบประมาณรองรับ เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าได้จริงและต่อเนื่อง

ตั้ง 3 กลไกหลัก กระจายการแข่งขันครบ 77 จังหวัด

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือการเห็นชอบแนวทางแต่งตั้งคณะทำงาน 3 ส่วน เพื่อขับเคลื่อนการแข่งขันในช่วงปี 2569-2570 ให้ครอบคลุมตั้งแต่ส่วนกลางไปถึงระดับพื้นที่

  • คณะอนุกรรมการจัดการแข่งขันระดับจังหวัด ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน
  • คณะอนุกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอล โดย นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธาน
  • คณะอนุกรรมการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอล โดย สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย เป็นประธาน

โครงสร้างนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะการสร้างนักกีฬาไม่สามารถรอให้เด็กเก่งเดินทางเข้าสู่ส่วนกลางด้วยตัวเอง แต่ต้องสร้างสนามแข่งขันและระบบค้นหาศักยภาพให้ลงไปถึงจังหวัด โรงเรียน และชุมชนทั่วประเทศ

เป้าหมายใหญ่ แตะบุคลากรกีฬาไม่น้อยกว่า 1 ล้านคนต่อปี

Prime Minister’s Youth Cup ไม่ได้ตั้งเป้าเฉพาะจำนวนทีมแข่งขัน แต่ต้องการขยายฐานคนในระบบกีฬาให้ใหญ่ขึ้นอย่างจริงจัง โดยฝั่ง ฟุตบอลเยาวชน ตั้งเป้าพัฒนาและนำบุคลากรเข้าสู่ระบบไม่น้อยกว่า 700,000 คน ส่วนวอลเลย์บอลตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 350,000 คนต่อปี

เมื่อรวมทั้งสองชนิดกีฬา โครงการตั้งเป้าพัฒนานักกีฬาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 1,000,000 คนต่อปี ซึ่งครอบคลุมทั้งนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน และบุคลากรด้านกีฬา ถือเป็นการสร้างฐานกำลังคนครั้งใหญ่ที่สามารถส่งผลต่อวงการกีฬาไทยในระยะยาว

โรงเรียนและชุมชนคือฐานสำคัญ เปิดประตูให้เด็กทั่วประเทศ

ที่ประชุมยังมอบหมายให้หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการ ประสานเครือข่ายในสังกัดเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการลงไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ให้เยาวชน โรงเรียน และชุมชนในทุกจังหวัดสามารถรับรู้ข้อมูลและส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันได้อย่างทั่วถึง

นี่คือจุดที่ทำให้โครงการแตกต่างจากการแข่งขันระดับประเทศทั่วไป เพราะเป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่ที่การค้นหาแชมป์ แต่ต้องการสร้าง ระบบพัฒนากีฬาเยาวชนไทย ที่เชื่อมการแข่งขันระดับท้องถิ่นเข้ากับระดับประเทศ ก่อนเปิดทางให้ผู้เล่นที่มีศักยภาพก้าวสู่สโมสรอาชีพและทีมชาติในอนาคต

จากสนามเยาวชน สู่เส้นทางทีมชาติไทย

หัวใจของ Prime Minister’s Youth Cup คือการทำให้เด็กที่มีความสามารถไม่หลุดออกจากระบบเพียงเพราะอยู่ห่างจากศูนย์กลาง หากการแข่งขันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี มีโครงสร้างระดับจังหวัดและมีหน่วยงานกีฬาหลักเข้ามาดูแล โอกาสค้นพบนักกีฬาหน้าใหม่ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สำหรับฟุตบอลและวอลเลย์บอลซึ่งเป็นกีฬาที่มีฐานผู้เล่นและผู้ติดตามจำนวนมาก การมีเวทีแข่งขันตั้งแต่ระดับพื้นที่ยังช่วยให้นักกีฬาได้สะสมประสบการณ์จริง เรียนรู้แรงกดดัน การทำงานเป็นทีม และเข้าสู่ระบบการฝึกที่มีมาตรฐาน ก่อนต่อยอดไปสู่การแข่งขันระดับสูงกว่าเดิม

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ Prime Minister’s Youth Cup

  • การแข่งขันกีฬาเยาวชนที่มีระบบต่อเนื่องช่วยให้การค้นหานักกีฬาไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะโรงเรียนหรือสโมสรขนาดใหญ่ แต่เปิดโอกาสให้เยาวชนในต่างจังหวัดถูกมองเห็นมากขึ้น
  • เส้นทางการแข่งขันจากระดับท้องถิ่นสู่ระดับประเทศมีความสำคัญต่อการพัฒนานักกีฬา เพราะช่วยเพิ่มจำนวนเกมแข่งขันจริงและสร้างประสบการณ์ก่อนก้าวสู่ระดับอาชีพ
  • การพัฒนากีฬาเยาวชนที่ยั่งยืนต้องเดินควบคู่กันทั้งนักกีฬา โค้ช ผู้ตัดสิน สนามแข่งขัน และระบบบริหารจัดการ ไม่ใช่พัฒนาเฉพาะตัวผู้เล่นเพียงด้านเดียว

ขอบคุณรูปภาพจาก FA Thailand 

Prime Minister’s Youth Cup จึงเป็นโปรเจกต์ที่ต้องจับตา หากสามารถเดินหน้าต่อเนื่องตามกรอบที่วางไว้ นี่อาจกลายเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของการสร้างนักฟุตบอลและนักวอลเลย์บอลรุ่นใหม่ให้กับประเทศไทย ติดตามความเคลื่อนไหววงการฟุตบอลไทย ฟุตบอลต่างประเทศ และข่าวกีฬาเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM

Categorized in:

ฟุตบอลไทย,