กลายเป็นจังหวะเดือดที่ถูกพูดถึงหนักในศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ เมื่อ ฟิล โฟเด้น แนวรุกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกใบแดงโดยตรงตั้งแต่ครึ่งแรก หลังตอบโต้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ด้วยการเตะใส่ลำตัว ก่อนที่ VAR จะตรวจสอบและยืนยันคำตัดสินของผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์
จุดเดือดเริ่มจากการปะทะ โฟเด้น กับ บรูโน่
เหตุการณ์เกิดขึ้นในเกมพรีเมียร์ลีกที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน โดยจังหวะปัญหาเกิดขึ้นในนาทีที่ 23 ขณะ โฟเด้น และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ปะทะกันกลางเกม
หลัง โฟเด้น ล้มลงกับพื้น บรูโน่ มีจังหวะใช้เท้าเตะเบา ๆ ไปบริเวณด้านหลังของดาวเตะทีมเยือน ก่อนที่ โฟเด้น จะตอบโต้ทันทีด้วยการเตะออกไปและโดนบริเวณลำตัวของกัปตัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ซึ่งทำหน้าที่ตัดสินเกมนี้มองเห็นเหตุการณ์และควักใบแดงโดยตรงไล่ โฟเด้น ออกจากสนามทันที ทำให้ แมนซิตี้ ต้องเล่นด้วยผู้เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่ช่วงต้นเกม

พรีเมียร์ลีกชี้เป็นพฤติกรรมรุนแรง VAR ยืนยันใบแดง
พรีเมียร์ลีกออกมาชี้แจงภายหลังว่า การตัดสินลงโทษ โฟเด้น ในข้อหา ประพฤติรุนแรง ได้รับการตรวจสอบจากทีมงาน VAR แล้ว และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเปลี่ยนคำตัดสินในสนาม
“การตัดสินให้ ฟิล โฟเด้น โดนใบแดงจากข้อหาประพฤติรุนแรง ได้รับการตรวจสอบและยืนยันโดยวีเออาร์ โดย ผู้ตัดสิน กล่าวว่า -ใบแดง ฟิล โฟเด้น เตะออกไปโดนลำตัวของ บรูโน่-“
ทีมงาน VAR ยังมองว่าการกระทำของ โฟเด้น เป็นการเคลื่อนไหวตอบโต้ที่เกิดขึ้นแยกจากจังหวะแรกอย่างชัดเจน จึงเข้าข่ายการกระทำที่สามารถลงโทษด้วยใบแดงโดยตรงได้
“ทีมงานวีเออาร์ -สำหรับผม นี่ดูเป็นใบแดงที่ชัดเจน เป็นการเคลื่อนไหวซ้ำอีกครั้ง หลังจากจังหวะแรกเกิดขึ้น ดังนั้นขอยืนยันใบแดงของนักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หมายเลข 47-“
ประเด็นคาใจ ทำไม บรูโน่ ไม่ถูกลงโทษ
สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นดราม่าหนักไม่ใช่เพียงใบแดงของ โฟเด้น แต่เป็นจังหวะก่อนหน้านั้นที่ บรูโน่ ใช้เท้าไปโดนคู่แข่งขณะอยู่บนพื้น โดยกัปตันทีมปีศาจแดงไม่ได้รับใบเหลืองหรือใบแดงจากเหตุการณ์ดังกล่าว
อดีตผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีก มาร์ค ฮัลซีย์ มองว่าใบแดงของ โฟเด้น เป็นคำตัดสินที่ถูกต้อง แต่ บรูโน่ ก็โชคดีที่ไม่ได้รับใบเหลืองจากพฤติกรรมก่อนหน้า พร้อมอธิบายว่า VAR ไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงเพื่อแจกเพียงใบเหลืองได้ หากผู้ตัดสินในสนามไม่ได้ลงโทษในจังหวะนั้น
ขณะเดียวกัน อดีตนักเตะและนักวิเคราะห์หลายรายมีมุมมองแตกต่างออกไป โดยตั้งคำถามถึงความรุนแรงของบทลงโทษ และมองว่าจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์จากฝั่ง บรูโน่ ควรถูกนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน
แมนซิตี้เหลือ 10 คน แต่บุกคว้าชัยถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
แม้ต้องเสีย โฟเด้น ตั้งแต่นาทีที่ 23 แต่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับเอาตัวรอดจากสถานการณ์เสียเปรียบได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นฝ่ายบุกชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 จากประตูชัยของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ในนาทีที่ 60
ยูไนเต็ดมีโอกาสใช้ความได้เปรียบเรื่องจำนวนผู้เล่น แต่ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ ค็อบบี้ เมนู ยิงชนเสา ขณะที่แนวรับและ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ช่วยกันรักษาสกอร์ให้ทีมเยือนคว้าสามแต้มออกจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้สำเร็จ
นั่นยิ่งทำให้ใบแดงของ โฟเด้น กลายเป็นหนึ่งในจังหวะสำคัญของเกม เพราะแทนที่ แมนซิตี้ จะเสียหายจากการเหลือ 10 คน พวกเขากลับแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและวินัยในการเล่นจนปิดเกมคว้าชัยในดาร์บี้แมตช์ได้
ใบแดงที่ โฟเด้น ต้องจำเป็นบทเรียน
ไม่ว่าจังหวะก่อนหน้าของ บรูโน่ จะถูกมองอย่างไร สิ่งที่ชัดเจนคือการตอบโต้คู่แข่งนอกเหนือจากการเล่นบอลมีความเสี่ยงสูงต่อการโดนลงโทษ โดยเฉพาะเมื่อการแข่งขันยุคปัจจุบันมีภาพจากหลายมุมให้ทีม VAR ตรวจสอบย้อนหลังได้แทบทุกจังหวะ
สำหรับ โฟเด้น นี่ถือเป็นบทเรียนราคาแพง เพราะการเสียการควบคุมอารมณ์เพียงไม่กี่วินาทีทำให้ทีมต้องเล่นในสถานการณ์เสียเปรียบกว่าหนึ่งชั่วโมง และอาจมีผลต่อเนื่องจากบทลงโทษหลังการแข่งขันอีกด้วย

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : ใบแดงและ VAR ในพรีเมียร์ลีก
- การเตะหรือพยายามเตะคู่แข่งโดยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแย่งบอล สามารถถูกพิจารณาเป็นพฤติกรรมรุนแรงและลงโทษด้วยใบแดงโดยตรงได้
- VAR สามารถตรวจสอบจังหวะใบแดงโดยตรงและแจ้งผู้ตัดสินได้ หากเห็นว่าคำตัดสินในสนามอาจเป็นความผิดพลาดที่ชัดเจน
- VAR ไม่ได้มีหน้าที่เข้ามาแทรกแซงเพื่อแจกใบเหลืองทั่วไป จึงอาจเกิดกรณีที่จังหวะหนึ่งถูกตรวจสอบเรื่องใบแดง แต่ไม่มีการย้อนกลับมาให้ใบเหลืองกับอีกฝ่าย
ติดตามทุกประเด็นเดือดจากพรีเมียร์ลีก ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ บทวิเคราะห์เกมใหญ่ และความเคลื่อนไหวลูกหนังแบบเจาะลึกได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM ครบทุกเรื่องสำคัญที่แฟนบอลไม่ควรพลาด