ช้างศึก U23 พร้อมเปิดศึกเอเชียนเกมส์ 2026
ทีมชาติไทย U23 เตรียมเข้าสู่บททดสอบสำคัญในฟุตบอลชาย เอเชียนเกมส์ 2026 รอบแบ่งกลุ่ม สาย A โดยมีคิวประเดิมสนามพบ คีร์กีซสถาน วันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่โตโยต้า สเตเดียม เมืองไอจิ ประเทศญี่ปุ่น
ก่อนเกม ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หรือ “โค้ชวัง” หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย แถลงความพร้อมเมื่อวันที่ 15 กันยายน พร้อมยืนยันเป้าหมายชัดเจนว่า ช้างศึกจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดและเดินหน้าให้ลึกที่สุดในทัวร์นาเมนต์
“ก่อนอื่นต้องกล่าวขอบคุณเจ้าภาพที่ให้การต้อนรับเราเป็นอย่างดี ในการมาเอเชียน เกมส์ ครั้งนี้ เป็นมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ของเอเชีย เราได้นำ ทีมชาติไทย มาเข้าแข่งขันก็เป็นเกียรติอย่างยิ่ง เป้าหมายของเราแน่นอนว่า เราจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อเข้ารอบให้ลึกที่สุด การได้อยู่ร่วมสายกับ ญี่ปุ่น เจ้าภาพ ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ในการเจอกับทีมชั้นนำของเอเชีย”
ทีมเวิร์คคือคีย์แมน ไม่มีซูเปอร์สตาร์ก็ต้องสู้เป็นทีม
จุดที่โค้ชวังเน้นหนักก่อนทัวร์นาเมนต์คือ ทีมเวิร์ค เพราะทีมชุดนี้ไม่ได้มีซูเปอร์สตาร์ที่ต้องฝากความหวังไว้กับใครคนใดคนหนึ่ง ทุกตำแหน่งต้องเคลื่อนที่ สนับสนุน และเล่นภายใต้ระบบเดียวกัน
“ส่วน คีย์เพลย์เยอร์ ผมมองว่าน่าจะเป็นเรื่องทีมเวิร์ค ทีมของเราไม่มีซูเปอร์สตาร์ในทีม ทุกคนต้องเล่นเป็นทีม เรามองว่าอย่าง ญี่ปุ่น เป็นทีมที่เราติดตามมาตลอดในทุกชุด ก็เล่นฟุตบอลที่เล่นเป็นทีม และมีทีมเวิร์ค ไม่ได้มีผู้เล่นที่เป็นคีย์แมน ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่ก่อนหน้านี้ เรามีโค้ชญี่ปุ่นหลายคน ที่มีคุณภาพ ที่มาทำงานที่ไทย ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ เราก็ได้เรียนรู้จากโค้ชที่มีความสามารถ และทำให้นักฟุตบอลของไทยหลายคนได้มาเล่นที่ญี่ปุ่น และบางคนมาที่นี่ พอกลับไปที่ไทยก็ได้กลับไปพัฒนาลีกบ้านเรา รวมถึงทีมชาติของเรา รวมถึงสโมสร ก็ทำให้แต่ละทีมมีประสิทธิภาพที่ดี และแข็งแกร่งขึ้น”
การอยู่ร่วมสายกับเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่นจึงไม่ใช่แค่โจทย์หนัก แต่ยังเป็นเวทีให้แข้งไทยวัดมาตรฐานกับหนึ่งในชาติชั้นนำของเอเชียโดยตรง
สภาพทีมลงตัว ที่พัก สนามซ้อม และอากาศไม่มีปัญหา
อีกหนึ่งข่าวดีคือการปรับตัวของนักเตะหลังเดินทางถึงญี่ปุ่น ทั้งระบบรักษาความปลอดภัย อาหาร ที่พัก และสนามซ้อมอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการเตรียมทีม ขณะที่สภาพอากาศไม่ได้แตกต่างจากประเทศไทยมากจนส่งผลต่อการฝึกซ้อม
“ตั้งแต่เดินทางมาถึง เราได้รับการต้อนรับและระบบความปลอดภัยที่เข้มงวด รวมถึงที่โรงแรมที่พัก ความปลอดภัยก็ดีเยี่ยมทุกอย่าง ทั้งเรื่องอาหารก็มีความหลากหลาย และเป็นอาหารที่อร่อยถูกปากนักฟุตบอล และสตาฟฟ์ ส่วนสนามซ้อมก็ไม่ไกลจากที่พัก สภาพสนาม และสภาพอากาศก็ไม่ได้แตกต่างจากเมืองไทยในตอนนี้”

คีร์กีซสถานไม่ใช่คู่แข่งแปลกหน้า ไทยมีข้อมูลจากเกมอุ่นเครื่อง
เกมเปิดสนามกับ คีร์กีซสถาน มีรายละเอียดที่น่าสนใจ เพราะทั้งสองทีมเพิ่งเจอกันในเกมอุ่นเครื่องช่วงฟีฟ่า เดย์ เดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งจบด้วยผลเสมอ 1-1 ทำให้ทีมงานไทยมีข้อมูลทั้งเรื่องระบบการเล่น จุดแข็ง และลักษณะการเข้าทำของคู่แข่งอยู่ในมือแล้ว
“ส่วนเกมแรกกับ คีร์กีซสถาน ในช่วงฟีฟ่า เดย์ ที่ผ่านมา เมื่อเดือนมิถุนายน เราก็มีโอกาสอุ่นเครื่องกับพวกเขา และได้รู้ระบบและความแข็งแกร่งของพวกเขา ก็เป็นการบ้านของพวกเราตั้งแต่ตอนนั้น เราก็เชื่อมั่นในศักยภาพนักกีฬาของเรา รวมถึงการเตรียมทีมเชื่อว่าเราจะสู้กับ คีร์กีซสถาน ได้สนุก”
เกมอุ่นเครื่องครั้งนั้น ไทยต้องรับมือคู่แข่งที่มีรูปร่างสูงใหญ่ และยังมีรายละเอียดในเกมจากแนวรับสู่เกมรุกที่ต้องแก้ไข นั่นทำให้การกลับมาเจอกันครั้งนี้ไม่ใช่การเปิดหน้าแลกแบบไร้ข้อมูล แต่เป็นการวัดกันว่าฝ่ายใดนำบทเรียนจากเกมแรกไปปรับใช้ได้เฉียบคมกว่า
ประสบการณ์เจอญี่ปุ่นและทีมชาติชุดใหญ่เพิ่มความแข็งแกร่ง
โค้ชวังยังมองว่าประสบการณ์ของนักเตะหลายรายที่เคยผ่านฟุตบอลเยาวชนระดับนานาชาติ รวมถึงบางคนที่ได้รับโอกาสสัมผัส ทีมชาติไทยชุดใหญ่ จะเป็นทุนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานของทีมชุดนี้
“นักกีฬาของเรา มีโอกาสได้เจอกับ ญี่ปุ่น หลายครั้งในบอลเยาวชน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และจะสามารถนำมาช่วยทีมชุดนี้ได้ สิ่งสำคัญก็ต้องผสมผสานกับหลายอย่าง ทั้งการเจอกับ ญี่ปุ่น รวมถึงก่อนหน้านี้หลายคนก็ไปเล่นทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ก็ทำให้มีประสบการณ์ผสมผสาน น่าจะทำให้ผลงานเราดีขึ้น และประสิทธิภาพในเกมและในทีมของเราดีขึ้น”
สถานการณ์กลุ่ม A ต้องเริ่มให้แรงตั้งแต่นัดแรก
ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่ม A ร่วมกับ ญี่ปุ่น เจ้าภาพ, คีร์กีซสถาน และฮ่องกง แข่งขันแบบพบกันหมด ก่อนนำแชมป์กลุ่มและรองแชมป์กลุ่มผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ ทำให้ทุกแต้มจากสามเกมมีความหมาย โดยเฉพาะนัดเปิดสนามที่ไทยต้องพยายามสร้างโมเมนตัมให้ได้ตั้งแต่ต้นทัวร์นาเมนต์
การแข่งขันฟุตบอลชายในมหกรรมเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น และโปรแกรมของทัพช้างศึกในรอบแบ่งกลุ่มถูกวางไว้ครบสามนัดระหว่างวันที่ 16-23 กันยายน 2569
โปรแกรมทีมชาติไทย U23 รอบแบ่งกลุ่ม
- 16 กันยายน 2569 ไทย พบ คีร์กีซสถาน เวลา 14.00 น. ที่โตโยต้า สเตเดียม ถ่ายทอดสดทาง ONE HD31 และ AIS PLAY
- 20 กันยายน 2569 ฮ่องกง พบ ไทย เวลา 14.00 น. ที่โตโยต้า สเตเดียม ถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และ AIS PLAY
- 23 กันยายน 2569 ญี่ปุ่น พบ ไทย เวลา 17.30 น. ที่โตโยต้า สเตเดียม ถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และ AIS PLAY
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ทีมชาติไทย U23 ในเอเชียนเกมส์ 2026
- รอบแบ่งกลุ่มใช้ระบบพบกันหมด โดยอันดับ 1 และ 2 ของกลุ่มผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์
- ไทยกับคีร์กีซสถานเคยอุ่นเครื่องกันในเดือนมิถุนายน 2569 และเสมอกัน 1-1 ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีข้อมูลของกันและกันก่อนเกมจริง
- ทีมชุดนี้ถูกวางแนวทางให้ใช้ทีมเวิร์คเป็นแกนหลัก มากกว่าการพึ่งนักเตะคนใดคนหนึ่ง
ขอขอบคุณรูปภาพจาก FA Thailand
เกมแรกคือบทพิสูจน์สำคัญของช้างศึก U23 ว่าการเตรียมทีมและบทเรียนจากเกมอุ่นเครื่องจะถูกเปลี่ยนเป็นผลงานในสนามได้มากแค่ไหน ติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวฟุตบอลไทย และศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM