แวร์เดอร์ เบรเมน ระเบิดหัวใจนักสู้กลางเวเซอร์สตาดิโอน พลิกสถานการณ์จากตามหลังถึง 0-2 กลับมาแซงชนะ เอาก์สบวร์ก 3-2 แบบสุดเหลือเชื่อในศึกบุนเดสลีกา นัดที่ 4 โดย มาร์โก กรูลล์ มีส่วนกับทั้ง 3 ประตู ก่อน มิตเชลล์ ไวเซอร์ รับบทฮีโร่ซัดประตูชัยในนาที 90+3 ปิดฉากค่ำคืนสุดเดือดของเจ้าถิ่น
เบรเมน 3-2 เอาก์สบวร์ก เกมที่เปลี่ยนจากฝันร้ายเป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำ
ดาเนียล ติอูเนอ กุนซือเบรเมนเลือกใช้ 11 ตัวจริงชุดเดิมเป็นเกมบุนเดสลีกานัดที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่เอาก์สบวร์กปรับหนึ่งตำแหน่ง ส่ง แมร์ต เคอมูร์ ออกสตาร์ตในลีกเป็นครั้งแรกของฤดูกาลแทน อาริยอน อิบราฮิโมวิช
เบรเมนเกือบออกนำก่อนจากฟรีคิกของ ชูกี ที่พุ่งชนด้านนอกเสา แต่ช่วงต้นเกมกลับเป็นเอาก์สบวร์กที่เล่นได้เฉียบคมกว่า ไมเคิล เกรกอริตช์ ได้โหม่งแต่บอลตรงตัว คาร์ล ไฮน์

เฟลล์เฮาเออร์ลงโทษแนวรับสูง เอาก์สบวร์กบุกนำ
นาที 18 ทีมเยือนฉีกแนวรับเบรเมนได้สำเร็จ ฟาเบียน รีเดอร์ แทงบอลน้ำหนักพอดีเข้าไปด้านหลังแนวรับที่ดันสูง ก่อน โรบิน เฟลล์เฮาเออร์ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงผ่านไฮน์อย่างเยือกเย็น ส่งเอาก์สบวร์กขึ้นนำ 1-0
หลังเสียประตู เบรเมนครองบอลมากขึ้นแต่ยังเจาะพื้นที่สุดท้ายไม่ขาด นิคคลาส ฟึลล์ครุก มีโอกาสโหม่งก่อนหมดครึ่งแรก แต่บอลเบาเกินกว่าจะสร้างปัญหาให้ ฟินน์ ดาห์เมน ทำให้เจ้าถิ่นต้องเข้าห้องแต่งตัวด้วยสกอร์ตามหลัง
บรัคเคิลมันน์โขก 2-0 เบรเมนเจอสถานการณ์วิกฤต
ครึ่งหลังเบรเมนเร่งเครื่องทันที ชูกี, เอเรน ดิงค์ชี และฟึลล์ครุกต่างได้ทดสอบดาห์เมน แต่ผู้รักษาประตูทีมเยือนยังยืนหยัดเอาไว้ได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม นาที 58 สถานการณ์ของเจ้าถิ่นหนักกว่าเดิม อเล็กซิส โคล้ด-มอริซ เปิดเตะมุมเข้ามาที่เสาแรก ก่อน คัลวิน บรัคเคิลมันน์ สะบัดศีรษะเปลี่ยนทางบอลเข้าประตู กลายเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในบุนเดสลีกา และส่งเอาก์สบวร์กหนีเป็น 2-0
กรูลล์จุดไฟการคัมแบ็ก ยิงเองก่อนพาเบรเมนไล่ล่า
เบรเมนไม่ยอมแตก นาที 66 ชูกีแทงบอลให้ มาร์โก กรูลล์ หลุดขึ้นมา ก่อนเจ้าตัวแตะตัดเข้าในหนี โนอาห์ไค แบงก์ส แล้วซัดบอลเสียบมุมบนอย่างเด็ดขาด ไล่มาเป็น 1-2 และทำให้เสียงเชียร์ในเวเซอร์สตาดิโอนกลับมากระหึ่มอีกครั้ง
แรงกดดันถาโถมเข้าใส่เอาก์สบวร์กทันที ไวเซอร์และชูกีมีโอกาสตามมา แต่ดาห์เมนเซฟได้ต่อเนื่อง ทำให้ทีมเยือนยังรักษาความได้เปรียบเอาไว้ได้จนเข้าสู่ช่วงท้ายเกม
ฟึลล์ครุกตะบันตีเสมอ ก่อนบทสรุปสุดบ้าคลั่ง
นาที 86 ความพยายามของเบรเมนสัมฤทธิ์ผล จังหวะแย่งบอลที่มีกรูลล์เข้าไปกดดันทำให้บอลกระเด้งมาถึง นิคคลาส ฟึลล์ครุก บริเวณหน้าเขตโทษ ก่อนหัวหอกตัวเก๋าจะอัดเต็มข้อส่งบอลพุ่งผ่านดาห์เมนเข้าไปอย่างรุนแรง ตีเสมอ 2-2
แต่เจ้าถิ่นไม่ได้ต้องการเพียงหนึ่งแต้ม พวกเขายังเดินหน้าไล่บดต่อจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และนาที 90+3 กรูลล์เปิดบอลย้อนกลับมาให้ตัวสำรองอย่าง มิตเชลล์ ไวเซอร์ ปั่นด้วยเท้าซ้ายส่งบอลเสียบมุมบนไกลอย่างงดงาม พลิกสกอร์เป็น 3-2 ท่ามกลางเสียงคำรามของแฟนบอลทั้งสนาม
ประตูนี้มีความหมายมากกว่าแค่การเป็นประตูชัย เพราะไวเซอร์เพิ่งกลับมาลงสนามหลังต้องพักจากอาการบาดเจ็บยาวถึง 483 วัน และนี่เป็นประตูบุนเดสลีกาลูกแรกของเขานับตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2025 ซึ่งครั้งนั้นก็เป็นประตูชัยให้เบรเมนเช่นกัน
มาร์โก กรูลล์ พระเอกตัวจริง มีส่วนครบทั้ง 3 ประตู
แม้ไวเซอร์จะยิงประตูปิดเกม แต่ผู้เล่นที่ขับเคลื่อนการพลิกนรกครั้งนี้คือกรูลล์อย่างแท้จริง เขายิงประตูแรกของเบรเมนด้วยตัวเอง มีส่วนในจังหวะที่บอลไปถึงฟึลล์ครุกสำหรับประตูตีเสมอ และเป็นคนแอสซิสต์ให้ไวเซอร์ซัดประตูชัย
ผลงานที่มีส่วนกับทั้ง 3 ประตูทำให้กรูลล์คว้ารางวัล Man of the Match ด้วยคะแนนโหวต 51 เปอร์เซ็นต์ พร้อมตอกย้ำว่าเกมนี้เป็นหนึ่งในค่ำคืนที่เจ้าตัวทรงอิทธิพลต่อเกมรุกของเบรเมนมากที่สุด
สรุปผู้ทำประตู เบรเมน พบ เอาก์สบวร์ก
- นาที 18 โรบิน เฟลล์เฮาเออร์ ทำประตู 0-1 แอสซิสต์โดย ฟาเบียน รีเดอร์
- นาที 58 คัลวิน บรัคเคิลมันน์ ทำประตู 0-2 แอสซิสต์โดย อเล็กซิส โคล้ด-มอริซ
- นาที 66 มาร์โก กรูลล์ ทำประตู 1-2 แอสซิสต์โดย ชูกี
- นาที 86 นิคคลาส ฟึลล์ครุก ทำประตู 2-2
- นาที 90+3 มิตเชลล์ ไวเซอร์ ทำประตู 3-2 แอสซิสต์โดย มาร์โก กรูลล์
ตัวเลขสำคัญจากเกม
- ค่า xGoals เบรเมน 2.81 ต่อ เอาก์สบวร์ก 0.81
- นักเตะความเร็วสูงสุดคือ มาร์โก กรูลล์ 33.79 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ประตูชัย 3-2 ของไวเซอร์มีความน่าจะเป็นในการเป็นประตูเพียง 9 เปอร์เซ็นต์
- กรูลล์เป็นผู้เล่นเบรเมนที่ถูกกดดันมากที่สุดในเกม
- ยูริ เรเกียร์ มีค่าประสิทธิภาพการผ่านบอล +3.59

เบรเมนกำลังสร้างความเชื่อมั่นภายใต้ดาเนียล ติอูเนอ
ชัยชนะครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นพัฒนาการของเบรเมนภายใต้ติอูเนอ ก่อนหน้านี้พวกเขาเพิ่งเปิดบ้านเอาชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 3-1 โดยฟึลล์ครุกและดิงค์ชีต่างทำประตูในเกมคืนสู่เวเซอร์สตาดิโอน ก่อนเก็บผลเสมอกับโคโลญจน์ และกลับมาสร้างเกมคัมแบ็กสุดระทึกกับเอาก์สบวร์ก
สิ่งที่เด่นชัดไม่ใช่เพียงคุณภาพในพื้นที่สุดท้าย แต่คือสภาพจิตใจของทีมที่ยังเดินหน้าบุกแม้ตามหลังสองประตู การพลิกเกมในช่วง 24 นาทีสุดท้ายตั้งแต่ประตูของกรูลล์จนถึงลูกยิงของไวเซอร์ จึงเป็นสัญญาณสำคัญว่าทีมชุดนี้พร้อมสู้จนเสียงนกหวีดสุดท้าย
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับเกมคัมแบ็กในฟุตบอล
- ทีมที่ตามหลังสองประตูจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างการเพิ่มจำนวนผู้เล่นเกมรุกกับการป้องกันพื้นที่สวนกลับ เพราะการเสียประตูเพิ่มอีกลูกอาจปิดเกมทันที
- ประตูตีไข่แตกมักเปลี่ยนโมเมนตัมของเกม โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในสนามเหย้าที่เสียงเชียร์สามารถเพิ่มแรงกดดันต่อคู่แข่งได้อย่างชัดเจน
- ช่วงท้ายเกม ตัวสำรองสามารถเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากความสดและรูปแบบการเล่นที่แตกต่าง ซึ่งเกมนี้ไวเซอร์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนด้วยประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
ติดตามข่าวฟุตบอล บุนเดสลีกา ผลบอล โปรแกรมการแข่งขัน และทุกความเคลื่อนไหวลูกหนังแบบเข้มข้นทันเหตุการณ์ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM