ศึก บุนเดสลีกา เยอรมนี 2026/27 แมตช์เดย์ 4 จบลงด้วยสุดสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยเกมเดือด ตั้งแต่ บาเยิร์น มิวนิค ไล่ถล่ม อูนิโอน เบอร์ลิน แบบไร้ปรานี 7-0 ไปจนถึง แวร์เดอร์ เบรเมน ที่พลิกสถานการณ์จากตามหลังสองประตูกลับมาเฉือน เอาก์สบวร์ก ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

ขณะเดียวกัน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังรักษาสถิติชนะรวดได้อย่างแข็งแกร่ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จัดการคู่แข่งลุ้นพื้นที่ยุโรปอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก ส่วน ไฟรบวร์ก ยังไม่แพ้ใครหลังบุกแบ่งแต้ม ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต นี่คือ 5 นักเตะที่สร้างอิทธิพลต่อผลการแข่งขันอย่างชัดเจนที่สุดในสัปดาห์นี้

ไมเคิล โอลิเซ่ ตัวรุกที่ทำแนวรับอูนิโอนพังทั้งระบบ

หากต้องเลือกหนึ่งผลงานส่วนตัวที่สะเทือนทั้งลีก ชื่อของ ไมเคิล โอลิเซ่ แทบไม่มีคู่แข่ง ปีกตัวอันตรายของ บาเยิร์น มิวนิค กดแฮตทริกแรกของตัวเองในสีเสือใต้ พร้อมทำอีก 1 แอสซิสต์ ในเกมที่ทีมของ แว็งซ็องต์ กอมปานี ถล่ม อูนิโอน เบอร์ลิน 7-0 ที่อัลลิอันซ์ อารีนา

โอลิเซ่เริ่มยิงประตูของตัวเองในนาที 43 ก่อนกลับมาซัดเพิ่มอีกสองลูกในนาที 73 และ 76 นอกจากนี้ยังเปิดให้ แฮร์รี่ เคน โหม่งประตูที่สองของตัวเอง ทำให้เขามีส่วนโดยตรงถึง 4 ประตูในเกมเดียว และได้รับเลือกเป็นแมนออฟเดอะแมตช์ด้วยคะแนนโหวตสูงถึง 88 เปอร์เซ็นต์

ค่ำคืนนี้ยังเป็นเกมประวัติศาสตร์ของ เคน หลังดาวยิงทีมชาติอังกฤษแตะหลัก 100 ประตูในบุนเดสลีกาด้วยการลงเล่นเพียง 98 นัด เร็วกว่าสถิติเดิมของ ดีเตอร์ มุลเลอร์ ที่ต้องใช้ 129 นัด ก่อนที่ เคน จะยิงลูกที่ 101 ตามมาในเกมเดียวกัน

แต่ถึง เคน จะสร้างสถิติระดับลีก คนที่ยึดเวทีทั้งหมดในเกมนี้เอาไว้กลับเป็นโอลิเซ่ การจบสกอร์ การสร้างโอกาส และการเคลื่อนที่ระหว่างแนวรับทำให้แนวรับอูนิโอนไม่เคยควบคุมเขาได้จริงตลอดเกม

มาร์โก กรึลล์ จุดระเบิดการคัมแบ็กสุดคลั่งของเบรเมน

แวร์เดอร์ เบรเมน ดูเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ความพ่ายแพ้ เมื่อโดน เอาก์สบวร์ก นำ 2-0 หลังผ่านไป 58 นาที แต่ทุกอย่างเปลี่ยนทันทีเมื่อ มาร์โก กรึลล์ ตัดสินใจลุกขึ้นมาแบกเกมรุก

แข้งชาวออสเตรียตีไข่แตกในนาที 66 จุดไฟให้เจ้าถิ่นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง จากนั้นมีบทบาทกับประตูตีเสมอของ นิคลาส ฟึลล์ครุก ในนาที 86 ก่อนจ่ายให้ มิทเชลล์ ไวเซอร์ ซัดประตูชัยนาที 90+3 พลิกกลับมาชนะ 3-2 แบบสุดระทึก

ตัวเลขหลังเกมสะท้อนอิทธิพลของกรึลล์อย่างชัดเจน เพราะเขามีส่วนกับทั้ง 3 ประตูของเบรเมน และยังได้รับเลือกเป็นแมนออฟเดอะแมตช์ด้วยคะแนนโหวต 51 เปอร์เซ็นต์

สำหรับทีมของ ดาเนียล ธีอูเน ผลงานแบบนี้มีค่ามากกว่าแค่สามคะแนน เพราะเบรเมนกำลังพยายามสร้างระยะห่างจากการต้องกลับไปดิ้นรนหนีตกชั้นอีกครั้ง และเกมที่สามารถกลับมาจากสถานการณ์แทบหมดทางสู้ได้ ย่อมเพิ่มทั้งความเชื่อมั่นและความแข็งแกร่งทางจิตใจ

เดอร์รี่ เชอร์ฮานต์ ทั้งยิงทั้งจ่ายช่วยไฟรบวร์กรอดจากแฟรงค์เฟิร์ต

เดอร์รี่ เชอร์ฮานต์ เป็นอีกหนึ่งตัวรุกที่สร้างผลงานเด็ดขาด หลังมีส่วนสำคัญช่วย ไฟรบวร์ก บุกเสมอ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 2-2 และรักษาสถิติไม่แพ้ใครในช่วงเปิดฤดูกาลเอาไว้ได้

หลังทีมตกเป็นฝ่ายตามหลัง เชอร์ฮานต์พาบอลทะลุเข้าเขตโทษก่อนยิงประตูตีเสมอ 1-1 ในนาที 34 แม้แฟรงค์เฟิร์ตจะตอบโต้ทันควันจากประตูของ โยนาธาน บูร์คาร์ดท์ ในนาที 36 แต่ต้นครึ่งหลังเขาก็กลับมาสร้างความเสียหายอีกครั้ง

เพียงนาที 48 เชอร์ฮานต์เปิดบอลจากฝั่งซ้ายให้ ยูอิโตะ ซูซูกิ ยิงตีเสมอ 2-2 นอกจากนี้เจ้าตัวยังมีโอกาสจากฟรีคิกที่ชนเสา และจบเกมด้วยจำนวนการยิงสูงสุด 5 ครั้ง ก่อนคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม

หนึ่งประตูกับหนึ่งแอสซิสต์ในเกมเยือนหนักระดับนี้ตอกย้ำฟอร์มช่วงต้นฤดูกาลของเขาได้อย่างชัดเจน และเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ผลงานของเจ้าตัวได้รับการยอมรับจนมีชื่อติดทีมชาติเยอรมนีชุดล่าสุด

มิเกล กูเตียร์เรซ แบ็กซ้ายที่เล่นงานไลป์ซิกทั้งรุกและรับ

ชัยชนะ 2-0 ของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เหนือ แอร์เบ ไลป์ซิก ไม่ได้เกิดจากเกมรุกเพียงอย่างเดียว เพราะ มิเกล กูเตียร์เรซ สร้างผลงานครบเครื่องจากตำแหน่งแบ็กซ้ายจนกลายเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของเกม

แนวรับชาวสเปนเป็นคนเปิดบอลให้ พาทริค ชิค ทำประตูขึ้นนำในนาที 45 ซึ่งทำให้หัวหอกเช็กยิงได้ติดต่อกันเป็นเกมที่ 4 ของบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ จากนั้นนาที 57 กูเตียร์เรซจัดการยิงประตูที่สองด้วยตัวเอง ปิดทางกลับของไลป์ซิกอย่างเด็ดขาด

หนึ่งประตูกับหนึ่งแอสซิสต์จากตำแหน่งฟูลแบ็กทำให้เขาได้รับเลือกเป็นแมนออฟเดอะแมตช์ ขณะที่เลเวอร์คูเซ่นสร้างโอกาสคิดเป็นค่า xG 2.07 เทียบกับเพียง 0.78 ของไลป์ซิก สะท้อนถึงความเหนือกว่าของเจ้าถิ่นได้อย่างชัดเจน

นี่คือสามคะแนนสำคัญอย่างยิ่ง เพราะคู่แข่งอย่างไลป์ซิกคือทีมที่มีเป้าหมายแย่งพื้นที่ฟุตบอลยุโรปโดยตรง การเก็บชัยชนะพร้อมได้ฟอร์มระดับนี้จากแนวรับจึงมีความหมายต่อเลเวอร์คูเซ่นมากกว่าผลการแข่งขันเพียงนัดเดียว

มักซิมิเลียน ไบเออร์ หนึ่งจังหวะที่เปลี่ยนเกมให้ดอร์ทมุนด์

ตัวเลขของ มักซิมิเลียน ไบเออร์ อาจไม่หวือหวาเหมือนโอลิเซ่หรือกรึลล์ แต่ฟุตบอลระดับสูงหลายครั้งไม่ต้องการสิบจังหวะ ขอเพียงจังหวะเดียวที่เฉียบขาด และดาวยิงวัย 23 ปีรายนี้ทำได้ในเกมเยือน สตุ๊ตการ์ท

เกมยังล็อกกันอยู่ที่ 0-0 จนถึงนาที 70 เมื่อ โจ๊บ เบลลิงแฮม ตัวสำรองของดอร์ทมุนด์หาพื้นที่ทางด้านขวา ก่อนเปิดบอลเรียดเข้าเขตโทษให้ไบเออร์เข้าชาร์จเป็นประตูเดียวของเกม

ดอร์ทมุนด์ประคองสกอร์ 1-0 จนจบ เก็บเพิ่มเป็น 12 คะแนนเต็มจาก 4 นัดแรก และเป็นเพียงครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์สโมสรที่พวกเขาออกสตาร์ตบุนเดสลีกาด้วยผลงาน 12 คะแนนเต็ม โดยครั้งก่อนหน้าที่ทำได้เกิดขึ้นในปี 2015

ไบเออร์ยังยิงมากที่สุดในทีมเกมนี้ที่ 3 ครั้ง และประตูตัดสินเกมทำให้เขาคว้ารางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ด้วยคะแนนโหวต 49 เปอร์เซ็นต์

ผลงานดังกล่าวยังสะท้อนอีกมุมของทีมภายใต้การคุมทัพของ นิโก้ โควัช เพราะเมื่อเกมไม่ได้เปิดพื้นที่ให้เล่นง่าย เสือเหลืองยังสามารถอดทน รอจังหวะ และใช้คุณภาพของผู้เล่นเพียงครั้งเดียวเปลี่ยนเกมให้กลายเป็นสามคะแนนได้

5 คน 5 รูปแบบ แต่สร้างความแตกต่างเหมือนกัน

แมตช์เดย์ 4 แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นที่โดดเด่นไม่จำเป็นต้องสร้างอิทธิพลในรูปแบบเดียวกัน โอลิเซ่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวถล่มคู่แข่ง กรึลล์เป็นหัวใจของการคัมแบ็ก เชอร์ฮานต์ช่วยทีมไล่ตามสองครั้ง กูเตียร์เรซสร้างความเสียหายจากตำแหน่งแบ็กซ้าย ส่วนไบเออร์ใช้โอกาสสำคัญเพียงครั้งเดียวตัดสินเกม

แต่สิ่งที่ทั้งห้าคนมีเหมือนกันคือ พวกเขาไม่ได้แค่เล่นดี แต่มีส่วนโดยตรงต่อผลการแข่งขันของทีม และนั่นคือรายละเอียดที่แยกนักเตะที่ฟอร์มดีออกจากนักเตะที่สามารถเปลี่ยนเกมได้จริง

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ บุนเดสลีกาและผลงานนักเตะ

  • แฮตทริกหมายถึงการที่นักเตะคนเดียวทำได้อย่างน้อย 3 ประตูในเกมเดียว โดยไม่จำเป็นต้องยิงติดต่อกัน
  • ผู้เล่นตำแหน่งฟูลแบ็กยุคใหม่มีบทบาทในเกมรุกมากขึ้น ทั้งการสร้างโอกาส แอสซิสต์ และการเติมขึ้นไปทำประตูเหมือนที่กูเตียร์เรซแสดงให้เห็น
  • การออกสตาร์ตลีกด้วยชัยชนะต่อเนื่องมีผลต่อทั้งคะแนนและความมั่นใจ แต่ฤดูกาลบุนเดสลีกายังต้องแข่งขันยาวถึง 34 นัดสำหรับแต่ละสโมสร

เกมลีกเยอรมันยังมีเรื่องให้จับตาอีกมาก ทั้งฟอร์มร้อนแรงของเหล่าดาวดัง การขับเคี่ยวบนหัวตาราง และนักเตะที่พร้อมแจ้งเกิดทุกสัปดาห์ ติดตามข่าวฟุตบอล บุนเดสลีกา และทุกความเคลื่อนไหวของวงการลูกหนังได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM