ฝรั่งเศสบดจนได้ โอลีเซ่ซัดนาที 88 เชือดเบลเยียม

ทีมชาติฝรั่งเศส เดินหน้าเก็บชัยชนะต่อเนื่องในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2026/27 หลังบุกเฉือน เบลเยียม 1-0 ในเกมลีก เอ กลุ่ม 1 โดยประตูตัดสินเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกมจาก ไมเคิ่ล โอลีเซ่ ตัวสำรองที่ถูกส่งลงมาเปลี่ยนจังหวะเกม ก่อนกลายเป็นฮีโร่พาทัพตราไก่คว้าสามแต้มกลับออกจากบรัสเซลส์

เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยผลเสมอ กระทั่งนาทีที่ 88 ไมเคิ่ล โอลีเซ่ ซึ่งลงมาแทน บรัดเลย์ บาร์กโกล่า กระชากบอลขึ้นหน้า ลุยเข้าสู่พื้นที่อันตราย ก่อนจัดการยิงผ่าน เซนเน่อ ลัมเมนส์ เข้าไปอย่างเฉียบขาด ส่งฝรั่งเศสขึ้นนำ 1-0 และรักษาสกอร์เอาไว้ได้จนจบเกม

ยูฟ่าระบุว่าเกมนี้ไม่ได้ขาดโอกาส โดย เดซิเร่ ดูเอ้ และ ลูก้าส์ ดา กุนญ่า ต่างมีจังหวะยิงชนกรอบประตู ขณะที่ฝั่งเบลเยียมก็มีโอกาสเล่นงานแนวรับทีมเยือนเช่นกัน ก่อนที่ความเด็ดขาดในช่วงปลายเกมจะกลายเป็นตัวแบ่งผู้ชนะ

ซีดานชื่นชมความกล้า ฝรั่งเศสเล่นตามแผนที่วางไว้

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือทัพตราไก่พอใจกับวิธีการเล่นของลูกทีม โดยเฉพาะความกล้าในการครองบอลและพาบอลบุกเข้าใส่คู่แข่ง แม้จังหวะการเล่นในครึ่งหลังจะลดความร้อนแรงลงไปบ้าง

“ผมคิดว่าคืนนี้เราทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในการเจอกับทีมชาติเบลเยียมที่แข็งแกร่ง เราเล่นกันอย่างกล้าหาญ ไม่เกรงกลัวที่จะพาบอลเข้าไปในแดนของคู่แข่ง แม้ว่าในครึ่งหลังเราจะลดจังหวะการเล่นลงเล็กน้อย”

สิ่งที่ซีดานให้ความสำคัญชัดเจนคือการให้ทีมเป็นฝ่ายกำหนดเกม ไม่ยอมปล่อยให้เบลเยียมลากเกมไปตามจังหวะของตัวเอง และต้องการเห็นนักเตะเล่นด้วยความมั่นใจตั้งแต่ต้นจนจบ

“เราเป็นฝ่ายครองเกมตลอดการแข่งขัน และสมควรอย่างที่สุดที่จะได้รับผลการแข่งขันแบบนี้ เขา (ไมเคิ่ล โอลีเซ่) เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง และเขาก็รักที่จะลงเล่นฟุตบอล คุณสามารถมองเห็นสิ่งนั้นได้ เขาเข้าใจเกมเป็นอย่างดี ผมมีความสุขที่ได้อยู่เคียงข้างเขา “

โอลีเซ่กลายเป็นอาวุธเด็ดของตราไก่

นอกจากประตูชัยแล้ว ผลงานของโอลีเซ่ยังสะท้อนให้เห็นว่าฝรั่งเศสมีตัวเลือกที่สามารถเปลี่ยนเกมจากม้านั่งสำรองได้ทันที เพราะเพียงจังหวะเดียวเขาสามารถฉีกแนวรับเจ้าถิ่นและปิดบัญชีได้อย่างเยือกเย็น

ข้อมูลหลังเกมยังเผยว่า ฝรั่งเศสลงเล่นโดยไม่มี คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณเข่าจากเกมก่อนหน้า ขณะที่ซีดานปรับทีมถึง 9 ตำแหน่งจากชุดที่ชนะ ตุรกี 1-0 แต่การส่ง อุสมาน เดมเบเล่, รายาน แชร์กี และโอลีเซ่ลงสนามในช่วงหลังช่วยเพิ่มพลังเกมรุกจนสามารถเอาชนะได้ในที่สุด

“ผมพอใจมาก เราต้องการเป็นฝ่ายครองบอล และเราเน้นย้ำเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เรามีคุณภาพและความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม นักเตะทุกคนทุ่มเทและมอบสิ่งต่างๆ กลับคืนมาอย่างเต็มที่ พวกเขาแสดงให้เห็นว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง รวมถึงบรรดานักเตะที่ประเดิมสนาม ซึ่งทำผลงานได้ดีในการลงเล่นนัดแรกของพวกเขา ผมมีความสุขมาก”

ชัยชนะที่สะท้อนขุมกำลังยุคใหม่ของซีดาน

จุดน่าสนใจของชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้อยู่เพียงประตูในนาทีสุดท้าย แต่คือการที่ฝรั่งเศสสามารถเปลี่ยนผู้เล่นจำนวนมากแล้วยังรักษาคุณภาพของทีมเอาไว้ได้ เกมแรกในยุคซีดานพวกเขาเฉือนตุรกี 1-0 จากประตูของเอ็มบัปเป้ โดยโอลีเซ่เป็นคนจ่ายให้ ก่อนที่นัดต่อมาจะเป็นตัวโอลีเซ่เองที่รับบทฮีโร่

ฝั่งเบลเยียมเองเข้าสู่เกมนี้ด้วยความมั่นใจหลังเพิ่งชนะอิตาลี 2-0 ในนัดเปิดสนาม ทำให้ชัยชนะของฝรั่งเศสยิ่งมีน้ำหนัก เพราะต้องรับมือทีมที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นยุคใหม่ภายใต้ มาร์ค ฟาน บอมเมล เช่นกัน

“การมีนักเตะอย่าง ไมเคิ่ล โอลิเซ่ ถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่งสำหรับทีม คุณสามารถดูออกได้เลยว่าเมื่อไหร่ที่เขากำลังจะทำประตู โดยรวมแล้ว เราสมควรได้รับชัยชนะ และท้ายที่สุดเราก็สามารถทำประตูได้ ซึ่งเกมอาจออกไปในอีกทางก็ได้เหมือนกัน เพราะพวกเขาก็มีโอกาสสองหรือสามครั้งเช่นกัน” ซีดาน กล่าว

ซีดานออกสตาร์ตแรง ฝรั่งเศสเดินหน้าสองเกมสองชัย

ชัยชนะเหนือเบลเยียมทำให้การเริ่มต้นงานคุมทีมชาติฝรั่งเศสของซีดานยังคงไร้รอยด่าง หลังเปิดฉากด้วยการชนะตุรกี 1-0 ก่อนบุกเก็บสามแต้มที่บรัสเซลส์ได้อีกนัด ภาพที่เห็นชัดคือทีมไม่ได้ฝากความหวังไว้กับผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง และการหมุนเวียนขุมกำลังก็ยังสามารถสร้างผลการแข่งขันได้

สำหรับฝรั่งเศส เกมนี้จึงมีค่ามากกว่าแค่ผล 1-0 เพราะเป็นอีกบททดสอบว่าระบบของซีดานสามารถเดินหน้าต่อได้แม้ไม่มีตัวหลักครบมือ ขณะที่โอลีเซ่กำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่าเขาพร้อมเป็นหนึ่งในตัวอันตรายของตราไก่ยุคใหม่

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ฝรั่งเศสยุคซีดาน

  • ซีดานเริ่มต้นการคุมทีมชาติฝรั่งเศสด้วยชัยชนะสองนัดติดต่อกัน เหนือตุรกีและเบลเยียม
  • โอลีเซ่มีส่วนสำคัญทั้งสองเกม โดยแอสซิสต์ให้เอ็มบัปเป้ในนัดแรก ก่อนยิงประตูชัยด้วยตัวเองในนัดที่สอง
  • การเปลี่ยนผู้เล่นจำนวนมากในเกมกับเบลเยียมสะท้อนว่าฝรั่งเศสมีขุมกำลังเชิงลึกที่สามารถหมุนเวียนได้โดยคุณภาพไม่ตกลงมาก

ติดตามทุกจังหวะสำคัญของฟุตบอลทีมชาติ ข่าวลูกหนังต่างประเทศ และความเคลื่อนไหวจากเกมใหญ่แบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM ที่เดียวครบทุกประเด็นที่แฟนบอลไม่ควรพลาด