เอซี มิลาน เตรียมเปิดศึกเจรจาครั้งสำคัญกับ เรอัล มาดริด เพื่อคว้าตัว เอ็นดริค (Endrick) กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติบราซิลวัย 20 ปี มาร่วมทัพในตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม 2027 หลังมีรายงานว่านักเตะพร้อมเปิดประตูย้ายสู่ถิ่นซาน ซิโร่ โดยทัพปีศาจแดงดำไม่ได้ต้องการเพียงสัญญายืมตัวระยะสั้น แต่หวังเจรจาเงื่อนไขซื้อขาด พร้อมเปิดทางให้ราชันชุดขาวสามารถซื้อกลับได้ในอนาคต ตามรูปแบบดีลของ นิโก้ ปาซ ที่ย้ายไปสร้างชื่อกับ โคโม่ ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา
เอ็นดริค ส่งสัญญาณชัด เลือก มิลาน เป็นเป้าหมายแรกหากได้ย้ายทีม
ความเคลื่อนไหวล่าสุดในตลาดนักเตะอิตาลีกำลังร้อนแรง เมื่อรายงานจาก La Gazzetta dello Sport ระบุว่า เอ็นดริค ดาวยิงทีมชาติบราซิล ได้ส่งสัญญาณถึงมิลานว่า สโมสรแห่งนี้จะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของเขา หากเรอัล มาดริดอนุญาตให้ย้ายออกจากทีมด้วยสัญญายืมตัวอีกครั้งในเดือนมกราคม
สถานการณ์ของหัวหอกวัย 20 ปีในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง หลังกลับจากการยืมตัวกับ โอลิมปิก ลียง ในลีกเอิง ฝรั่งเศส ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2025/26 เจ้าตัวกลับได้รับโอกาสลงสนามในเกมอย่างเป็นทางการให้เรอัล มาดริดรวมเพียง 4 นาทีเท่านั้น นับตั้งแต่กลับสู่สโมสรในช่วงซัมเมอร์
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนปัญหาเรื่องโอกาสลงสนามอย่างชัดเจน เพราะนักเตะที่กำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการพัฒนาฝีเท้าจำเป็นต้องได้รับเวลาลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ มากกว่าการนั่งรอโอกาสจากข้างสนาม

มิลาน ไม่ยอมถอย หลังเคยพลาดคว้าตัวช่วงซัมเมอร์
ความสนใจของมิลานต่อเอ็นดริคไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากสโมสรเคยพยายามเดินหน้าเจรจากับเรอัล มาดริดมาแล้วในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้
ขณะเดียวกัน โรม่า เป็นอีกหนึ่งสโมสรจากกัลโช่ เซเรีย อา ที่แสดงความสนใจในตัวดาวยิงชาวบราซิลเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งสองทีมได้รับคำตอบจากฝั่งเรอัล มาดริดในเวลานั้นว่า สโมสรพร้อมพิจารณาปล่อยนักเตะด้วยสัญญายืมตัวแบบปกติเท่านั้น โดยไม่เปิดโอกาสให้ใส่เงื่อนไขซื้อขาด
ท่าทีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าราชันชุดขาวยังไม่ต้องการสูญเสียสิทธิ์ในการควบคุมอนาคตของดาวรุ่งรายนี้ แม้จะยอมรับว่าการปล่อยให้เขาออกไปเก็บประสบการณ์กับสโมสรอื่นอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม มิลานยังไม่ล้มเลิกความพยายาม และเตรียมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้งในตลาดเดือนมกราคม โดยหวังเปลี่ยนเงื่อนไขของดีลให้มีโอกาสคว้าตัวนักเตะมาครองในระยะยาว
เปิดแผนเด็ด มิลาน หวังใช้สูตร นิโก้ ปาซ ปิดดีล เอ็นดริค
รายงานจาก Calciomercato ระบุว่า มิลานกำลังพิจารณาแนวทางเจรจารูปแบบใหม่ โดยต้องการใส่ทั้ง เงื่อนไขซื้อขาดและเงื่อนไขซื้อกลับ เข้าไปในข้อตกลง เพื่อสร้างทางออกที่ทั้งสองสโมสรสามารถยอมรับได้
แนวคิดดังกล่าวมีต้นแบบมาจากการย้ายทีมของ นิโก้ ปาซ (Nico Paz) กองกลางดาวรุ่งทีมชาติอาร์เจนตินา ซึ่งย้ายจากเรอัล มาดริดไปอยู่กับโคโม่ในช่วงซัมเมอร์ปี 2024 ก่อนพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับความสนใจอย่างมากในลีกอิตาลี
สำหรับมิลาน การใช้โครงสร้างสัญญาลักษณะนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการคว้าตัวเอ็นดริคมาร่วมทีมแบบถาวร ขณะที่เรอัล มาดริดยังสามารถรักษาสิทธิ์ซื้อดาวยิงรายนี้กลับคืนได้ หากเจ้าตัวระเบิดฟอร์มจนกลายเป็นกำลังสำคัญในอนาคต
ย้อนดีล นิโก้ ปาซ จากค่าตัว 6 ล้านยูโร สู่เงื่อนไขซื้อกลับ 80 ล้านยูโร
ดีลของนิโก้ ปาซ ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการบริหารนักเตะดาวรุ่งที่ช่วยให้สโมสรผู้ซื้อมีโอกาสพัฒนานักเตะ ขณะที่สโมสรต้นสังกัดเดิมยังรักษาผลประโยชน์ในระยะยาว
ย้อนกลับไปในช่วงซัมเมอร์ปี 2024 โคโม่คว้าตัวกองกลางชาวอาร์เจนไตน์มาจากเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวเบื้องต้นเพียง 6 ล้านยูโร แต่ราชันชุดขาวยังถือเงื่อนไขรับส่วนแบ่ง 50% จากการขายนักเตะในอนาคต รวมถึงเงื่อนไขซื้อกลับหลายช่วงเวลา ซึ่งเริ่มต้นที่ 9 ล้านยูโร
หลังจากปาซโชว์ฟอร์มโดดเด่นในศึกเซเรีย อา มูลค่าของนักเตะก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีรายงานว่าเรอัล มาดริดพิจารณาใช้สิทธิ์ซื้อกลับในตลาดช่วงซัมเมอร์ปี 2026 และอาจนำตัวนักเตะไปขายต่อเพื่อทำกำไรในราคาที่สูงกว่าเดิม
สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การเจรจาครั้งใหม่ระหว่างทั้งสองสโมสร ก่อนจะมีข้อตกลงปรับโครงสร้างสิทธิ์ในตัวนักเตะครั้งสำคัญ
รายละเอียดสำคัญของดีล นิโก้ ปาซ
- ปี 2024 โคโม่คว้าตัวนิโก้ ปาซ จากเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 6 ล้านยูโร
- เงื่อนไขเดิม เรอัล มาดริดถือส่วนแบ่งจากการขายต่อ 50% พร้อมสิทธิ์ซื้อกลับที่เริ่มต้น 9 ล้านยูโร
- ข้อตกลงใหม่ปี 2026 โคโม่ตกลงจ่าย 60 ล้านยูโร เพื่อซื้อคืนสิทธิ์ส่วนแบ่งการขายต่อ 50% ที่เรอัล มาดริดถืออยู่
- เงื่อนไขซื้อกลับปี 2027 เรอัล มาดริดยังรักษาสิทธิ์ซื้อกลับนักเตะในราคา 80 ล้านยูโร ซึ่งใกล้เคียงกับมูลค่าตลาดของนักเตะมากขึ้น
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 เรอัล มาดริดและโคโม่ได้ประกาศข้อตกลงให้นิโก้ ปาซ อยู่กับสโมสรอิตาลีต่อไปในฤดูกาล 2026/27 ตามความต้องการของนักเตะ พร้อมยืนยันว่าราชันชุดขาวยังมีสิทธิ์ซื้อกลับสำหรับฤดูกาล 2027/28
โครงสร้างสัญญานี้จึงเป็นสิ่งที่มิลานต้องการนำมาปรับใช้กับเอ็นดริค แม้รายละเอียดด้านค่าตัวและเงื่อนไขที่แท้จริงของดีลใหม่ยังไม่ได้รับการเปิดเผย
โรม่า ยังไม่หลุดวงโคจร ศึกแย่งลายเซ็นดาวยิงบราซิลเดือด
แม้รายงานล่าสุดจะระบุว่าเอ็นดริคให้ความสำคัญกับการย้ายไปมิลาน แต่การแข่งขันยังไม่จบง่าย ๆ เพราะโรม่าเองก็ยังมีความพยายามคว้าตัวนักเตะรายนี้เช่นเดียวกัน
รายงานเพิ่มเติมในช่วงต้นเดือนตุลาคมระบุว่า โรม่าได้กลับมาให้ความสนใจในตัวเอ็นดริคอีกครั้ง โดยมีประเด็นเกี่ยวกับการเจรจายืมตัวในเดือนมกราคม ขณะที่ เวสลีย์ นักเตะชาวบราซิลของโรม่า มีรายงานว่าพยายามชักชวนเพื่อนร่วมชาติให้ย้ายมาเล่นด้วยกันที่กรุงโรม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การตัดสินใจของนักเตะเพียงฝ่ายเดียว เพราะเรอัล มาดริดยังเป็นผู้ถือสิทธิ์กำหนดเงื่อนไขการย้ายทีม และยังไม่มีการยืนยันว่าพร้อมเปิดทางให้สโมสรใดซื้อขาดเอ็นดริค

ทำไม เอ็นดริค ถึงเป็นเป้าหมายสำคัญของ มิลาน
เอ็นดริคเป็นกองหน้าที่ได้รับการจับตามองจากพรสวรรค์ในการจบสกอร์ ความแข็งแกร่ง และความสามารถในการสร้างจังหวะอันตรายบริเวณพื้นที่สุดท้าย แม้อายุเพียง 20 ปี แต่เจ้าตัวผ่านประสบการณ์ทั้งฟุตบอลบราซิล ลาลีกา และลีกเอิงมาแล้ว
ระหว่างช่วงยืมตัวกับลียงในฤดูกาล 2025/26 ดาวยิงรายนี้ได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นและแสดงให้เห็นศักยภาพในเกมรุก โดยมีรายงานผลงานรวม 8 ประตู กับ 7 แอสซิสต์ จาก 21 นัด ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้สโมสรในอิตาลียังคงสนใจคว้าตัว
หากมิลานสามารถปิดดีลได้จริง ทีมจะมีทางเลือกเพิ่มเติมในแนวรุก ทั้งในแง่ความสด ความเร็ว และการเข้าทำ ขณะที่ตัวนักเตะเองก็อาจได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา
อย่างไรก็ตาม ความสามารถของนักเตะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ สโมสรยังต้องประเมินเรื่องการปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอิตาลี การแข่งขันภายในทีม และต้นทุนระยะยาวของสัญญาอย่างรอบคอบ
บทสรุป มิลาน ต้องกล่อมราชันชุดขาวให้ยอมเปลี่ยนเงื่อนไข
สถานการณ์ล่าสุดถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับมิลาน หลังมีรายงานว่าเอ็นดริคพร้อมย้ายมาร่วมทีมในเดือนมกราคม 2027 แต่ปัญหาสำคัญยังคงอยู่ที่จุดยืนของเรอัล มาดริด ซึ่งก่อนหน้านี้ยืนยันว่าจะพิจารณาเฉพาะการยืมตัวโดยไม่มีออปชั่นซื้อขาด
หากปีศาจแดงดำสามารถเสนอข้อตกลงที่เปิดทางให้ซื้อขาด พร้อมให้ราชันชุดขาวถือสิทธิ์ซื้อกลับในอนาคตได้สำเร็จ ดีลนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งการย้ายทีมที่น่าจับตามองที่สุดของตลาดหน้าหนาว
แต่จนกว่าทั้งสองสโมสรจะบรรลุข้อตกลง ทุกอย่างยังเป็นเพียงความพยายามในการเจรจา และมิลานยังต้องระวังการแข่งขันจากโรม่า ซึ่งพร้อมเดินหน้าหากมีโอกาสเช่นกัน
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ เงื่อนไขซื้อขาดและซื้อกลับในตลาดนักเตะ
- Buy-out หรือ Purchase Option คือเงื่อนไขที่เปิดโอกาสให้สโมสรผู้ยืมสามารถซื้อนักเตะมาร่วมทีมถาวรได้ตามรายละเอียดที่ตกลงกัน โดยออปชั่นซื้อขาดทั่วไปไม่ได้บังคับให้ต้องซื้อเสมอไป
- Buy-back Clause คือเงื่อนไขที่ให้สโมสรต้นสังกัดเดิมมีสิทธิ์ซื้อผู้เล่นกลับคืนภายใต้ราคาหรือข้อกำหนดที่ตกลงกันไว้ ช่วยรักษาโอกาสดึงดาวรุ่งกลับมาใช้งานในอนาคต
- Sell-on Clause คือเงื่อนไขส่วนแบ่งค่าตัวจากการขายต่อ ซึ่งช่วยให้สโมสรเดิมได้รับผลประโยชน์เพิ่มเติมเมื่อนักเตะถูกขายไปยังทีมอื่นในภายหลัง
ติดตามความเคลื่อนไหวตลาดซื้อขายนักเตะ ข่าวฟุตบอลยุโรป และทุกประเด็นร้อนจากศึกกัลโช่ เซเรีย อา ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM อัปเดตข่าวฟุตบอลเข้มข้น เจาะลึกทุกดีลสำคัญ เพื่อให้แฟนบอลไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของเกมลูกหนัง