สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤตสำหรับ ชลบุรี เอฟซี หลังเปิดบ้านพ่าย พีที ประจวบ เอฟซี 1-2 ในศึก ไทยลีก 2026/27 นัดที่ 5 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ทำให้ทัพฉลามชลแพ้รวด 5 นัด จมบ๊วยตารางแบบไร้แต้ม ขณะที่ วิทยา เลาหกุล หรือ โค้ชเฮง กุนซือรักษาการ ยอมรับว่าทีมยังมีปัญหาทั้งความเฉียบคม การสื่อสาร และสภาพจิตใจ พร้อมยืนยันไม่คิดรับหน้าที่ระยะยาว และอยากเห็นสโมสรพิจารณากุนซือคนใหม่ที่มีประสบการณ์เข้ามากอบกู้สถานการณ์
ฉลามชลทรุดไม่หยุด! นำก่อนแต่โดนประจวบแซงดับคาบ้าน 1-2
การแข่งขันฟุตบอล บีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง ฤดูกาล 2026/27 แมตช์เดย์ที่ 5 ณ สนามชลบุรี ไดกิ้น สเตเดียม เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ชลบุรี เอฟซี ภายใต้การคุมทีมชั่วคราวของ โค้ชเฮง วิทยา เลาหกุล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ พีที ประจวบ เอฟซี โดยเจ้าถิ่นต้องการชัยชนะนัดแรกของฤดูกาลอย่างยิ่ง
เกมนี้ชลบุรีออกสตาร์ทได้อย่างมีความหวัง เมื่อ สเตนิโอ จูเนียร์ ยิงประตูขึ้นนำในนาทีที่ 18 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-0 ทว่าในครึ่งหลังสถานการณ์กลับตาลปัตร เมื่อทีมเยือนเร่งเครื่องพลิกกลับมาเอาชนะ 2-1 ส่งผลให้ฉลามชลต้องเจ็บปวดกับความพ่ายแพ้เป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน
ความพ่ายแพ้ดังกล่าวทำให้ชลบุรีลงสนาม 5 นัด แพ้ทั้งหมด ยังไม่มีคะแนน รั้งอันดับ 16 ซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายของตาราง โดยตามหลัง ปัตตานี เอฟซี ทีมอันดับ 13 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย 4 คะแนน และที่น่ากังวลคือชลบุรีลงสนามมากกว่าปัตตานีอยู่ 1 นัด
โค้ชเฮงรับมีเวลาเพียง 3 วัน เกมดีขึ้นแต่ความเด็ดขาดยังหายไป
หลังจบการแข่งขัน โค้ชเฮงยอมรับว่าการเข้ามารับงานแบบเร่งด่วนทำให้ยังไม่สามารถปรับระบบการเล่นได้เต็มที่ แม้รูปเกมจะเริ่มมีสัญญาณเชิงบวก โดยเฉพาะการสร้างโอกาสเข้าทำที่เพิ่มขึ้น แต่จังหวะจบสกอร์และสมาธิของนักเตะยังเป็นปัญหาสำคัญ
“เราเพิ่งฝึกซ้อมผู้เล่นได้แค่ 3 วัน ทำให้แนวทางการเล่นที่ออกมามันยังไม่ค่อยสม่ำเสมอ แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลง คือ เราสร้างโอกาสได้เยอะขึ้น แต่ว่าฟุตบอลมันต้องมีความเด็ดขาด เพราะฉะนั้นความแตกต่างตรงนี้เราต้องไปปรับปรุงเองครับ แต่อีกอย่างก็คือเป็นเรื่องของสมาธิ เรายังขาดความสื่อสารที่ดีในสนาม ผมเชื่อว่าเรายังมีเวลาที่จะปรับปรุงครับ”
คำพูดดังกล่าวสะท้อนปัญหาที่ชลบุรีต้องเร่งแก้ไข เพราะแม้จะสร้างเกมรุกได้มากขึ้น แต่หากเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูไม่ได้ ขณะเดียวกันแนวรับยังขาดสมาธิ ทีมก็มีโอกาสเสียคะแนนจากความผิดพลาดซ้ำเดิม
สถิติการแข่งขันยังสะท้อนภาพดังกล่าว เมื่อชลบุรีครองบอลประมาณ 54 เปอร์เซ็นต์ มีโอกาสยิง 27 ครั้ง และยิงเข้ากรอบ 10 ครั้ง ขณะที่ประจวบมีโอกาสยิง 11 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง แต่ทีมเยือนกลับเป็นฝ่ายเก็บสามคะแนนสำคัญไปได้
ระบบต้องชัด! วิทยาย้ำเกมรุกเกมรับต้องเล่นเป็นทีมมากกว่านี้
นอกจากความเฉียบคมแล้ว กุนซือมากประสบการณ์ยังเน้นย้ำถึงการสร้างเอกลักษณ์การเล่นให้ชัดเจน โดยมองว่าการประสานงานระหว่างผู้เล่นมีความสำคัญไม่แพ้ความสามารถเฉพาะตัว
“ฟุตบอลเราต้องเล่นตามสไตล์ของเราให้ได้ก่อน นั่นคือคอนเซ็ปต์การเล่น ไม่ว่าจะเป็นเกมรุกเกมรับ เรายังมีจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง การเล่นร่วมกันของผู้เล่นมันสำคัญมาก”
ปัญหานี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของทีม เพราะการเล่นเกมรุกและเกมรับจำเป็นต้องมีความเข้าใจร่วมกัน ตั้งแต่การเคลื่อนที่โดยไม่มีบอล การสื่อสารระหว่างตำแหน่ง ไปจนถึงการรักษาระยะห่างของผู้เล่น หากองค์ประกอบเหล่านี้ไม่ลงตัว ต่อให้มีนักเตะคุณภาพดีก็อาจไม่สามารถดึงศักยภาพออกมาได้เต็มที่
โค้ชเฮงส่งสัญญาณชัด ไม่รับงานยาว เปิดทางกุนซือใหม่กู้วิกฤต
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญหลังเกมคืออนาคตตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของชลบุรี โดยวิทยายืนยันว่าการเข้ามารับหน้าที่ครั้งนี้เป็นเพียงการช่วยทีมในช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่ใช่การกลับมาคุมทีมระยะยาว
“การทำหน้าที่ของผมไม่ได้มาทำรักษาการระยะยาว อีกอย่างมาตรฐานในการฝึกซ้อมของผมมันสูงมาก ถ้าทำต่อไปเรื่อยๆ อาจจะไม่ดี ก็อยากให้สโมสรให้โอกาสกับโค้ชต่างชาติบ้าง ซึ่งตอนนี้ก็มีทั้ง โค้ชคนไทย , ญี่ปุ่น , เยอรมัน และ บราซิล เสนอตัวเข้ามาหลายคนครับ ก็อยู่ที่ทางฝ่ายบริหารจะตัดสินใจยังไง”
ก่อนหน้านี้ชลบุรีตัดสินใจเปลี่ยนแปลงทีมงานหลังออกสตาร์ทด้วยความพ่ายแพ้ 4 นัดรวด โดยแยกทางกับ รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค หรือ โค้ชอ้น รวมถึง สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ก่อนแต่งตั้งวิทยา ซึ่งทำหน้าที่ประธานพัฒนาเทคนิคของสโมสรอยู่แล้ว เข้ามาประคองทีมชั่วคราว
เมื่อผลงานยังไม่กระเตื้อง การแต่งตั้งกุนซือถาวรจึงกลายเป็นการตัดสินใจสำคัญของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะการเลือกบุคคลที่สามารถเข้ามาปรับระบบ ฟื้นความมั่นใจ และรับมือแรงกดดันจากสถานการณ์หนีตกชั้นได้ทันที
ปัญหาหนักกว่าระบบ! โค้ชเฮงชี้สภาพจิตใจคือจุดที่ต้องเร่งแก้
แม้ผลงานในสนามจะย่ำแย่ แต่โค้ชเฮงยังเชื่อมั่นในศักยภาพของนักเตะชุดนี้ โดยมองว่าปัญหาสำคัญตลอด 5 นัดที่ผ่านมาไม่ได้เกิดจากคุณภาพผู้เล่นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องความมั่นใจที่ลดลงตามผลการแข่งขัน
“เราต้องการโค้ชที่มีประสบการณ์ สร้างความกระตือรือร้น และก็มีวิธีการฝึกที่สามารถพัฒนาผู้เล่นได้ ไม่ใช่เรื่องแค่แนวทางการเล่นอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของสภาพจิตใจของผู้เล่นด้วย เพราะ 5 แมตช์ที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องของสภาพจิตใจของผู้เล่นล้วนๆ ซึ่งถ้าวันนี้ผลการแข่งขันออกมาดี นักเตะก็จะมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น และเกมต่อไปก็มีโอกาสที่จะชนะได้ด้วยซ้ำครับ ผมเชื่อว่าทีมชุดนี้มีศักยภาพมากพอที่จะไม่ตกชั้น เพราะเป็นทีมที่มีนักเตะดีกว่าทุกๆ ปี”
นี่คือประเด็นที่น่าจับตา เพราะทีมที่แพ้ติดต่อกันมักต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากอันดับตารางและความคาดหวังของแฟนบอล ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลต่อความมั่นใจของนักเตะทั้งทีม และทำให้การกลับเข้าสู่เกมเป็นเรื่องยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม วิทยายังคงเชื่อว่าขุมกำลังชุดปัจจุบันมีดีพอสำหรับการอยู่รอดในลีกสูงสุด หากสามารถฟื้นสภาพจิตใจและปรับปรุงการเล่นร่วมกันได้อย่างจริงจัง
สองมุมที่น่าคิด ชลบุรีควรเร่งเปลี่ยนโค้ชหรือให้เวลาปรับระบบ?
สถานการณ์ปัจจุบันทำให้ฝ่ายบริหารชลบุรีต้องเผชิญทางเลือกที่สำคัญ โดยแต่ละแนวทางมีทั้งข้อดีและความเสี่ยงแตกต่างกัน
เร่งแต่งตั้งกุนซือใหม่เพื่อหยุดความพ่ายแพ้
การดึงโค้ชที่มีประสบการณ์เข้ามาทันทีอาจช่วยเพิ่มความกระตือรือร้นและสร้างจุดเปลี่ยนทางจิตใจให้กับนักเตะ แต่ก็ต้องพิจารณาความเหมาะสมกับขุมกำลัง รวมถึงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการปรับตัวให้เข้ากับระบบใหม่

วางระบบให้มั่นคงก่อนเร่งไล่ล่าผลการแข่งขัน
อีกแนวทางคือการให้ความสำคัญกับพื้นฐานการเล่นและความเข้าใจระหว่างนักเตะ เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม เมื่อทีมยังไม่มีคะแนนและจมอันดับสุดท้าย เวลาจึงกลายเป็นสิ่งที่ชลบุรีไม่สามารถใช้ได้อย่างฟุ่มเฟือย
ท้ายที่สุด สโมสรจำเป็นต้องหาจุดสมดุลระหว่างการเก็บคะแนนระยะสั้นกับการสร้างแนวทางการเล่นที่ชัดเจน เพราะหากปล่อยให้ความพ่ายแพ้ยืดเยื้อ ภารกิจหนีตกชั้นก็จะยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ
ชลบุรีเตรียมลุยเอฟเอ คัพ พบพัทยา ซิตี้ วันที่ 20 ตุลาคม
สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป ชลบุรี เอฟซี จะเปิดสนามชลบุรี ไดกิ้น สเตเดียม รับการมาเยือนของ บีเอฟบี พัทยา ซิตี้ ในการแข่งขัน ช้าง เอฟเอ คัพ 2026/27 รอบ 64 ทีมสุดท้าย วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น.
แม้จะเป็นการแข่งขันฟุตบอลถ้วย แต่เกมนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อสภาพจิตใจของทีม เพราะชัยชนะอาจช่วยปลดล็อกความกดดันและสร้างความเชื่อมั่นก่อนกลับไปสู้ศึกลีก ขณะที่ความผิดพลาดซ้ำอีกครั้งอาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อสโมสร
สิ่งที่ต้องติดตามคือโค้ชเฮงจะสามารถยกระดับความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้ายและแก้ปัญหาเกมรับได้มากน้อยเพียงใด หลังจากเกมกับประจวบแสดงให้เห็นแล้วว่า การสร้างโอกาสได้มากไม่ได้รับประกันชัยชนะเสมอไป
บทสรุปวิกฤตฉลามชล ถึงเวลาตัดสินใจครั้งสำคัญ
ความพ่ายแพ้ต่อพีที ประจวบ เอฟซี 1-2 ไม่ได้ทำให้ชลบุรีเสียเพียงสามคะแนน แต่ยังตอกย้ำว่าปัญหาของทีมมีหลายด้าน ทั้งระบบการเล่น ความเด็ดขาด สมาธิ และความมั่นใจของนักเตะ ขณะที่วิทยา เลาหกุล ยืนยันชัดว่าพร้อมช่วยประคองทีม แต่ไม่ได้ต้องการรับตำแหน่งรักษาการในระยะยาว
จากนี้จึงเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของฝ่ายบริหารว่าจะเลือกใครเข้ามารับภารกิจกู้วิกฤต เพราะแม้ฤดูกาลยังเหลือการแข่งขันอีกมาก แต่การแพ้รวด 5 นัดและไม่มีคะแนนติดมือย่อมเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่อาจมองข้าม
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการฟื้นทีมในสถานการณ์หนีตกชั้น
- ความมั่นใจของนักเตะ มีผลต่อการตัดสินใจในสนาม โดยเฉพาะจังหวะจบสกอร์และการรับมือกับความกดดันเมื่อทีมเสียประตู
- การเปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอน อาจสร้างแรงกระตุ้นระยะสั้น แต่ความสำเร็จระยะยาวยังขึ้นอยู่กับระบบฝึกซ้อมและความเข้าใจระหว่างผู้เล่น
- ประสิทธิภาพเกมรุกและเกมรับ สำคัญกว่าจำนวนโอกาสยิงเพียงอย่างเดียว เพราะทีมต้องเปลี่ยนโอกาสเป็นประตู พร้อมลดข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียประตูง่าย
ขอบคุณรูปภาพและคลิปจาก Chonburi Football Club
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของชลบุรี เอฟซี ข่าวไทยลีกล่าสุด ผลการแข่งขัน และเบื้องลึกประเด็นร้อนวงการฟุตบอลไทยได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM เพราะทุกเกมมีเรื่องราว และทุกจุดเปลี่ยนของสนามมีความหมายต่อแฟนบอล