คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ยังร้อนแรงไม่หยุด เหมาคนเดียว 2 ประตู พา เรอัล มาดริด ถล่ม เซบีย่า 4-1 ในศึก ลาลีกา สเปน ฤดูกาล 2026/27 นัดที่ 9 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว พร้อมรักษาระยะห่างจากจ่าฝูง บาร์เซโลน่า ไว้ที่ 6 คะแนน ก่อนเตรียมเปิดศึกเอล กลาซิโก้ วันที่ 25 ตุลาคม ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้

กือแลร์เปิดฉากโหด เอ็มบัปเป้โชว์เหนือพาราชันนำสองลูก

ลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ลงสนามด้วยความมุ่งมั่น แม้ไม่มี วินิซิอุส จูเนียร์ ที่ติดโทษแบน แต่แนวรุกยังสร้างความอันตรายได้ต่อเนื่อง โดยมี อาร์ด้า กือแลร์, จู๊ด เบลลิงแฮม และ เอ็มบัปเป้ เป็นกำลังสำคัญในการเล่นงานแนวรับทีมเยือน

นาทีที่ 30 เจ้าถิ่นปลดล็อกสำเร็จจากจังหวะสวนกลับเร็ว เบลลิงแฮมเป็นคนเริ่มเกม ก่อนบอลผ่านไปถึง ยาน ดิโอม็องเด้ และจบลงที่ อาร์ด้า กือแลร์ ซัดด้วยเท้าซ้ายจากบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ส่งบอลพุ่งเสียบประตูอย่างเฉียบขาดให้มาดริดออกนำ 1-0

อีก 7 นาทีต่อมา เอ็มบัปเป้แผลงฤทธิ์ หลังรับบอลจากลูกจ่ายส้นเท้าของเบลลิงแฮม ก่อนพลิกหนีแนวรับเซบีย่า กระชากผ่าน โอดิสเซียส วลาโชดิมอส ผู้รักษาประตูทีมเยือน แล้วส่งบอลเข้าตาข่ายอย่างเหนือชั้น พาราชันชุดขาวหนีเป็น 2-0 ในนาทีที่ 37

เซบีย่าฮึดสู้ แต่เอ็มบัปเป้กดจุดโทษปิดทางคัมแบ็ก

ครึ่งหลัง เซบีย่า พยายามยกระดับเกมรุกเพื่อกลับเข้าสู่การแข่งขัน โดยนาทีที่ 60 เฟลิกซ์ กอร์เรอา ได้จังหวะวอลเลย์บอลกระดอนพื้นอย่างอันตราย ก่อน เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ จะช่วยสกัดเปลี่ยนทางบอลข้ามคานออกไปอย่างหวุดหวิด

อย่างไรก็ตาม ความหวังของทีมเยือนแทบดับลงในนาทีที่ 63 เมื่อเอ็มบัปเป้ถูกทำฟาวล์โดย อันเดรส กาสตรีน ภายในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสรับหน้าที่สังหารด้วยลูกชิปแบบปาเนนก้าเข้าไปอย่างเยือกเย็น ส่งมาดริดนำห่าง 3-0

ประตูดังกล่าวทำให้เอ็มบัปเป้ยิงไปแล้ว 11 ประตูจาก 11 นัดในทุกรายการ ของฤดูกาลนี้ นับเป็นการออกสตาร์ตที่ยอดเยี่ยม และสะท้อนให้เห็นถึงความเฉียบคมของหัวหอกตัวความหวังแห่งถิ่นเบร์นาเบว

ดิโอม็องเด้ซัดปิดบัญชี มาดริดถล่ม 4-1

แม้ตกเป็นรองถึงสามประตู แต่เซบีย่ายังไม่ยอมแพ้ นาทีที่ 80 มานู บวยโน่ ปั่นบอลโค้งเสียบมุมล่างอย่างสวยงาม ไล่ตามมาเป็น 1-3 พร้อมปลุกความหวังให้ทีมเยือนในช่วงท้ายเกม

ทว่าความหวังนั้นอยู่ได้เพียงสองนาที เมื่อ ยาน ดิโอม็องเด้ โชว์ความสามารถเฉพาะตัว ลากบอลขึ้นมาก่อนกดด้วยเท้าขวาจากบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ส่งบอลพุ่งเข้าประตูอย่างเด็ดขาดในนาทีที่ 82 ปิดสกอร์ให้เรอัล มาดริด เอาชนะเซบีย่า 4-1

อีกหนึ่งข่าวดีของราชันชุดขาวเกิดขึ้นในนาทีที่ 85 เมื่อ เอแดร์ มิลิเตา ปราการหลังทีมชาติบราซิล กลับมาลงสนามอีกครั้งหลังพักรักษาอาการบาดเจ็บเกือบ 6 เดือน โดยได้รับเสียงปรบมือจากแฟนบอลทั่วสนาม

สามแต้มล้ำค่า! มาดริดไล่บี้บาร์ซ่า ก่อนบุกทำศึกเอล กลาซิโก้

ชัยชนะนัดนี้ส่งให้เรอัล มาดริด เก็บเพิ่มเป็น 21 คะแนน ขยับขึ้นอันดับ 3 ของตาราง ตามหลัง แอตเลติโก มาดริด อันดับ 2 เพียงแต้มเดียว และยังอยู่ห่างจากจ่าฝูง บาร์เซโลน่า 6 คะแนน

ที่สำคัญ ทีมของมูรินโญ่ยังรักษาผลงานยอดเยี่ยมในบ้าน ด้วยการคว้าชัยครบทั้ง 6 นัดที่ลงเล่นในซานติอาโก เบร์นาเบว ฤดูกาลนี้ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ภารกิจของราชันชุดขาวยังไม่จบ เพราะพวกเขามีโปรแกรมพบ แอร์เบ ไลป์ซิก ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันที่ 21 ตุลาคม ก่อนบุกเยือนบาร์เซโลน่าในศึก เอล กลาซิโก้ วันที่ 25 ตุลาคม 2569

หากมาดริดบุกเก็บชัยชนะเหนือคู่ปรับตลอดกาลได้สำเร็จ ช่องว่างระหว่างสองทีมจะลดลงเหลือเพียง 3 คะแนนทันที และทำให้การแข่งขันลุ้นแชมป์ลาลีกากลับมาร้อนระอุยิ่งกว่าเดิม

วิเคราะห์เกม มาดริดไม่ได้มีดีแค่เอ็มบัปเป้

แม้เอ็มบัปเป้จะเป็นพระเอกด้วยสองประตู แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือความหลากหลายในเกมรุกของเรอัล มาดริด ซึ่งสามารถสร้างโอกาสจากทั้งการสวนกลับเร็ว การประสานงานกลางสนาม และความสามารถเฉพาะตัว

เบลลิงแฮมมีส่วนสำคัญในการเชื่อมเกมและสร้างจังหวะเข้าทำ ขณะที่กือแลร์เพิ่มมิติด้วยการยิงไกล ส่วนดิโอม็องเด้แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเป็นทั้งผู้สร้างสรรค์โอกาสและผู้จบสกอร์ได้

นอกจากนี้ การที่ทีมยังคว้าชัยได้อย่างเด็ดขาดทั้งที่ไม่มีวินิซิอุส จูเนียร์ ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับมูรินโญ่ เพราะในเกมระดับสูงที่ต้องเผชิญกับคู่แข่งอย่างบาร์เซโลน่า การมีอาวุธหลายรูปแบบย่อมช่วยลดภาระการทำประตูของเอ็มบัปเป้ได้อย่างมาก

อย่างไรก็ดี จังหวะที่เซบีย่าสร้างโอกาสอันตรายในครึ่งหลังยังเป็นสิ่งที่มาดริดต้องปรับปรุง โดยเฉพาะการป้องกันพื้นที่หน้าประตู เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจมีราคาสูงกว่านี้เมื่อเผชิญแนวรุกระดับแถวหน้าของลีก

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ เรอัล มาดริด และศึกเอล กลาซิโก้

  • เอล กลาซิโก้ คือชื่อเรียกการแข่งขันระหว่างเรอัล มาดริด กับบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นหนึ่งในเกมฟุตบอลสโมสรที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในโลก
  • ซานติอาโก เบร์นาเบว เป็นสนามเหย้าของเรอัล มาดริด และเป็นหนึ่งในสนามฟุตบอลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของวงการลูกหนังยุโรป
  • ลูกยิงปาเนนก้า คือการยิงจุดโทษด้วยการชิปบอลเบาๆ ไปบริเวณกลางประตู โดยอาศัยจังหวะที่ผู้รักษาประตูพุ่งตัวไปด้านใดด้านหนึ่ง

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ ข่าวเรอัล มาดริด บทวิเคราะห์ฟุตบอลยุโรป สถานการณ์ลุ้นแชมป์ลาลีกา และความเดือดก่อนเกมเอล กลาซิโก้ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM ศูนย์รวมข่าวฟุตบอลเข้มข้น ครบทุกประเด็นสำคัญของโลกลูกหนัง