เลียม โรซีเนียร์ อดีตกุนซือ เชลซี ออกมาเปิดใจถึงช่วงเวลาอันขมขื่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังถูกปลดจากตำแหน่งทั้งที่ทำงานได้เพียง 106 วัน ยืนยันเบื้องหลังการแยกทางไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องฟุตบอล พร้อมระบายความอัดอั้นที่ถูกสื่อและโลกออนไลน์นำบุคลิก การแต่งตัว รวมถึงวิธีสั่งการลูกทีมไปล้อเลียน ก่อนทิ้งปริศนาว่าสักวันจะเปิดเผยความจริงทั้งหมด
โรซีเนียร์เปิดแผลเชลซี 106 วันแห่งความเจ็บปวดที่ไม่มีวันลืม
กุนซือชาวอังกฤษวัย 42 ปี ซึ่งปัจจุบันรับหน้าที่คุม ปารีส เอฟซี ในศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ออกมาพูดถึงอดีตที่ไม่สวยงามกับทัพสิงโตน้ำเงินคราม หลังได้รับโอกาสเข้ามาคุมทีมต่อจาก เอ็นโซ่ มาเรสก้า เมื่อเดือนมกราคม 2026 ก่อนถูกปลดในวันที่ 22 เมษายนปีเดียวกัน
โรซีเนียร์ย้ายจาก สตราส์บูร์ก สโมสรในเครือกลุ่มทุน BlueCo เข้ามารับงานใหญ่พร้อมสัญญาระยะยาว 6 ปี แต่เส้นทางกลับจบลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ช่วงแรกสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ
เจ้าตัวยอมรับว่าประสบการณ์ครั้งนั้นมีทั้งความยอดเยี่ยมและความเจ็บปวด โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นนอกสนาม ซึ่งเขามองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีวิตการทำงานในอังกฤษกลายเป็นฝันร้าย
“มันเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิตของผม และก็เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดเช่นกัน มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม แม้จะกินเวลาเพียง 4 เดือนก็ตาม ผมยังไม่อยากลงรายละเอียดในตอนนี้ แต่จะพูดถึงเรื่องนี้สักวัน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม”
ผลงานเชลซีพังยับ แพ้ 5 นัดรวดแบบยิงไม่ได้ก่อนถูกปลด
แม้โรซีเนียร์จะยืนยันว่าการถูกปลดไม่เกี่ยวกับฟุตบอล แต่ผลงานในสนามช่วงท้ายกลับย่ำแย่จนยากปฏิเสธ โดยเชลซีแพ้ติดต่อกัน 5 นัดใน พรีเมียร์ลีก และไม่สามารถยิงประตูคู่แข่งได้แม้แต่ลูกเดียว นับเป็นสถิติเลวร้ายที่สโมสรไม่เคยเผชิญในลีกนับตั้งแต่ปี 1912
เปิดสถิติ 5 เกมสุดท้ายที่ทำให้เก้าอี้กุนซือพังทลาย
- 14 มีนาคม 2026 เชลซี แพ้ นิวคาสเซิ่ล 0-1
- 21 มีนาคม 2026 เอฟเวอร์ตัน ชนะ เชลซี 3-0
- 12 เมษายน 2026 เชลซี แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3
- 18 เมษายน 2026 เชลซี แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1
- 21 เมษายน 2026 ไบรท์ตัน ชนะ เชลซี 3-0
ความพ่ายแพ้นัดสุดท้ายต่อไบรท์ตันกลายเป็นจุดแตกหัก เพราะนอกจากแพ้ถึงสามประตูแล้ว เชลซียังไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียว ส่งผลให้แฟนบอลจำนวนหนึ่งแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก และมีเสียงเรียกร้องให้สโมสรเปลี่ยนผู้จัดการทีม
นักเตะเชลซีบางส่วนยังถูกตั้งข้อสงสัยว่าไม่ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซือ อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่ได้มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาของผู้เล่น
ตลอดการคุมทีม 23 นัดในทุกรายการ โรซีเนียร์พาเชลซีชนะ 11 นัด เสมอ 2 นัด และแพ้ 10 นัด โดย 8 เกมสุดท้ายก่อนถูกปลด ทีมแพ้ถึง 7 นัด ขณะที่สโมสรให้เหตุผลอย่างเป็นทางการว่าผลงานและฟอร์มการเล่นต่ำกว่ามาตรฐานที่คาดหวัง

ชนะ 5 นัดติดแต่กลับกังวล โรซีเนียร์ชี้จุดเริ่มต้นปัญหาที่เชลซี
ประเด็นที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดคือ โรซีเนียร์ไม่ได้มองว่าช่วงแพ้ติดต่อกันเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา แต่กลับย้อนไปถึงช่วงที่ทีมกำลังทำผลงานได้ดี โดยเฉพาะการเก็บชัยชนะ 5 นัดรวด ซึ่งเขารู้สึกว่าตัวเองเริ่มตกเป็นเป้าสนใจและถูกจับผิดมากขึ้นเรื่อยๆ
“อย่างไรก็ตาม ในประเทศที่ให้ความสำคัญกับความอดทนอดกลั้นในฐานะค่านิยมสำคัญ สิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องฟุตบอลเลย ผมรู้ว่าคำตอบของผมเหมือนกับตอบไปแล้วแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรจริงๆ อันที่จริง ช่วงเวลาที่ทำให้ผมกังวลมากที่สุดคือช่วงเริ่มต้น ตอนที่เราคว้าชัยชนะติดต่อกัน 5 นัด”
“สโมสรไหนๆ ก็คงมีความสุขกับผลงานแบบนี้ แต่ไม่ใช่ เชลซี เมื่อคุณทำผลงานได้ดีและเก็บชัยชนะได้ คุณกลับตกเป็นเป้าสนใจของทุกคน จากนั้นกระแสวิจารณ์ในสื่อก็เริ่มขยายตัวราวกับก้อนหิมะที่กลิ้งลงจากภูเขา”
คำพูดดังกล่าวสะท้อนว่าเขาเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ถูกตัดสินจากผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรับมือกับแรงกดดันด้านภาพลักษณ์และกระแสวิจารณ์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แม้ในวันที่ทีมกำลังเก็บชัยชนะได้ก็ตาม
ปมกระดาษถึงการ์นาโช่ กลายเป็นเรื่องล้อเลียนกลางวิกฤตแชมเปี้ยนส์ลีก
หนึ่งในเหตุการณ์ที่โรซีเนียร์ยังจำได้แม่นคือเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง พบกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งเชลซีต้องเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก ก่อนตกรอบด้วยสกอร์รวมสองนัด 2-8
ระหว่างเกมที่ทีมเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน โรซีเนียร์เขียนคำสั่งลงบนกระดาษเพื่อสื่อสารกับ อเลฮานโดร การ์นาโช่ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวกลับถูกนำไปล้อเลียนอย่างกว้างขวาง แทนที่จะถูกมองว่าเป็นเพียงวิธีสื่อสารทางแท็กติกระหว่างการแข่งขัน
“พวกเขาหยิบเอาคำสั่งที่ผมเขียนลงบนเศษกระดาษเพื่อบอก อเลฮานโดร การ์นาโช่ ตอนที่ทีมเหลือผู้เล่น 10 คนในเกมพบ เปแอสเช (นัดสอง เมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งเชลซีแพ้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 8-2) มาล้อเลียน”
เหตุการณ์นี้กลายเป็นตัวอย่างที่อดีตกุนซือเชลซีหยิบขึ้นมาอธิบายถึงความกดดันจากสื่อ เพราะแม้แต่รายละเอียดเล็กน้อยข้างสนามก็สามารถถูกขยายให้กลายเป็นกระแสโจมตีบุคลิกของผู้จัดการทีมได้
ผมไม่ใช่ตัวตลก! โรซีเนียร์สุดทนโดนล้อทั้งเสื้อผ้าและคำพูด
ความอัดอั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องการวางแท็กติก โรซีเนียร์ยังเปิดเผยว่าการแต่งตัวและวิธีการพูดของเขาถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์จนกลายเป็นเรื่องตลก ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อคนทำงานในวงการฟุตบอล
“แม้แต่เสื้อผ้าที่ผมสวมใส่ก็กลายเป็นเรื่องตลก วิธีการพูดของผมก็เช่นกัน ผมไม่ใช่ตัวตลกนะ! พวกคุณเป็นกลุ่มแรกที่ผมยอมพูดเรื่องนี้ด้วย และอาจเป็นกลุ่มสุดท้ายไปอีกนาน แต่สักวันหนึ่ง ผมจะเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ”
คำประกาศดังกล่าวไม่เพียงแสดงถึงความไม่พอใจต่อกระแสล้อเลียน แต่ยังทิ้งปริศนาถึงเหตุการณ์เบื้องหลังการทำงานที่เขายังไม่พร้อมเปิดเผย โดยเฉพาะคำยืนยันว่าการแยกทางกับเชลซีไม่ได้มีสาเหตุมาจากเรื่องฟุตบอล
อย่างไรก็ตาม โรซีเนียร์ยังไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าเกิดเหตุการณ์ใดภายในสโมสร และไม่มีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่ยืนยันถึงความขัดแย้งเบื้องหลังตามที่เขาพูดเป็นนัย
คืนฟอร์มกับปารีส เอฟซี พาทีมบินสูงในลีก เอิง ฝรั่งเศส
หลังปิดฉากเส้นทางกับเชลซี โรซีเนียร์กลับไปทำงานในฝรั่งเศสอีกครั้งกับปารีส เอฟซี และสามารถเริ่มต้นงานใหม่ได้อย่างแข็งแกร่ง
ผลงาน 9 นัดแรกภายใต้การคุมทีมของเขา ปารีส เอฟซี เก็บชัยชนะ 5 นัด เสมอ 2 นัด และแพ้เพียง 2 นัด พร้อมขยับขึ้นมารั้งอันดับ 4 ของตาราง ลีก เอิง ฝรั่งเศส สะท้อนให้เห็นว่ากุนซือชาวอังกฤษยังมีศักยภาพในการสร้างทีมแข่งขันระดับสูง
การกลับมาทำผลงานได้ดีในฝรั่งเศสถือเป็นโอกาสสำคัญในการกอบกู้ชื่อเสียง หลังถูกวิจารณ์อย่างหนักจากความล้มเหลวในพรีเมียร์ลีก แต่บททดสอบที่แท้จริงยังอยู่ที่ความสม่ำเสมอตลอดฤดูกาล
บทเรียนจากเชลซี เมื่อผลงานในสนามอาจไม่ใช่แรงกดดันเพียงด้านเดียว
กรณีของโรซีเนียร์สะท้อนความจริงอีกด้านของฟุตบอลยุคใหม่ ซึ่งผู้จัดการทีมไม่ได้มีหน้าที่เพียงวางแผนการเล่นหรือบริหารนักเตะ แต่ยังต้องรับมือกับความคาดหวังจากเจ้าของสโมสร แฟนบอล สื่อมวลชน และกระแสบนโลกออนไลน์
สำหรับเชลซี ผลการแข่งขันที่ตกต่ำอย่างหนักเป็นเหตุผลสำคัญที่สโมสรใช้ประกอบการตัดสินใจปลดกุนซือ แต่ในมุมของโรซีเนียร์ เรื่องราวกลับซับซ้อนกว่านั้น และเขายืนยันว่ามีบางสิ่งที่ผู้คนภายนอกยังไม่รับรู้
การเปิดเผยครั้งนี้จึงทำให้คำถามเกี่ยวกับช่วงเวลา 106 วันในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ถูกหยิบกลับมาพูดถึงอีกครั้ง โดยเฉพาะเหตุผลที่เจ้าตัวเลือกจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดในเวลานี้
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับแรงกดดันของผู้จัดการทีมฟุตบอล
- การเปลี่ยนผู้จัดการทีมกลางฤดูกาล มักเกิดขึ้นเมื่อผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอาจกระทบต่อความต่อเนื่องของระบบการเล่นและความมั่นใจของนักเตะ
- การสื่อสารแท็กติกข้างสนาม สามารถทำได้หลายรูปแบบ ทั้งการส่งสัญญาณด้วยมือ การเรียกนักเตะมาสั่งการ หรือการเขียนคำแนะนำลงบนกระดาษ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันในฟุตบอลอาชีพ
- แรงกดดันจากสื่อและแฟนบอล มีผลต่อภาพลักษณ์ของกุนซือ โดยเฉพาะในสโมสรใหญ่ที่ทุกการตัดสินใจถูกจับตามอง แต่การวิจารณ์ผลงานควรแยกจากการโจมตีบุคลิกส่วนตัว
ติดตามความเคลื่อนไหวของ เลียม โรซีเนียร์ สถานการณ์เชลซี ข่าวพรีเมียร์ลีก และเรื่องราวเข้มข้นจากวงการฟุตบอลยุโรปได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM อัปเดตข่าวฟุตบอลทุกประเด็นสำคัญ พร้อมเจาะลึกเรื่องราวที่แฟนบอลไม่ควรพลาด