เอ็มบัปเป้แบก เรอัล มาดริด อีกครั้งในค่ำคืนกดดัน

ในวันที่ฟอร์มโดยรวมของ เรอัล มาดริด สะดุดและเสียงวิจารณ์เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ คนที่ลุกขึ้นมาแบกทีมอีกครั้งก็ไม่ใช่ใครนอกจาก คีเลียน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงหมายเลขหนึ่งของยุคปัจจุบัน ที่ระเบิดฟอร์มสำคัญในเกมดวลคมกับคิโรน่าในศึก ลาลีกา คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ลูกทีมของ ชาบี อลอนโซ่ ออกสตาร์ตเกมด้วยความกดดันชัดเจน แถมยังโดนออกนำจากลูกยิงสุดเฉียบของ อัซเซดีน อูนาฮี ทำให้ราชันชุดขาวต้องวิ่งไล่ตามสกอร์ตั้งแต่ช่วงครึ่งแรก บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยความอึดอัด แต่เอ็มบัปเป้ยังนิ่งพอรอเวลาของตัวเอง

ครึ่งหลังจังหวะสำคัญก็มา เมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ ใช้ความเร็วและเทคนิคลากเข้ากรอบ ก่อนเรียกจุดโทษให้ทีมได้สำเร็จ และแน่นอนว่าคนที่ยืนประจำจุดคือ เอ็มบัปเป้ ที่ซัดเข้าไปแบบเยือกเย็น กลายเป็นประตูตีเสมอสุดสำคัญ และเป็นลูกที่พาเขาขึ้นไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สโมสรทันที

ประตูนี้ไม่ธรรมดา – สถิติระดับตำนานในปฏิทินเดียว

ลูกจุดโทษลูกนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ประตูช่วยทีมไม่ให้แพ้ แต่มันคือประตูที่ทำให้ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ทะยานเข้าสู่ “คลับปิด” ที่มีเพียงเขาและ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตำนานหมายเลข 7 ของสโมสรยืนอยู่เท่านั้น

จากข้อมูลสถิติที่ถูกเปิดเผยโดย MisterChip ผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุชัดว่า มีเพียง 2 แข้งในประวัติศาสตร์เท่านั้นที่ยิงให้ เรอัล มาดริด เกิน 53 ประตูในทุกรายการภายในปีปฏิทินเดียว ได้แก่

  • คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (ทำได้ถึง 5 ครั้ง)
  • คีเลียน เอ็มบัปเป้ (ทำได้ในปีล่าสุด)

การถูกพูดถึงเคียงข้างโรนัลโด้ในแง่ สถิติยิงประตู คือเครื่องยืนยันว่าดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสไม่ได้เป็นแค่สตาร์ดังทั่วไป แต่คือศูนย์กลางเกมรุกยุคใหม่ของราชันชุดขาวอย่างแท้จริง

จากแรงกดดันสู่ตัวแบก – บทบาทเอ็มบัปเป้ในยุคอลอนโซ่

ผลงานในช่วงหลังของมาดริดอาจไม่ได้สวยหรูทุกเกม ฟอร์มโดยรวมมีแกว่ง มีช่วงเป๋ แต่ทุกครั้งที่ทีมต้องการคนเปลี่ยนเกม ชื่อที่ถูกโฟกัสมักหนีไม่พ้น เอ็มบัปเป้

  • เขาคือคนรับหน้าที่สังหารลูกสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นจุดโทษหรือลูกชี้ขาดในช่วงท้ายเกม
  • การเคลื่อนที่ของเขาเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมอย่าง วินิซิอุส และเพลย์เมกเกอร์ด้านหลังมีช่องให้เล่นมากขึ้น
  • ในวันที่เกมเปิดกว้าง เอ็มบัปเป้พร้อมดวลกับแนวรับคู่แข่งทั้งสปีดและความเฉียบคมหน้ากรอบเขตโทษ

แม้รูปเกมนัดนี้จะไม่ใช่ผลงานที่ดีที่สุดของราชันชุดขาว แต่การมีนักเตะแบบนี้อยู่ในสนาม ทำให้ทีมยังมีลุ้นกลับมาได้เสมอ และนี่คือเหตุผลที่เขาถูกยกให้เป็น “ผู้กอบกู้สถานการณ์” ของทีมในหลายๆ เกม

คลับพิเศษของโรนัลโด้ – ตอนนี้มีเอ็มบัปเป้ยืนเคียงข้าง

คำว่า “คลับพิเศษ” ของ เรอัล มาดริด ไม่ได้พูดกันเล่นๆ เพราะในระดับสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยแข้งระดับโลกนับไม่ถ้วน แต่กลับมีเพียงสองคนเท่านั้นที่ยิงเกิน 53 ประตูในหนึ่งปีปฏิทิน

ก่อนหน้านี้ตัวเลขดังกล่าวเป็นอาณาเขตของ โรนัลโด้ เพียงคนเดียว และถูกมองว่าแทบเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะขึ้นไปแตะระดับเดียวกันได้ในยุคสมัยใหม่ที่โรเตชั่นจัด และโปรแกรมแน่นทุกถ้วย

การที่ เอ็มบัปเป้ สามารถไต่ขึ้นมายืนจุดนี้ได้ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใช่แค่ “ตัวแทนรุ่นใหม่” แต่กำลังเดินตามรอยในระดับที่ใกล้เคียงกับหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล

สถิติที่ไม่ได้บอกแค่ตัวเลข แต่สะท้อนความเป็นผู้นำเกมรุก

มากกว่าจำนวนนับของประตู สิ่งที่แฟนบอลและคนในทีมเห็นจาก เอ็มบัปเป้ ตอนนี้คือภาพของผู้นำแนวรุกตัวจริง

  • เขากล้ารับผิดชอบลูกสำคัญ
  • เขาไม่หนีจังหวะกดดัน
  • เขาแบกความหวังของทีมไว้ทั้งในลีกและเวทีระดับยุโรป

ทุกประตูที่เกิดขึ้นในเสื้อชุดขาว ไม่ได้ช่วยเพียงแค่เพิ่มสถิติส่วนตัว แต่ยังดันชื่อของเขาขึ้นไปใกล้คำว่า “ระดับตำนาน” ของสโมสรเข้าไปทุกที

สรุป – เอ็มบัปเป้กำลังเขียนตำนานของตัวเองในเบร์นาเบว

ถ้ามองย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ถูกพูดถึงควบคู่กับ เรอัล มาดริด มาตลอด และเมื่อเขาได้สวมเสื้อราชันชุดขาวจริงๆ สิ่งที่ทำในสนามก็ตอบทุกคำถามแทนทุกคำพูด

  • ยิงประตูแตะระดับเดียวกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในหนึ่งปี
  • กลายเป็นตัวความหวังสูงสุดในช่วงเวลาที่ยากลำบากของทีม
  • ดันตัวเองจากสตาร์ดังสู่แข้งที่กำลังก้าวสู่สถานะ “ไอคอนของยุคใหม่”

จากนี้ไปทุกประตูที่เขายิงให้มาดริด จะไม่ใช่แค่สถิติธรรมดา แต่คือบรรทัดใหม่ของเรื่องเล่าในประวัติศาสตร์ราชันชุดขาว ที่แฟนบอลทั้งโลกจับตาอยู่แบบไม่กะพริบ

เกล็ดความรู้วงการลูกหนังสเปน

  • เรอัล มาดริด คือหนึ่งในสโมสรที่ผลิตดาวยิงระดับโลกต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุคดิ สเตฟาโน่, ปุสกัส, ราอูล, โรนัลโด้ จนมาถึงเอ็มบัปเป้
  • การนับประตู “ปีปฏิทิน” แตกต่างจาก “ฤดูกาลแข่งขัน” เพราะรวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม ทำให้ผู้เล่นต้องรักษาฟอร์มคงเส้นคงวาเกือบทั้งปี
  • สถิติการยิงเกิน 50 ประตูในหนึ่งปีถือว่าโหดมากในระดับสโมสรเดียว ยิ่งในยุคที่มีการโรเตชั่นและโปรแกรมถี่ ยิ่งทำได้ยาก
  • การขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับโรนัลโด้ในเรื่องจำนวนประตู เป็นใบเบิกทางสำคัญให้เอ็มบัปเป้ถูกพูดถึงในฐานะว่าที่ตำนานของสโมสรในอนาคต

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล…อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM