ภาพรวมครึ่งซีซั่น: เบรกหนาวได้เวลาสรุป “ทีมแห่งฤดูกาล”

ลาลีกาเดินมาเกือบถึงจุดกึ่งกลางซีซั่น และช่วงพักเบรกหน้าหนาวนี่แหละคือจังหวะทองให้แฟนบอลได้ “เช็กฟอร์ม” กันแบบชัด ๆ ว่าใครคือคนที่แบกทีมจริง ใครคือคนที่ยกระดับเกมให้ทีมดูน่ากลัวขึ้นทุกครั้งที่ลงสนาม

จากผลงานในช่วงครึ่งซีซั่นที่ผ่านมาพร้อมตัวอย่างเกมมากพอ นี่คือ “ทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล (ทีมแห่งฤดูกาล)” ณ ตอนนี้ โดยยึดตามฟอร์มการเล่นและอิทธิพลต่อทีมเป็นหลัก พร้อมรายชื่อที่เกือบติดโผในแต่ละตำแหน่งด้วย

ผู้รักษาประตู: อารอน เอสกันเดล (เรอัล โอเบียโด้)

ถ้าจะมีชื่อที่ทำให้หลายคนต้องหยุดอ่านแล้วขยี้ตา นี่แหละคือมัน—ผู้รักษาประตูจากทีมที่แนวรับถือว่า “รั่ว” ระดับร่วมแย่เป็นอันดับต้น ๆ ของลีก แต่กลับมีนายด่านที่ยืนระยะเซฟจนทีมยังไม่โดนกระหน่ำเละกว่านี้หลายเท่า

เอสกันเดลคือคำตอบของคำว่า “เซฟแต้ม” แบบแท้จริง เขามีจังหวะปาฏิหาริย์ให้เห็นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะวันที่เกมรุกของทีมฝืดจนแทบไม่มีความหวัง คะแนนสะสมของทีมจึงมีหลายแต้มที่มาจากมือและความนิ่งของเขาล้วน ๆ

ที่เด็ดคือสถิติเชิงตัวเลขมันโหดมาก: เขาเป็นผู้นำด้านจำนวนเซฟใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปที่ 80 ครั้ง แถมยังติดอันดับ 4 ของลาลีกาในแง่เปอร์เซ็นต์การเซฟ และเมื่อเทียบ “ประตูที่ควรเสีย” กับ “ประตูที่เสียจริง” เขาขึ้นเป็นอันดับ 1 ในสเปนด้วยค่าความต่างระดับ 6.5 ที่เรียกได้ว่าแบกทีมด้วยตัวเลขแบบไม่ต้องเถียง

เกือบติดทีม

ติโบต์ กูร์กตัวส์, โจน การ์เซีย

แบ็กขวา: มาร์กอส ยอเรนเต้ (แอตเลติโก มาดริด)

จากตัวเลือกแก้ขัดในอดีต วันนี้ยอเรนเต้ทำให้ตำแหน่งแบ็กขวาของตราหมี “มีพิษสง” ขึ้นมาจริงจัง เขาเติมเกมได้หนัก วิ่งไม่มีหมด และสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันตรงริมเส้นแบบวัดค่าเป็นสถิติไม่ได้ทั้งหมด แต่สัมผัสได้ในเกมใหญ่ ๆ

ยิ่งเมื่อเล่นประสานกับ จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ ริมเส้นฝั่งเดียวกัน มันเหมือนเพิ่มแรงกดดันสองชั้นให้คู่แข่ง ต้องคุมทั้งสปีด ทั้งไลน์วิ่ง และความดุดันในจังหวะปะทะ ทำให้ระบบของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ดูมีมิติขึ้นแบบชัดเจน

เกือบติดทีม

อันเดร ราติอู, ซานติอาโก้ มูรินโญ่

เซ็นเตอร์แบ็ก: เอแดร์ มิลิเตา (เรอัล มาดริด)

มีความกังวลเรื่องอาการเจ็บก็จริง แต่จำนวนการลงเล่น 13 นัดถือว่า “พอให้ใส่ชื่อ” ได้ และเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคือ—มาดริดแผงหลัง “หลุดทรง” ชัดเจนทุกครั้งที่ไม่มีเขา

การกลับมาเป็นตัวจริงหลังผ่านอาการเจ็บเอ็นไขว้หน้าถึง 2 ครั้งคือความสำเร็จในตัวมันเอง แต่สิ่งที่มิลิเตาทำได้ในสนามคือการเป็นกาวยึดแนวรับ เขาช่วยทำให้แบ็กโฟร์นิ่งขึ้น เกมรับมีจุดโฟกัส ไม่หลุดตำแหน่งง่าย และทำให้โครงสร้างของทีมไม่แตกกระจายเวลาโดนสวนกลับ

เกือบติดทีม

เปโดร บีกาส, นาอูเอล เตนาญ่า

เซ็นเตอร์แบ็ก: ดาวิด อัฟเฟนกรูเบอร์ (เอลเช่)

ชื่อที่แฟนบอลจำนวนมากอาจไม่คุ้นหูตอนเริ่มซีซั่น แต่ตอนนี้กลายเป็นเสาหลักของเอลเช่ไปแล้ว อัฟเฟนกรูเบอร์เข้ามาแบบเงียบ ๆ แต่เล่นแบบ “ครบเครื่อง” ทั้งตัดบอล ดวลหนัก อ่านเกมไว และไม่ตื่นสนามกับจังหวะกดดัน

เอลเช่เป็นทีมที่ขึ้นเกมสวย ดูน่าดูเวลาเล่นเกมรุก แต่เบื้องหลังความสวยงามนั้นต้องมี “ฐาน” ที่แข็งแรง และอัฟเฟนกรูเบอร์คือฐานรากสำคัญที่ทำให้ทีมกล้าเติม กล้าบุก เพราะรู้ว่าแนวหลังมีคนคุมจังหวะได้

เกือบติดทีม

โฮเซ่ มาเรีย คิเมเนซ, เลอันโดร กาบเรร่า

แบ็กซ้าย: คาร์ลอส โรเมโร (เอสปันญ่อล)

โรเมโรคือแบ็กซ้ายที่ “สมบูรณ์” ที่สุดจากฟอร์มในซีซั่นนี้ เขาเติมเกมได้ทั้งด้านนอกและหุบเข้ากลางได้อย่างฉลาด เล่นบอลกับเท้าเนียน ตัดสินใจดี และที่สำคัญคือเกมรับไม่รั่ว—ยืนตำแหน่งดีและเล่นแบบรัดกุมไม่แพ้ใครในแนวรับเอสปันญ่อล

ถ้าจะหาแบ็กซ้ายที่ให้ทั้งคุณภาพเกมรุกและวินัยเกมรับพร้อมกัน โรเมโรคือคำตอบที่เถียงยากที่สุดในครึ่งซีซั่นนี้

เกือบติดทีม

ออสการ์ มินเกซ่า, เฆร์มัน บาเลร่า, เป๊ป ชาบาร์เรีย

กองกลาง: ปาโบล ฟอร์นัลส์ (เรอัล เบติส)

ถ้าพูดถึงคนที่ “ลุ้นนักเตะแห่งฤดูกาล” ณ ตอนนี้ ฟอร์นัลส์ต้องมีชื่อ เขาคือหัวใจของเบติสในช่วงที่ทีมไม่มีอิสโก้ และในช่วงที่โจวานี่ โล เซลโซยังมีความแกว่งให้เห็น ฟอร์นัลส์ทำหน้าที่เหมือนคอนดักเตอร์—คุมจังหวะ พาบอลผ่านแดนกลาง และเติมงานรับมากกว่าที่หลายคนคิด

แม้จะเล่นจากตำแหน่งที่ลึกลงและรับผิดชอบเชิงเกมรับเพิ่มขึ้น เขายังพาทีม “ค่อย ๆ ผ่าทีมคู่แข่ง” ได้อย่างมีระบบ นี่คือคนที่มานูเอล เปเยกรินี่พึ่งพาได้จริงในวันยาก ๆ

เกือบติดทีม

เอดู เอ็กซ์โปซิโต้, หลุยส์ มีย่า

กองกลาง: โกเก้ (แอตเลติโก มาดริด)

คำว่า “คืนชีพ” เหมาะกับโกเก้แบบไม่ต้องคิดนาน หลายคนอาจแปลกใจ แต่เมื่อวัดอิทธิพลต่อทีมจริง ๆ โกเก้คือแกนที่ทำให้ตราหมีเดินเครื่องได้ต่อเนื่อง

สถิติที่สะท้อนชัดคือเกมที่โกเก้เป็นตัวจริง แอตเลติโกมีสถิติ 12 ชนะ 1 เสมอ แต่เมื่อโกเก้นั่งสำรอง กลายเป็น 2 เสมอ 3 แพ้ ตัวเลขมันเหมือนตะโกนบอกว่า “ทีมนี้ต้องมีเขาในสนาม” เพราะเขาคุมจังหวะ คุมสมดุล และทำให้ระบบของซิเมโอเน่ทำงานลื่นขึ้นมาก

เกือบติดทีม

ปาโบล บาร์ริออส, ซานติ โกเมซานญ่า

กองกลาง: เปดรี (บาร์เซโลน่า)

เปดรีคือประเภทนักเตะที่คนดูบอลบางครั้ง “ชินตา” จนเผลอมองข้าม ทั้งที่ความจริงเขาคือคนที่คอยแก้ปัญหาให้บาร์ซ่าในทุก ๆ เกม เขาอาจไม่ได้เล่นหวือหวาทุกนัด แต่เขาคือคนที่ทำให้ทีมเล่นเป็นทีม—คอยปรับตำแหน่ง จ่ายบอลให้ถูกจังหวะ และเปลี่ยนจากเกมมั่ว ๆ ให้กลายเป็นเกมมีแบบแผน

บาร์ซ่าอาจ “เอาตัวรอด” ได้บ้างในเกมที่ไม่มีเขา แต่คำว่าเอาตัวรอดก็คือทั้งหมด เพราะเมื่อมีเปดรี บาร์ซ่าจะดูเป็นทีมที่ครบเครื่องและคุมเกมได้มากขึ้นอีกระดับ

เกือบติดทีม

อัซเซดีน อูนาฮี, เอริค การ์เซีย

ตัวรุกฝั่งขวา: ลามีน ยามาล (บาร์เซโลน่า)

กระแสข่าวรอบตัวยามาลอาจทำให้คนหลุดโฟกัสจาก “ฟุตบอลของเขา” ไปบ้าง แต่ถ้าดูที่ผลงานและอิทธิพลในสนาม ยามาลยังเป็นคนที่เวทมนตร์ที่สุดของลาลีกาเวลานี้

เขาเป็นผู้นำแอสซิสต์ของลีก นำในหลายหมวดสำคัญทั้งการเลี้ยงผ่านสำเร็จ และแอ็กชันสร้างโอกาสยิงต่อเกม รวมถึงเป็นรองแค่เอ็มบัปเป้ในแง่การมีส่วนร่วมต่อการสร้างประตู ตัวเลขอาจยังบอกไม่หมดด้วยซ้ำว่าเขา “ทำให้คู่แข่งปั่นป่วน” แค่ไหนในแต่ละเกม

เกือบติดทีม

ทายอน บูคานัน, จูเลียโน่ ซิเมโอเน่

กองหน้า: คีเลียน เอ็มบัปเป้ (เรอัล มาดริด)

นี่คือความโหดแบบไม่ต้องแต่งคำ มาดริดอาจดูมีความไม่สมบูรณ์ในระบบหลายช่วง แต่เอ็มบัปเป้กลับเล่นเหมือนคนไม่สนโลก ยิงกระจายแบบตัวเลขระดับตำนาน: 29 ประตู 5 แอสซิสต์จาก 24 นัด

ฟอร์มในปี 2025 ของเขาถูกพูดถึงว่า “ตัวเลขแบบคริสเตียโน่ โรนัลโด้” เพราะมันไม่ใช่แค่เยอะ แต่มันคือความสม่ำเสมอในระดับที่กองหลังทั้งลีกต้องคิดเหมือนกันว่า “ยังไงมันก็ต้องหลุดไปยิงสักจังหวะ” หน้าที่ของแนวรับคือพยายามลดจำนวนครั้งที่เขาทำได้เท่านั้นเอง

เกือบติดทีม

บอร์ฆา อิเกลเซียส, เฟร์ราน ตอร์เรส

ตัวรุกฝั่งซ้าย: อัลเบร์โต้ โมเลโร่ (บียาร์เรอัล)

แม้ไม่ได้เริ่มซีซั่นในฐานะตัวจริงแบบถาวร แต่โมเลโร่ค่อย ๆ บุกยึดพื้นที่ของตัวเองจนกลายเป็นอาวุธหลัก เขามี 6 ประตู 2 แอสซิสต์จาก 16 นัด แถมยังทำผลงาน “เกินค่า xG” อยู่ถึง 2.4 ซึ่งสูงมากและติดอันดับต้น ๆ ของลีก นั่นสะท้อนความคมและคุณภาพการจบสกอร์ที่ไม่ธรรมดา

โมเลโร่กลายเป็นภัยคุกคามจริงจัง และเริ่มถูกมองว่าอาจเติมเต็มช่องว่างหรือก้าวขึ้นมารับบทสำคัญในแนวรุกแทนที่อเล็กซ์ บาเอน่าได้ในเชิงบทบาท

ตำแหน่งนี้ก็ยังเปิดกว้างให้ถกเถียง เพราะราฟินญ่ายังลงเล่นในลีกแค่ครึ่งหนึ่ง เอซ อับเดฟอร์มดีแต่เปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ยังไม่สุด ส่วนวินิซิอุส จูเนียร์เหมือนติดล็อกเรื่องความมั่นใจหน้าประตู ขณะที่นิโก้ วิลเลียมส์ก็เงียบกว่าที่คาดในช่วงหลัง ๆ

เกือบติดทีม

ราฟินญ่า, อองตวน กรีซมันน์

สรุป

ทีมแห่งฤดูกาล ณ ครึ่งทางของลาลีกาชุดนี้สะท้อนชัดว่า “ของจริง” ไม่ได้มีแค่ทีมลุ้นแชมป์เท่านั้น เพราะมีทั้งผู้รักษาประตูจากทีมแนวรับเปราะที่แบกแต้มเต็มหลัง และแนวรุกระดับซูเปอร์สตาร์ที่ยิงจนลีกต้องปรับแผนรับกันใหม่ทุกสัปดาห์

เกล็ดความรู้

  • สถิติ xG (Expected Goals) คือค่าประตูที่ “ควรจะได้” จากคุณภาพโอกาสยิง ช่วยวัดความคมของทีม/นักเตะได้ดี
  • เปอร์เซ็นต์เซฟของผู้รักษาประตูยิ่งสูง ยิ่งบอกถึงความนิ่งและการยืนตำแหน่งที่มีคุณภาพในระยะยาว
  • “Goal-creating actions” และ “Shot-creating actions” เป็นตัวชี้วัดความอันตรายที่มากกว่าแค่จำนวนประตู เพราะสะท้อนการสร้างจังหวะจบสกอร์และจังหวะนำไปสู่ประตูโดยตรง

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล…อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM