บาร์ซ่าจับตาตลาดเดือนมกราคม แต่ดีลนี้ขอผ่านก่อน

เข้าสู่ช่วง ตลาดนักเตะเดือนมกราคม ทีไร หลายทีมก็เริ่มส่องโอกาสแบบตาไวมือไว และฝั่ง บาร์เซโลนา ก็ไม่ต่างกัน พวกเขายังมองหาทางเลือกที่ “คุ้มค่าและตอบโจทย์จริง” ทว่าในรายของ เจา คันเซโล ดูเหมือนเส้นทางรียูเนียนที่คาตาลันจะไม่เกิดขึ้นง่ายๆ อย่างน้อยก็ “ตอนนี้”

แนวรับทีมชาติโปรตุเกสวัย 31 ปี กำลังมีทิศทางชัดว่าอยากกลับสู่ยุโรปอีกครั้ง หลังย้ายถาวรจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปอยู่กับอัล-ฮิลาลเมื่อซัมเมอร์ก่อน แต่ถึงจะมีสัญญาณว่าพร้อมย้ายแบบยืมตัว บาร์ซ่ากลับเลือก “ชะลอทุกอย่าง” มากกว่าจะเดินหน้า

ความทรงจำปีที่ยืมมา: เริ่มดี แต่จบด้วยบททดสอบเกมใหญ่

คันเซโลเคยมาเล่นให้บาร์เซโลนาในฤดูกาล 2023-24 ด้วยสัญญายืมตัว ช่วงแรกหลายคนยอมรับว่าเขาเติมมิติริมเส้นได้สนุก ทั้งความกล้าเล่นบอล การเติมเกมรุก และการครอสที่มีคุณภาพ

แต่ปลายซีซั่นกลับเป็นอีกภาพหนึ่ง เมื่อเขามีปัญหาใน “เกมใหญ่หลายครั้ง” จนกลายเป็นจุดที่แฟนบอลและทีมงานประเมินกันแบบจริงจังว่า ความเสี่ยงด้านเกมรับและการตัดสินใจในจังหวะสำคัญมันหนักเกินไปหรือไม่ และนั่นเป็นฉากหลังสำคัญที่ทำให้การกลับมา “ไม่หวานเหมือนเดิม”

บาร์ซ่าเคยสอบถามจริง แต่เงียบต่อหลังได้คำตอบ

มีรายงานว่าบาร์เซโลนาเป็นหนึ่งในสามทีมที่เคยสอบถามเรื่องความเป็นไปได้ในการดึงคันเซโลกลับมา ร่วมกับ ยูเวนตุส และ อินเตอร์ โดยตัวนักเตะมีสถานะ “พร้อมปล่อยยืม” ในตลาดนี้

อย่างไรก็ตาม ฟาบริซิโอ โรมาโน ระบุว่า หลังบาร์ซ่าได้รับคำตอบจากการสอบถามครั้งนั้น พวกเขาไม่ได้ติดต่อกลับไปอีก ซึ่งตีความได้ไม่ยากว่า สโมสรยังไม่มั่นใจพอจะเดินหน้าดีลนี้ จึงเลือก “เหยียบเบรก” ไว้ก่อน

อินเตอร์เดินหน้าคุยต่อ หวังยืมกลับสู่ทีมเก่าอีกรอบ

ในขณะที่บาร์ซ่าเงียบลง ฝั่งอินเตอร์กลับยังเร่งเครื่องต่อเนื่องในการเจรจา เพื่อปิดดีลยืมตัวให้ได้ หากสำเร็จ นี่จะเป็นโอกาสที่คันเซโลได้กลับไปสู่หนึ่งในสโมสรเก่าของตัวเองอีกครั้ง พร้อมกลับมาเล่นฟุตบอลยุโรปในเวทีที่เขาคุ้นเคย

ภาพรวมตอนนี้จึงชัดมาก: บาร์ซ่า “ไม่ปิดประตูตาย” แต่ไม่ได้เดินหน้า ส่วนอินเตอร์ “กำลังขยับ” และพร้อมฉวยจังหวะทันทีหากเงื่อนไขลงตัว

ค่าเหนื่อยคือประเด็นใหญ่: ครึ่งซีซั่นก็ยังเป็นเงินก้อน

อีกจุดที่ทำให้บาร์ซ่าต้องคิดหนักคือ “ต้นทุนจริง” ของการยืมตัว สื่อในสเปนเคยรายงานว่า คันเซโลรับค่าเหนื่อยกับอัล-ฮิลาลระดับ €15 ล้านสุทธิต่อปี และทีมจากซาอุฯ ต้องการให้ทีมที่ยืม “ช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง” ของค่าเหนื่อยในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล

นั่นแปลว่า บิลสำหรับครึ่งซีซั่นจะอยู่ที่ประมาณ €3.75 ล้าน ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่ยักษ์ใหญ่ยุโรปจ่ายไม่ได้ แต่สำหรับบาร์ซ่าในยุคที่ต้องบริหารเพดานค่าเหนื่อยแบบละเอียดทุกบรรทัด มันคือเรื่องที่ต้อง “ชั่งน้ำหนักให้หนักกว่าเดิม”

แม้มีช่องเพดานค่าเหนื่อย แต่ดีลนี้อาจทำให้ทีมต้องปรับแผนอีกชั้น

บาร์เซโลนามีทางเลือกเรื่องเพดานค่าเหนื่อยอยู่เหมือนกัน เพราะสามารถใช้กฎฉุกเฉินกรณีนักเตะเจ็บ เพื่อปลดล็อกพื้นที่ได้จากส่วนของอันเดรียส คริสเตนเซ่น (รายงานระบุว่าได้ราว 80% ของพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง)

ถึงอย่างนั้น ประเด็นไม่ได้มีแค่ “จ่ายไหวไหม” แต่คือ “คุ้มไหม” เพราะหากดึงคันเซโลกลับมา อาจหมายถึงการต้องขยับจูลส์ กุนเด้ไปเล่นเซ็นเตอร์แบ็กบ่อยขึ้น แทนที่จะได้เสริมเซ็นเตอร์แบ็กใหม่เพื่อทดแทนจุดอ่อนที่เกิดจากการขาดคริสเตนเซ่น

สรุปง่ายๆ คือ ต่อให้ตัวเลขพอจัดการได้ แต่ผลกระทบด้านโครงสร้างทีมและการแก้จุดอ่อนในแนวรับ อาจไม่ตรงกับสิ่งที่บาร์ซ่าต้องการที่สุดในตลาดนี้

เกล็ดความรู้

  • ดีล “ยืมตัว” มักไม่ได้ถูกเสมอไป เพราะค่าเหนื่อยและเงื่อนไขการจ่ายแบ่งกันคือจุดชี้ขาดสำคัญ
  • ทีมที่ติดข้อจำกัดเพดานค่าเหนื่อย มักต้องประเมิน “ผลกระทบต่อแท็กติก” ควบคู่กับเรื่องเงินเสมอ
  • การเสริมแบ็กเพิ่ม อาจทำให้ต้องโยกตำแหน่งผู้เล่นเดิม ส่งผลต่อสมดุลเกมรับมากกว่าที่คิด

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล อัปเดตข่าวซื้อขายแบบเข้มๆ และประเด็นหลังบ้านที่มีผลต่อเกมจริง อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM