เกมอึดอัดที่แอนฟิลด์ จบแบบไร้สกอร์แต่ไม่ไร้ดราม่า
ลิเวอร์พูลของ อาร์เน่อ สล็อต ต้องจบเกมพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์แบบหงุดหงิดสุดขีด หลังทำได้แค่เสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-0 ในเกมเมื่อวันที่ 1 มกราคม ทั้งที่ภาพรวมเจ้าบ้านพยายามเร่งจังหวะและหาช่องจบสกอร์อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่กลายเป็นประเด็นร้อนกลับไม่ใช่แค่ “ยิงไม่เข้า” — มันคือจังหวะที่สล็อตมองว่า ผู้ตัดสินควรให้ลูกโทษ ตั้งแต่ครึ่งแรก และการตัดสินใจนั้นอาจเปลี่ยนผลการแข่งขันไปโดยสิ้นเชิง
จุดเดือดครึ่งแรก: เอกิติเก้โดนบิยอลดึงในเขตโทษ แต่ไร้นกหวีด
สล็อตระเบิดอารมณ์ชัดเจนกับจังหวะที่ อูโก้ เอกิติเก้ ถูก ยาก้า บิยอล เข้าไปเหนี่ยวรั้ง “ยื้ดยุดฉุดกระชาก” ในกรอบเขตโทษแบบเห็นกันจะๆ แต่จังหวะนั้นเอกิติเก้เลือกไม่ทิ้งตัว เขาฝืนเล่นต่อและยังจ่ายบอลให้ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ได้ง้างไกยิง ก่อนบอลไปติดบล็อก
และนี่แหละที่สล็อต “หัวร้อน” เพราะในมุมของกุนซือดัตช์ เขายืนยันว่าฟุตบอลไม่ควรบังคับให้นักเตะต้องล้มกลิ้งถึงจะได้ความยุติธรรม เขามองว่ามันคือการทำฟาวล์ในเขตโทษที่ชัดพอจะเป็น จุดโทษ ต่อให้ผู้เล่นไม่ล้มก็ตาม
สล็อตสวนกลับวัฒนธรรม “ล้มแล้วได้” ชี้ลิเวอร์พูลไม่ใช่ทีมแบบนั้น
สล็อตให้เหตุผลกับสื่อแบบตรงไปตรงมาและเผ็ดร้อนว่า ครึ่งแรกนักเตะลิเวอร์พูลไม่ได้ล้มลงกับพื้น ซึ่งเขาเข้าใจได้ เพราะ “ทุกครั้งที่ลิเวอร์พูลล้ม” พวกเขาแทบไม่เคยได้จุดโทษอยู่แล้ว
เขาย้ำว่ามีหลายทีมที่ “ล้มในสถานการณ์เดียวกัน” แล้วได้ผลตอบแทนเป็นฟรีคิกหรือความได้เปรียบ แต่ลิเวอร์พูลเลือกเป็นตัวของตัวเอง ไม่เล่นละคร ไม่ล้มง่ายเพื่อเอานกหวีด
สล็อตยังตอกเพิ่มว่า ตลอดฤดูกาลนี้มีหลายครั้งที่นักเตะของเขาล้มเพราะโดนทำฟาวล์จริงๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมา ทำให้เขาต้องออกมาพูดถึงประเด็นนี้อย่างจริงจัง เพราะมันสะท้อนภาพรวมของการตัดสินที่ทีมรู้สึกว่า “ไม่เคยเข้าข้าง”
ยกตัวอย่างเกมเวสต์แฮม: “ล้มง่ายเพื่อเอาใบ” แต่ลิเวอร์พูลไม่เล่นเกมแบบนั้น
สล็อตหยิบตัวอย่างจากเกมกับเวสต์แฮมมาอธิบายเพิ่มเติม โดยพูดถึงจังหวะที่ ลูคัส ปาเกต้า พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คู่แข่งได้ใบเหลืองที่สอง ขณะที่ อลิสซง ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมชาติพยายามช่วยไม่ให้สถานการณ์บานปลาย แต่สุดท้ายปาเกต้าได้ใบเหลืองที่สองอยู่ดี

ประเด็นที่สล็อตต้องการสื่อคือ ฟุตบอลยุคนี้มี “เกมในเกม” มีการพยายามสร้างจังหวะให้ผู้ตัดสินตัดสินใจ และมีนักเตะจำนวนไม่น้อยที่ “ล้มง่าย” เพื่อเอาประโยชน์ แต่ลิเวอร์พูลไม่ใช่ทีมแบบนั้น และผลที่ตามมาคือเมื่อทีมล้มจริง กลับไม่ค่อยได้อะไร
เทียบเกมแรกกับลีดส์: ผลลัพธ์เหมือนเดิม แต่ความรู้สึกมันเจ็บ
สล็อตยังย้อนถึงเกมก่อนหน้าที่เจอลีดส์ช่วงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งลิเวอร์พูลบุกไปโดนตีเสมอ 3-3 ในช่วงทดเวลา เขายอมรับว่ามันต่างกันตรงรายละเอียด—นัดนั้นเสียประตูท้ายเกม แต่นัดนี้เป็นเกมที่จบแบบไร้สกอร์
แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ “ผลลัพธ์เสมอ” และสำหรับทีมที่ต้องการชัยชนะทุกนัดเพื่อเป้าหมายใหญ่ ผลเสมอแบบนี้มันน่าผิดหวังไม่แพ้กัน
มุมบวกที่พอปลอบใจ: คลีนชีตมาแล้ว แต่แต้มหล่นก็ยังเจ็บ
สล็อตทิ้งท้ายในเชิงประเมินเกมว่า ลิเวอร์พูลเกือบได้ประตูจาก เฟอร์จิล แต่ทำไม่สำเร็จ และเมื่อดูจากหลายเกมก่อนหน้านี้ที่ทีมมักเสียประตู เกมนี้อย่างน้อยก็มีด้านบวกคือ “ได้คลีนชีต”
อย่างไรก็ตาม ต่อให้ไม่เสียประตู แต่การทำได้แค่เสมอในบ้านยังเป็นสิ่งที่ทีมรับไม่ได้ง่ายๆ เพราะมันคือแต้มที่หล่นไปต่อหน้ากองเชียร์แอนฟิลด์

เกล็ดความรู้
- จังหวะทำฟาวล์ในเขตโทษ “ไม่จำเป็นต้องล้ม” ถึงจะเป็นจุดโทษ แต่ในทางปฏิบัตินักเตะมักล้มเพื่อให้ผู้ตัดสินเห็นชัดและตัดสินง่ายขึ้น
- คำว่า “คลีนชีต” คือการที่ทีมไม่เสียประตูตลอดทั้งเกม ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจแนวรับ แต่ไม่การันตีแต้มเต็ม
- เกมที่จบ 0-0 มักถูกตัดสินด้วยรายละเอียดเล็กๆ เช่น ลูกนิ่ง จังหวะปะทะในกรอบ หรือการตัดสินของผู้ตัดสิน เพราะโอกาสทองมีน้อยกว่าปกติ
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบเข้มข้น จับประเด็นไว และไม่พลาดดราม่าร้อนๆ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM