เปิดศักราชใหม่ด้วยความนิ่ง: ช่วงแรกหนักแต่ผลลัพธ์ทำให้ยิ้มได้
อูร์ส ฟิชเชอร์ เฮดโค้ชชาวสวิสที่เพิ่งเข้ามาคุม ไมนซ์ ได้ไม่นาน กำลังออกสตาร์ตงานใหม่ได้อย่างมีทรง เมื่อเขาพาทีม “ไม่แพ้” ใน 4 เกมแรกที่รับหน้าที่ และกำลังหวังต่อยอดความมั่นคงนี้ต่อไปในศึก บุนเดสลีกา สุดสัปดาห์ที่ต้องออกไปเยือนทีมเก่าของตัวเองอย่าง อูนิโอน เบอร์ลิน
ฟิชเชอร์ยอมรับว่า 2 สัปดาห์แรกของเขาหนักมาก เพราะต้องเล่นถึง 4 นัดใน 11 วัน แทบไม่มีเวลาซ้อมรายละเอียดหรือจูนแทคติกแบบเต็มระบบ เป้าหมายหลักจึงเป็นการ “ทำทีมให้มีความเสถียร” ก่อน และเขามองว่าทีมทำได้ค่อนข้างดี แม้จะวุ่นวาย เครียด และเร่งจังหวะตลอดเวลา แต่ผลการแข่งขันที่ออกมาดีทำให้บรรยากาศโดยรวม “น่าเอ็นจอยขึ้น” ทันที
ไมนซ์ในฐานะ “สโมสรของโค้ช”: ฟิชเชอร์ไม่ขออยู่ใต้เงาอดีต
หลายคนมองว่าไมนซ์คือ “สโมสรของโค้ช” เพราะเคยมีนายใหญ่ชื่อดังผ่านมือมาแล้ว ทั้ง เยอร์เก้น คล็อปป์ และ โธมัส ทูเคิล ซึ่งประสบความสำเร็จและสร้างชื่อระดับโลกต่อไป
แต่ฟิชเชอร์ชัดเจนว่าเขาไม่อยากผูกตัวเองกับอดีต เขามองว่าเรื่องที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ผ่านมา และไม่ได้มีผลกับงานตรงหน้าในตอนนี้ แม้จะยอมรับว่าคล็อปป์เคยทำผลงานยอดเยี่ยมที่นี่ แต่เขาเองเพิ่งเข้ามาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม จึงไม่ใช่คนที่จะตัดสินได้ว่าความสำเร็จของใครในอนาคต “เชื่อม” กับช่วงเวลาในไมนซ์มากแค่ไหน
พูดง่ายๆ เขาเลือกโฟกัสที่ปัจจุบัน และทำให้ทีมเดินด้วยขาของตัวเอง
สไตล์ฟิชเชอร์กับ DNA ของไมนซ์: “กระชับ เป็นระบบ และต้องมีสมดุล”
เมื่อถูกถามถึงดีเอ็นเอของไมนซ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเข้าปะทะแข็งแรง เล่นเป็นบล็อก และทีมเวิร์กแน่น ฟิชเชอร์ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า ฟุตบอลในแบบของเขาคือ “เป็นระบบและกระชับ”
เขาย้ำว่านี่ไม่ใช่ฟุตบอลที่ต้องรับลึกอย่างเดียว หรือบุกลุยอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “การหาสมดุลให้ถูก” ตลอด 90 นาที และสำหรับเขา 2 แกนหลักคือ
- ทีมต้องกระชับและเป็นระเบียบตลอดเกม
- นักเตะต้องเข้าใจบทบาทของตัวเองในระบบ
และข่าวดีคือ เขามองว่าขุมกำลังชุดนี้มีคุณสมบัติหลายอย่างที่เข้ากับแนวทางดังกล่าวอยู่แล้ว นั่นคือเหตุผลที่เขาเลือกย้ำเรื่องความเสถียรก่อน แล้วค่อยเติมรายละเอียดตามลำดับ

แดนหน้าหลังเสียบูร์คาร์ดท์: ได้ทีทซ์มาเพิ่ม “ตัวเลือก” ในกรอบ
ฟิชเชอร์ยอมรับว่า การเสีย โยนาธาน บูร์คาร์ดท์ (Jonathan Burkardt) ซึ่งเป็นดาวยิงคนสำคัญ ส่งผลแน่นอน ไม่ใช่แค่จำนวนประตู แต่รวมถึง “ตัวตนในสนาม” และแรงกดดันที่กองหน้าคนนี้สร้างให้แนวรับคู่แข่งด้วย
อย่างไรก็ตาม ไมนซ์มีการเติมกองหน้าคนใหม่อย่าง ฟิลิป ทีทซ์ (Philip Tietz) อดีตผู้เล่นเอาก์สบวร์กเข้ามา ซึ่งฟิชเชอร์อธิบายว่า ทีทซ์เป็นกองหน้าที่ร่างกายแข็งแกร่ง เล่นในกรอบเขตโทษได้ และรับบอลจากการครอสได้ดีมากกว่าเป็นประเภทที่ต้องถอยลึกมารับบอลเอง
นั่นทำให้ทีมมี “ทางเลือก” ในการเข้าทำมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งรูปแบบเดียวตลอด 90 นาที
คืนถิ่นสตาดิโอน อัน แดร์ อัลเทน เฟอร์สเทอไร: อารมณ์มาแน่ แต่แต้มต้องมาก่อน
เกมเยือนอูนิโอน เบอร์ลินครั้งนี้พิเศษตรงที่ฟิชเชอร์เคยพาทีมนี้ไต่จากบุนเดสลีกา 2 ไปถึงเวทียูฟ่า แชมเปียนส์ลีกในช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จอย่างมากตลอด 5 ปี
แต่เขาย้ำชัดว่า “บทนั้นจบแล้ว” ตอนนี้หน้าที่ปัจจุบันคือช่วยไมนซ์หนีโซนอันตราย และเขาจะทุ่มทุกอย่างตลอด 90 หรือ 95 นาทีเพื่อเอาแต้มกลับบ้านให้ได้
น้ำเสียงแบบนี้บอกชัดว่า ต่อให้มีความทรงจำดีแค่ไหน พอเกมเริ่ม ทุกอย่างต้องถูกพับเก็บไว้ก่อน
บรรยากาศจะเป็นมิตรไหม?
ฟิชเชอร์ตอบแบบไม่ลังเลว่า “ใน 90 นาที? ไม่มีทาง!”
เขายอมรับว่ามีเพื่อนอยู่ที่นั่น และความสัมพันธ์ส่วนตัวยังดี แต่ระหว่างเกมเขาจะวางทุกอย่างไว้ข้างหลัง เพราะนี่คือเรื่องของการอยู่รอดและแต้มสำคัญ
หลังเสียงนกหวีดสุดท้ายค่อยว่ากันอีกที—ถึงตอนนั้นค่อยมีเวลาทักทาย
เกล็ดความรู้
- ช่วงที่โปรแกรมเตะถี่ โค้ชมักเน้น “ความเสถียร” ก่อนรายละเอียด เพราะเวลาซ้อมมีจำกัดและความล้าสะสมเกิดเร็ว
- ระบบการเล่นแบบกระชับช่วยลดช่องว่างระหว่างไลน์ ทำให้ทีมเสียประตูลำบากขึ้น โดยเฉพาะเกมเยือนที่ต้องรับมือแรงกดดัน
- กองหน้าที่เด่นการยืนในกรอบและเล่นลูกครอส จะเพิ่มมิติการเข้าทำเมื่อทีมต้องแก้เกมจากการครองบอลที่ไม่ลื่น
แฟนบอลที่อยากตามทุกความเคลื่อนไหวลูกหนังยุโรปแบบเข้ม ๆ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM