ตั้งเป้าปีใหม่แบบนักเตะอาชีพ: ให้สุดทุกเกมและพัฒนาตัวเองต่อไป

คอนราด ไลเมอร์ มิดฟิลด์พลังงานล้นของ บาเยิร์น มิวนิค เปิดใจถึงเป้าหมายปีใหม่แบบเรียบง่ายแต่โคตรจริงจัง เขาบอกว่าไม่ได้ตั้งปณิธานอะไรหวือหวา แค่อยากใช้ช่วงวันหยุดให้ได้พัก เคลียร์หัวให้โล่ง แล้วกลับมาด้วยมายด์เซ็ตเดิมที่ยึดมาตลอดคือ “ทุ่มให้หมด” พัฒนาตัวเอง และถ้าเป็นไปได้ก็อยากชนะทุกเกมให้ได้

นี่คือโทนคำพูดที่สะท้อนภาพทีมใหญ่ชัดๆ เพราะต่อให้พักก็พักเพื่อกลับมาพร้อมกว่าเดิม ไม่ใช่พักเพื่อผ่อนมาตรฐาน

3 คำที่นิยามฤดูกาลของบาเยิร์น: เข้มข้น สนุก และทะเยอทะยาน

เมื่อถูกถามให้สรุปฤดูกาลในลีกด้วย 3 คำ ไลเมอร์ตอบแบบไม่คิดนานว่า “เข้มข้น สนุก และทะเยอทะยาน” เป็นภาพรวมที่ฟังแล้วเห็นเลยว่าบรรยากาศในทีมกำลังไปในทางเดียวกัน ทุกคนรู้ว่าต้องเอาอะไร และต้องเดินด้วยสปีดแบบไหนในเส้นทางลุ้นความสำเร็จ

ทำไมทีมดูยกระดับจากปีที่แล้ว: ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่คือความเข้าใจกันที่มากขึ้น

ไลเมอร์มองว่าไม่ได้มีอะไร “เปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ” แต่สิ่งที่ต่างคือทีมได้เรียนรู้จากเกมต่างๆ ทั้งซีซั่นก่อนและซีซั่นนี้ แล้วเอามาปรับให้ดีขึ้น จุดสำคัญคือเมื่อทำงานด้วยกันนานขึ้น ทีมจะเข้าใจแพตเทิร์นมากขึ้น รู้ว่าเพื่อนข้างๆ จะขยับยังไง จะยืนตรงไหน จะตัดสินใจแบบไหน ทำให้หลายเกมมันไหลลื่นกว่าเดิม และกลายเป็นความได้เปรียบในระยะยาว

บทบาทของแฮร์รี่ เคน: ไม่ใช่แค่ยิง แต่เป็นผู้นำที่ทำให้ทุกคน “ลดมาตรฐานไม่ได้”

ไลเมอร์พูดถึง แฮร์รี่ เคน แบบชัดถ้อยชัดคำว่า “สุดเหลือเชื่อ” และย้ำว่าเขามีบทบาทใหญ่มากทั้งในและนอกสนาม เพราะนอกจากเป็นผู้เล่นระดับท็อปแล้ว ยังเป็นคาแรกเตอร์ผู้นำที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมเห็นเป็นตัวอย่าง

เขาเล่าว่าพอมีคนแบบนี้อยู่ในทีม คนอื่นจะมองแล้วรู้สึกทันทีว่า “เขามาก่อน เขาทำก่อน เขาซ้อมก่อน เขาใส่เต็มก่อน” มันทำให้ไม่มีใครกล้าทำให้น้อยลง เพราะบรรยากาศมันผลักให้ทุกคนต้องจริงจังไปด้วย

ห้องแต่งตัวตอนนี้เป็นยังไง: ต้องรวมทุกอย่างให้ลงสนาม และยืนหยัดไปด้วยกัน

ไลเมอร์ยอมรับว่าคนชอบพูดเรื่องบรรยากาศในห้องแต่งตัว แต่สุดท้ายสิ่งที่สำคัญคือการ “เอาทุกอย่างไปรวมกันบนสนาม” และตอนนี้ทีมกำลังทำแบบนั้นได้ดี

เขาย้ำว่าทีมต้องทุ่มเต็มที่ในสนามซ้อม เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ และในช่วงเวลายากๆ ต้องสามัคคีกันทั้งคนที่ลงสนาม ตัวสำรอง และคนที่เจ็บ เพราะฤดูกาลยาวๆ ยังไงก็มีช่วงสะดุดอยู่แล้ว และทีมที่ช่วยกันได้คือทีมที่ผ่านอุปสรรคได้จริง

เล่นภายใต้คอมปานี: แผนชัด ถ่ายทอดง่าย และรู้จังหวะ “เขย่า” ทีมให้ตื่น

เมื่อถูกถามว่าอะไรทำให้วินเซนต์ คอมปานีแตกต่าง ไลเมอร์ตอบว่าโค้ชมีแผนการเล่นชัดมาก และสื่อสารได้ดี ทำให้นักเตะเข้าใจว่าต้องเล่นยังไง ที่สำคัญคือคอมปานีรู้ว่าเมื่อไหร่ทีมเริ่มไม่ค่อยตื่น เขาจะกระตุ้นได้ถูกจังหวะ

ไลเมอร์บอกว่ามันสนุกที่ได้เล่นภายใต้โค้ชแบบนี้ เพราะได้เรียนรู้มุมมองเกมฟุตบอลที่ชัดและทันสมัย และมันช่วยให้ทีมยกระดับได้จริง

อายุ 28 แต่ยังรู้สึกเหมือนเด็ก: เคล็ดลับคือดูแลร่างกายให้เป็น

ไลเมอร์พูดถึงตัวเองว่าแม้อายุ 28 แล้ว ผ่านเกมมามาก แต่ยังรู้สึกหนุ่มอยู่ และเชื่อว่ายังมีเวลาอีกหลายปีให้เล่นในระดับสูง

สิ่งที่เขาเน้นที่สุดคือการดูแลร่างกายให้ถูกต้อง เมื่อเล่นบอลมาหลายปีจะรู้ว่าร่างกายตัวเองต้องการอะไร ไม่ควรทำอะไร และต้องบริหารตัวเองอย่างไรในช่วงสัปดาห์ที่เจอเกมหนักๆ เพื่อให้พร้อม 100% ซึ่งตอนนี้เขารู้สึกว่าทุกอย่างกำลังไปได้ดีมาก

รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมออสเตรีย: เป็นแรงยืนยันว่า “ทำมาถูกทาง”

ไลเมอร์มองว่าการได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของออสเตรียเป็นเรื่องดี เพราะมันเป็นหลักฐานว่าการทำงานหนักมีความหมาย และเป็นแรงกระตุ้นให้เดินหน้าต่อ หรือทำให้มากกว่าเดิมอีกนิด

ฟุตบอลโลกคือฝันใหญ่: ออสเตรียกลับไปได้แล้ว และมันมีความหมายกับทั้งประเทศ

ไลเมอร์พูดถึง ฟุตบอลโลก แบบเห็นภาพว่า “พิเศษมาก” เพราะไม่ใช่เรื่องที่เกิดบ่อยสำหรับออสเตรีย เขาบอกว่าตอนนี้คนเริ่มพูดถึงกันแล้วไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน และพอถึงเวลาจริงตอนทีมเดินทางไป ทุกคนคงยิ้มกันแบบห้ามไม่อยู่ เพราะนี่คือสิ่งที่นักฟุตบอลทุกคนฝันอยากเป็นส่วนหนึ่ง

ไอดอลวัยเด็ก: สตีเว่น เจอร์ราร์ด และบทเรียนที่ไม่เคยเปลี่ยน—อย่าหยุดสนุกกับฟุตบอล

ไลเมอร์ยกสตีเว่น เจอร์ราร์ดเป็นไอดอลหลัก แม้จะบอกว่าตอนเด็กมีหลายคนให้ดู แต่ถ้าต้องเลือกหนึ่งชื่อ เขาเลือกเจอร์ราร์ด เพราะตอนเด็กเขามองไปที่ “ประตูสวยๆ” เป็นหลัก ก่อนจะโตขึ้นแล้วเริ่มดูรายละเอียดอื่น เช่น การวิ่ง การตัดสินใจ และการอ่านเกมก่อนจังหวะสำคัญ

เขาสรุปว่าฟุตบอลยิ่งเปลี่ยนยิ่งน่าดู และสิ่งสำคัญไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่คือ “อย่าหยุดสนุก” เพราะความสนุกนี่แหละคือเชื้อไฟที่ทำให้คุณพัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆ

เพลงใหม่ของลุยส์ ดิอาซ: ยังไม่ฟัง แต่ถ้าจะเข้าห้องแต่งตัวต้องโชว์เสียงก่อน

ไลเมอร์พูดถึง ลุยส์ ดิอาซ ที่ปล่อยเพลงใหม่ว่าเขาเพิ่งอ่านข่าว ยังไม่ได้ฟังจริงจัง แต่ขำๆ ว่าเจ้าตัวต้องร้องให้เพื่อนๆ ฟังด้วย

และเมื่อถูกถามว่ามีโอกาสเปิดในห้องแต่งตัวไหม ไลเมอร์ตอบติดตลกว่า “อาจมีศักยภาพ” แต่เขายังไม่เคยได้ยินดิอาซร้องเลย เพราะงั้นต้องมา “ออดิชัน” ให้ผ่านก่อน แล้วค่อยว่ากันว่าจะได้เปิดในห้องแต่งตัวหรือไม่

เกล็ดความรู้

  • ผู้นำในทีมไม่จำเป็นต้องเป็นกัปตันเสมอไป แต่อยู่ที่พฤติกรรมในสนามซ้อมและมาตรฐานที่ตั้งไว้ให้ทีม
  • โค้ชที่มีแผนชัดและสื่อสารง่าย มักทำให้นักเตะปรับตัวได้เร็ว และทีมยกระดับได้ต่อเนื่องในฤดูกาลยาว
  • การดูแลร่างกายเชิงระบบคือหัวใจของนักเตะยุคใหม่ โดยเฉพาะช่วงโปรแกรมถี่ที่ความล้าเป็นตัวแปรสำคัญ

แฟนบอลที่อยากตามทุกประเด็นลูกหนังยุโรปแบบถึงอารมณ์ ทั้งบทสัมภาษณ์เด็ด ข่าววงใน และเรื่องมันส์ๆ นอกสนาม อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM