⚽️ ฮูเนสเจอฤดูกาลสุดหิน: หัวหอกเจ็บ-ขาดหาย แถมเสียตัวหลักตั้งแต่ซัมเมอร์

ฤดูกาลนี้ของ เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท ภายใต้การคุมทีมของ เซบาสเตียน ฮูเนส ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลยแม้แต่นิดเดียว หลังทีมเสีย นิค โวลเทมาเด กองหน้าทีมชาติเยอรมนีไปตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ ทำให้โค้ชวัย 43 ปีต้องแก้โจทย์เกมรุกแบบวันต่อวัน

ยังไม่พอ ช่วงใหญ่ๆ ของฤดูกาล 2025/26 ทีมยังต้องขาดสองกองหน้าตัวหลักไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่แทบจะทำให้เกมรุกสะดุดได้ทุกสัปดาห์ แต่สตุ๊ตการ์ทก็ยังพยายามประคองตัวเองอยู่ในกลุ่มลุ้นพื้นที่ยุโรปได้อย่างน่าชื่นชม

🏥 เจ็บยาวแล้วไง? เดนิซ อุนดาฟ คืนสนามพร้อมยิงต่อทันที

หนึ่งในปัญหาใหญ่ของสตุ๊ตการ์ทช่วงต้นซีซั่นคือการเสีย เดนิซ อุนดาฟ ที่เจ็บเอ็นยึดหัวเข่าจากเกมเจอ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ในนัดที่ 2 จนต้องพักยาวเกินหนึ่งเดือน ก่อนจะกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในเกมบุกชนะ โวล์ฟสบวร์ก 3-0 ช่วงกลางเดือนตุลาคม

การกลับมาของอุนดาฟไม่ใช่แค่เติมจำนวนในแดนหน้า แต่คือการคืน “เครื่องจักรถล่มประตู” ให้ทีม เพราะเขากลับมาพร้อมความมั่นใจและสัญชาตญาณจบสกอร์ที่เฉียบคมเหมือนเดิม

⛑️ เดมิโรวิชก็หายไปอีกคน! เจ็บกระดูกเท้าร้าว พักร่วมสามเดือน

แต่พออุนดาฟเริ่มกลับมาได้ ทีมก็ต้องเจอกับข่าวร้ายอีกรอบ เมื่อ เออร์เมดิน เดมิโรวิช ถูกตัดชื่อจากทีมยาวเกือบสามเดือน หลังเกิดอาการกระดูกเมตาทาร์ซัลในเท้าหัก จากเกมบุกชนะ ไฮเดนไฮม์ แบบหวุดหวิด ในนัดที่ 6

ในสถานการณ์ที่กองหน้าธรรมชาติหายไปแบบนี้ ฮูเนสจำเป็นต้อง “คิดนอกกรอบ” เพื่อให้ทีมยังมีอาวุธในพื้นที่สุดท้าย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของคู่หอกที่แฟนบอลหลายคนไม่คาดคิด

🔥 ไอเดียที่ทำคนอึ้ง: เอาวิงเกอร์อย่าง เจมี่ เลเวลลิง ไปยืนคู่กองหน้า

ก่อนเกมบุกเยือน เลเวอร์คูเซ่น ในนัดที่ 16 ฮูเนสตัดสินใจจับ เจมี่ เลเวลลิง—ที่ปกติเป็นวิงเกอร์—ไปยืนเป็นคู่กองหน้าร่วมกับอุนดาฟ การตัดสินใจนี้ทำให้หลายคน “เลิกคิ้ว” เพราะดูเหมือนเป็นการฝืนธรรมชาติของนักเตะ

แต่สุดท้ายมันกลายเป็นหมากที่ “โคตรคุ้ม” เพราะสตุ๊ตการ์ทบุกไปเก็บชัยแบบประกาศศักดาเหนือคู่แข่งที่ลุ้นยุโรปเหมือนกันอย่างสุดมันส์

💣 ครึ่งแรกโหดจัด! สตุ๊ตการ์ทนำ 4-0 ครั้งแรกตั้งแต่ปี 1982

เกมที่ไบอารีน่ากลายเป็นโชว์ของแนวรุกสตุ๊ตการ์ทแบบเต็มระบบ เลเวลลิงยิงสองประตู โดยเกิดขึ้นทั้งก่อนและหลังจุดโทษของ มักซิมิเลียน มิตเทลชเตดท์ ขณะที่อุนดาฟก็ยิงประตูที่ 9 ในลีกของตัวเองช่วงท้ายครึ่งแรก

ผลคือสตุ๊ตการ์ทขึ้นนำ 4-0 ตอนพักครึ่ง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สโมสรทำได้ในเกมบุนเดสลีกาตั้งแต่ปี 1982 เป็นสถิติที่สะท้อนว่าแท็กติกของฮูเนส “ระเบิดผล” แบบเหนือความคาดหมาย

🎯 ไม่ใช่แค่ยิงเอง—อุนดาฟยังจ่ายให้เลเวลลิงสองครั้งแบบเนียนกริบ

ไฮไลต์ที่ทำให้คู่หอกนี้ถูกพูดถึงไม่หยุดคือ เลเวลลิงได้สองประตูจากการแอสซิสต์ของอุนดาฟทั้งคู่
ลูกแรกนาที 7 อุนดาฟแทงทะลุให้เลเวลลิงหลุดเข้าไปยิงแบบพอดีเป๊ะ ส่วนอีกลูกคือการป้ายให้ยิงไกลนอกกรอบแบบสุดสวย เป็นการประสานงานที่เหมือนซ้อมกันมานาน ทั้งที่จริงคือการปรับบทบาทแบบสดๆ

📈 ฟอร์มพุ่งทั้งคู่: อุนดาฟทาบสถิติเดิม เลเวลลิงทำดับเบิลครั้งแรกในบุนเดสลีกา

สำหรับอุนดาฟ ตอนนี้เขายิงเท่ากับผลงานของฤดูกาลที่แล้วเรียบร้อย ขณะที่เลเวลลิงก็ทำ “ดับเบิล” ครั้งแรกของตัวเองในบุนเดสลีกาได้สำเร็จ ในเกมที่เป็นการลงเล่นให้สตุ๊ตการ์ทครบ 100 นัดทุกรายการพอดี
ยิ่งไปกว่านั้น เลเวลลิงยังทำประตูในลีกฤดูกาลนี้มากกว่าเมื่อซีซั่น 2024/25 ที่เขายิงได้เพียงสองประตูไปแล้วด้วย นี่คือหลักฐานว่าเขาปรับตัวกับบทบาทใหม่ได้แบบ “เหมือนปลาได้ลงน้ำ”

🗣️ อุนดาฟชมเพื่อนร่วมทีม: แข็งแรง เร็ว และรับมือยากเมื่อโฟกัสชัด

อุนดาฟยอมรับว่า เลเวลลิงเหมาะกับการขยับมาเล่นตรงกลางมากกว่าที่หลายคนคิด โดยชี้ว่าเพื่อนร่วมทีมมีทั้งความแข็งแกร่งและความเร็ว และเมื่อมีความชัดเจนในความคิด เขาจะเป็นผู้เล่นที่ประกบได้ยากมาก พร้อมทิ้งมุกแซวว่าเลเวลลิงมีทุกอย่างที่ต้องการ “ยกเว้นเทคนิคแบบเขาเอง”

👏 ฮูเนสยกย่องเลเวลลิง: “เราเห็นอีกด้านของเขาตั้งแต่ซัมเมอร์”

ก่อนเกมเปิดบ้านพบ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ในคืนวันอังคาร ฮูเนสยังออกปากชมเลเวลลิงว่า ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์เขาเห็นพัฒนาการอีกระดับของนักเตะรายนี้
เลเวลลิงปรับจูนหลายอย่าง เพิ่มความสม่ำเสมอจากเดิมที่มีศักยภาพอยู่แล้ว จนพิสูจน์ตัวเองได้ถึงขั้นมีชื่อกับทีมชาติเยอรมนี และตอนนี้ไม่ได้แค่มีความสามารถ แต่มี “ความคงเส้นคงวา” เพิ่มเข้ามา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เล่นแนวรุกต้องมีเพื่อยืนระยะยาว

📊 อุนดาฟไล่ดาวซัลโว! ขึ้นร่วมอันดับสองทั้งที่เจ็บไป 4 จาก 6 นัดแรก

ประตูของอุนดาฟทำให้เขาขึ้นไปรั้งอันดับร่วมที่สองในตารางดาวซัลโวบุนเดสลีกาฤดูกาล 2025/26 เทียบกับชื่อระดับท็อปอย่าง ไมเคิล โอลิเซ่, หลุยส์ ดิอาซ และ ฮาริส ทาบาโควิช
ที่น่าทึ่งคือเขาพลาดลงเล่นไป 4 จาก 6 นัดแรกเพราะอาการบาดเจ็บ แต่ยังยิงขึ้นมาถึงระดับนี้ได้ ฮูเนสย้ำชัดว่าเขาไม่แปลกใจแล้วกับอุนดาฟ และการที่อุนดาฟกลับมาฟอร์มดีเร็วหลังเจ็บคือสิ่งสำคัญมาก เพราะทีมต้องการประตูของเขาอย่างแท้จริง

✅ เดมิโรวิชคัมแบ็ค + ดาวรุ่งรายใหม่มาเพิ่ม: ปวดหัวเลือกตัว แต่เป็นปัญหาที่น่ายิ้ม

ครึ่งหลังของเกมกับเลเวอร์คูเซ่น อเลฮานโดร กรีมัลโด้ยิงจุดโทษให้เจ้าบ้านเป็นเหมือนประตูปลอบใจ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าสำหรับฮูเนสคือ เดมิโรวิชได้ลงเล่นช่วงท้ายเกม ซึ่งเป็นการลงสนามอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่บาดเจ็บในเดือนตุลาคม
การกลับมาของเดมิโรวิช บวกกับการเสริมทัพด้วยกองหน้าดาวรุ่งอย่าง เจเรมี อาเรวาโล ในช่วงหลัง อาจทำให้ฮูเนสเจอ “ปัญหาหนักใจเรื่องการเลือกตัว” ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่เป็นปัญหาที่โค้ชทุกคนอยากมี เพราะมันหมายถึงทีมเริ่มมีตัวเลือกครบมือแล้ว

🏆 ลุ้นท็อปโฟร์เดือด: ตามไลป์ซิก-เลเวอร์คูเซ่นแค่ประตูได้เสีย

สตุ๊ตการ์ทยังเกาะกลุ่มหัวตารางแบบหายใจรดต้นคอ เพราะตามหลัง อาร์บี ไลป์ซิก อันดับสาม และเลเวอร์คูเซ่นอันดับสี่ แค่ “ประตูได้เสีย” เท่านั้น
ขณะที่แฟร้งค์เฟิร์ตก็ตามหลังสตุ๊ตการ์ทอยู่เพียง 3 แต้ม แต่มีสถิติเกมรับแย่อันดับสามของลีก โดยมีแค่โวล์ฟสบวร์กกับไฮเดนไฮม์ที่เสียประตูมากกว่าในซีซั่นนี้ ซึ่งทำให้หลายคนมองว่า อุนดาฟกับเลเวลลิงน่าจะ “น้ำลายไหล” กับโอกาสในเกมถัดไป

🧠 เกล็ดความรู้

  • การจับวิงเกอร์ไปยืนกองหน้า มักใช้เพื่อเพิ่มความเร็วในการวิ่งตัดหลังแนวรับและสร้างพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม
  • สถิติ “นำ 4-0 ตอนพักครึ่ง” เป็นตัวชี้วัดความเฉียบและความต่อเนื่องของเกมรุก เพราะต้องจบสกอร์ได้หลายครั้งในเวลาจำกัด
  • กองหน้าที่เจ็บช่วงต้นซีซั่น แต่ยังขึ้นอันดับดาวซัลโวได้ แปลว่ามีประสิทธิภาพการจบสกอร์สูงมาก
  • เมื่อกองหน้าหลายคนฟิตพร้อมกัน โค้ชมักหมุนเวียนใช้งานตามคู่แข่งและรูปแบบเกม เพื่อคุมความสดในช่วงโปรแกรมถี่

คอบอลเยอรมันและแฟนบอลที่อยากตามข่าวบุนเดสลีกาแบบเข้มข้น วิเคราะห์แน่น และอัปเดตไวทุกประเด็น อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM