😱 ชัยชนะที่ขมขื่น: เปดรีทรุดกลางเกม แม้บาร์ซ่าปิดงาน 4-2
แม้ บาร์เซโลน่า จะได้ชัยชนะที่ทีมต้องการในศึก แชมเปียนส์ลีก คืนวันพุธ แต่เกมกับ สลาเวีย ปราก กลับทิ้งรอยแผลไว้หนักกว่าเดิม เมื่อ เปดรี มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริงอีกครั้ง จนกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค ยืนยันหลังเกมว่าอาจต้องพัก “หลายสัปดาห์” และเป็นสัญญาณที่ไม่สวยเอาเสียเลย
จังหวะเกิดเหตุอยู่ราวชั่วโมงแรกของเกม ตอนบาร์ซ่ากำลังพยายามเร่งสร้างประตูชัย เปดรีล้มลงกับพื้นด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวจากความเจ็บ ก่อนจะจับที่แฮมสตริงขาขวาอย่างชัดเจน เขาค่อยๆ เดินออกจากสนามด้วยตัวเอง แต่ภาพนั้นก็พอจะบอกได้ว่า “ไม่ใช่แค่ตึงนิดๆ แล้วหาย”
สุดท้ายบาร์ซ่ายังหาทางปิดเกมได้ด้วยชัยชนะ 4-2 ทว่าเสียงเฮหลังจบเกมอยู่ได้ไม่นาน เพราะทุกสายตาหันไปจับจ้องที่สถานะความฟิตของเปดรีทันที
🧠 ฟลิคยอมรับตรงๆ: ยังไม่รู้เวลาคืนสนาม แต่ “ไม่ใช่ข่าวดี”
หลังจบเกม ฟลิคให้สัมภาษณ์ด้วยท่าทีที่อ่านออกว่าหนักใจ เขายอมรับว่ายังบอกระยะเวลาพักแน่ชัดไม่ได้ ต้องรอเช็กอาการและประเมินให้ละเอียดในวันถัดไป แต่ข้อความสำคัญคือ “มันไม่ใช่ข่าวดี” และนั่นเพียงพอจะทำให้แฟนบอลคาตาลันเริ่มกังวลกันยกใหญ่

🎯 ตัวแทนที่ช่วยเซฟผลการแข่งขัน: โอลโม่ลงมาแล้วเปลี่ยนเกม
แม้จะเจอข่าวร้ายเรื่องแกนหลักเจ็บ ฟลิคยังกล่าวชื่นชมผลงานของตัวสำรอง โดยเฉพาะ ดานี โอลโม่ ที่ลงมาแทนเปดรีและยิงประตูชัยให้ทีม รวมถึงผู้เล่นสำรองรายอื่นๆ ที่ช่วยยกระดับความเข้มข้นจนทีมเก็บชัยชนะได้ตามเป้า
แต่ถึงจะชมลูกทีมยังไง ความจริงก็หนีไม่พ้นว่า การขาดเปดรีระยะยาวคือฝันร้าย เพราะเป็นนักเตะที่เชื่อมเกมและควบคุมจังหวะได้ในแบบที่หาแทนกันยาก
🩹 แฮมสตริงคือเงาตามตัว: ฤดูกาลนี้เปดรีเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อาการเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริงกลายเป็นปัญหาที่หลอกหลอนเปดรีมาตลอดอาชีพ และฤดูกาลนี้ก็ยังไม่หยุดเล่นงานเขา รายงานระบุว่าแค่ซีซั่นเดียว เปดรีพลาดลงสนามไปแล้ว 7 เกมทั้งกับบาร์เซโลน่าและทีมชาติสเปน จากอาการเจ็บลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นช่วงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งทำให้ต้องพักยาวเกินหนึ่งเดือน
นอกจากนี้เขายังพลาดเกมสุดท้ายของบาร์เซโลน่าในปี 2025 จากภาวะกล้ามเนื้อโอเวอร์โหลดอีกด้วย นั่นทำให้ความน่ากลัวของอาการเจ็บครั้งล่าสุดไม่ใช่แค่ “เจ็บนัดเดียว” แต่เป็นเรื่องต่อเนื่องที่เริ่มกระทบต่อแผนระยะยาวของทีม
📅 นัดสำคัญปลายเดือนมกราคม: ส่อชวดเกมปิดลีกเฟส
ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เปดรีแทบจะถูกมองว่า “เกือบแน่นอน” ที่จะพลาดเกมสุดท้ายของรอบลีกเฟสแชมเปียนส์ลีกในวันที่ 28 มกราคม และในรายงานยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า คู่หูกลางของเขาอาจพลาดเกมสำคัญกับโคเปนเฮเกนเช่นกัน ยิ่งทำให้ปัญหากลางสนามของบาร์ซ่าดูหนักขึ้นไปอีก
🚫 เดอ ยองโดนแบน: ข่าวร้ายซ้ำสองก่อนเกมตัดสิน
ไม่ใช่แค่เปดรีที่มีแนวโน้มไปอยู่ในห้องทรีตเมนต์ เพราะ เฟรงกี้ เดอ ยอง ก็จะพลาดเกมปิดรอบลีกเฟสเช่นกัน หลังโดนใบเหลืองช่วงท้ายเกมกับสลาเวีย ปราก ส่งผลให้ติดโทษพักแข้ง 1 นัดจากการสะสมใบเหลือง
รายงานชี้ว่าเดอ ยองเล่นครึ่งหลังได้โดดเด่นมาก แต่การเข้าปะทะที่ไม่จำเป็นกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ฟลิคต้องปวดหัวทันที เพราะเกมต่อไปบาร์เซโลน่าต้องเจอ คลับ บรูช โดยมีเงื่อนไขว่าจำเป็นต้องชนะ “แบบขาดลอย” เพื่อหวังจบในกลุ่มท็อป 8 และการไม่มีคู่มิดฟิลด์ตัวจริงที่ฟลิคชอบใช้ ยิ่งทำให้ภารกิจหนักขึ้นหลายเท่า
🧩 แผงกลางจำเป็น: ฟลิคต้องจับคู่ใหม่แบบเร่งด่วน
เมื่อคู่กลางตัวหลักไม่พร้อม ฟลิคถูกบีบให้ต้องจัดมิดฟิลด์แบบเฉพาะกิจ โดยคู่ที่ถูกมองว่าเป็นไปได้มากสุดคือ เอริก การ์เซีย กับ มาร์ก เบร์นัล ขณะที่มาร์ก กาซาโดก็เป็นอีกตัวเลือกสำหรับการออกสตาร์ต
อีกทางเลือกคือการขยับโอลโม่ลงมาเล่นลึกมากขึ้น แล้วให้เฟร์มิน โลเปซไปยืนเป็นหมายเลข 10 เพื่อเติมเกมรุกแทน ซึ่งทั้งหมดสะท้อนชัดว่า บาร์ซ่ากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ “ต้องแก้โจทย์เฉพาะหน้า” มากกว่าการเลือกแผนที่ดีที่สุด

✅ สรุป
บาร์เซโลน่าเก็บชัยชนะ 4-2 เหนือสลาเวีย ปรากได้ตามเป้า แต่ต้องแลกด้วยการเจ็บซ้ำของเปดรีที่ฟลิคยืนยันว่าอาจต้องพักหลายสัปดาห์ และยังไม่ใช่ข่าวดี ขณะเดียวกันเฟรงกี้ เดอ ยองก็ติดโทษแบนจากใบเหลืองสะสม ทำให้เกมปิดรอบลีกเฟสวันที่ 28 มกราคมที่ต้องเจอคลับ บรูช—และต้องชนะขาดเพื่อหวังจบท็อป 8—กลายเป็นงานหินขึ้นไปอีก เพราะทีมอาจไร้คู่มิดฟิลด์ที่ฟลิคใช้งานเป็นแกนหลัก
📌 เกล็ดความรู้
- อาการเจ็บแฮมสตริงมักกลับมาได้ง่าย หากนักเตะต้องเร่งคืนสนามหรือเจอโปรแกรมถี่ต่อเนื่อง
- ใบเหลืองสะสมในแชมเปียนส์ลีกมีผลโดยตรงต่อการวางแผนเกมถัดไป เพราะการติดโทษแบน 1 นัดอาจกระทบทั้งระบบ
- เกมที่ต้อง “ชนะขาด” ไม่ได้วัดแค่แท็กติกเกมรุก แต่รวมถึงสภาพจิตใจและความนิ่งในการปิดสกอร์ด้วย
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล…อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM