⚔️ ภารกิจล่าแชมป์ยุโรปเริ่มเข้ม: บาร์ซ่าหนีเพลย์ออฟได้อีกปี

เส้นทางล่าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 6 ของบาร์เซโลน่ากำลังเดินเข้าสู่ช่วงที่ “พลาดไม่ได้” หลังทีมของฮันซี่ ฟลิคเก็บแต้มช่วงท้ายได้ตามเป้า จนหลีกเลี่ยงการต้องไปเล่นรอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์ที่เสี่ยงและกินพลังแบบสุดๆ

ในฤดูกาล 2025/26 ช่วงต้นบาร์ซ่ามีสะดุดจนแทบทำให้ตัวเองลำบาก เพราะมีทั้งความพ่ายแพ้และผลเสมอที่ไม่ควรเกิด แต่สุดท้ายพวกเขากลับมาปิดงานได้ตรงเวลา ด้วยการชนะโคเปนเฮเกนในนัดสุดท้าย 4-1 ที่คัมป์ นู จนกระโดดขึ้นไปรั้งอันดับ 5 ในตารางรอบลีกเฟส และคว้าตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมแบบอัตโนมัติ

📉 ความพลาดช่วงต้นที่ทำให้ต้องลุ้น: แพ้-เสมอจนหล่นนอกท็อป 8

ย้อนภาพก่อนถึงเกมตัดสิน บาร์เซโลน่าเคยอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง เพราะด้วยผลงานที่มีทั้งแพ้ให้กับปารีส แซงต์-แชร์กแมง และเชลซี รวมถึงเสมอกับคลับ บรูชแบบน่าผิดหวัง ทำให้หลังผ่าน 7 เกม ทีมอยู่ “นอกท็อป 8” และไม่มีพื้นที่ให้พลาดอีก

เกมสุดท้ายจึงเหมือนการสอบไฟนัดใหญ่ หากพลาดขึ้นมา การต้องไปเล่นเพลย์ออฟเพิ่มอีกสองเกมอาจทำให้ปฏิทินแตก ทั้งเรื่องสภาพนักเตะและความต่อเนื่องในรายการอื่น

✅ ปิดบัญชี 3 เกมท้ายแบบไร้ทางถอย: ต้องชนะเท่านั้น

การเข้ารอบครั้งนี้ไม่ได้มาเพราะโชค แต่เป็นผลจากการ “ชนะสามเกมสุดท้าย” ที่ทีมรู้ว่าต้องเก็บให้ได้ทั้งหมดเพื่อแซงขึ้นท็อป 8 ในสัปดาห์สุดท้าย ซึ่งบาร์ซ่าทำได้ด้วยการชนะไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต, สลาเวีย ปราก และปิดท้ายด้วยโคเปนเฮเกน

จุดนี้สำคัญมาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเมื่อแรงกดดันสูงที่สุด ทีมยังสามารถกดมาตรฐานกลับมาได้ และนี่คือคุณสมบัติของทีมที่อยากไปไกลในรายการระดับนี้

🎯 รอบ 16 ทีม บาร์ซ่าจะเจอใครได้บ้าง: 4 ทีมจากอันดับ 11, 12, 21, 22

ตามรูปแบบการแข่งขัน หลังจบแมตช์เดย์ 8 บาร์เซโลน่าจะต้องเจอหนึ่งในทีมที่จบรอบลีกเฟสในอันดับ 11, 12, 21 หรือ 22 โดยตัวตนของคู่แข่งจะถูกกำหนดอีกทีหลังรอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์

🟥 1) ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (อันดับ 11)

ถ้าจับมาเจอ PSG นี่คือคู่ที่ “แรงตั้งแต่ชื่อ” เพราะเป็นแชมป์เก่ายุโรปและเป็นคู่ที่มีประวัติขับเคี่ยวกันยาวๆ ความเข้มข้นรับประกันตั้งแต่นัดแรก และจะเป็นบททดสอบว่าแนวรับบาร์ซ่าจะรับมือจังหวะสวนกลับและเกมรุกที่เร็วจัดได้แค่ไหน

⚫ 2) นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (อันดับ 12)

บาร์ซ่าอาจได้รีแมตช์กับนิวคาสเซิลอีกครั้ง เพราะเคยเจอกันมาแล้วในรอบลีกเฟสและบาร์ซ่าเป็นฝ่ายชนะ โดยเกมนั้นมาร์คัส แรชฟอร์ดยิงสองประตูตั้งแต่เดือนกันยายน ซึ่งถ้าต้องมาเจอกันอีก บรรยากาศจะต่างออกไปทันที เพราะนี่คือเกมน็อกเอาต์ที่ความผิดพลาดมีราคาแพงกว่าหลายเท่า

🟠 3) โมนาโก (อันดับ 21)

อีกตัวเลือกที่น่าจับตาคือโมนาโก ทีมที่เคยเป็น “ตัวทำแสบ” เพราะเป็นทีมเดียวที่ทำให้บาร์ซ่าแพ้ในรอบลีกเฟสฤดูกาล 2024/25 หากจับมาเจอกันอีกครั้ง จะเป็นเกมล้างตาที่ชัดเจน และยังมีมิติพิเศษจากชื่อของอันซู ฟาติ อดีตวันเดอร์คิดบาร์ซ่าที่อาจได้กลับมาเจอทีมเก่าในบรรยากาศอารมณ์ล้วนๆ

🟦 4) คาราบัค (อันดับ 22)

คาราบัคจากอาเซอร์ไบจานถูกมองว่าเป็นทีมที่เล่นได้ “แข็ง” กว่าที่หลายคนคิด เพราะก่อนจบรอบลีกเฟสพวกเขาชนะถึง 3 จาก 7 เกมแรก แม้แมตช์เดย์ 8 จะโดนลิเวอร์พูลถล่มก็ตาม หากบาร์ซ่าจับมาเจอ จะเป็นเกมที่ห้ามประมาท เพราะเกมเยือนในรอบน็อกเอาต์มักมีกับดักเสมอ

🗓️ วันจับสลากและกำหนดแข่งรอบ 16 ทีม

ข่าวดีของบาร์ซ่าคือการไม่ต้องเล่นเพลย์ออฟ ทำให้ทีมได้พักจากเกมยุโรปและไปโฟกัสรายการอื่นในช่วงโปรแกรมแน่น ทั้งลาลีกาและโกปา เดล เรย์ที่เร่งความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

📌 วันจับสลาก

การจับสลากรอบ 16 ทีมจะมีขึ้นวันที่ 27 กุมภาพันธ์ หลังจบรอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์

🏟️ โปรแกรมเตะรอบ 16 ทีม

บาร์เซโลน่าจะเริ่มด้วยเกมเลกแรก “ออกไปเยือน” ในวันที่ 10–11 มีนาคม ก่อนกลับมาเล่นเลกสองที่คัมป์ นู ในวันที่ 17–18 มีนาคม

✅ สรุป

บาร์เซโลน่าปิดรอบลีกเฟสด้วยการชนะโคเปนเฮเกน 4-1 จนขยับขึ้นอันดับ 5 และเข้ารอบ 16 ทีมแบบอัตโนมัติอีกปี แม้ระหว่างทางจะมีสะดุดจากความพ่ายแพ้และผลเสมอที่ทำให้ต้องลุ้นหนัก โดยคู่แข่งที่เป็นไปได้ในรอบ 16 ทีมคือ PSG, นิวคาสเซิล, โมนาโก หรือคาราบัค ซึ่งจะรู้ผลหลังจับสลากวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ก่อนลงเตะเลกแรก 10–11 มีนาคม และเลกสอง 17–18 มีนาคม

📌 เกล็ดความรู้

  • รอบลีกเฟส “ท็อป 8” มีความหมายมาก เพราะหลีกเลี่ยงการเล่นเพลย์ออฟเพิ่ม 2 เกมและลดความเสี่ยงบาดเจ็บ
  • เกมน็อกเอาต์วัดกันที่รายละเอียดเล็กๆ โดยเฉพาะเกมเยือนเลกแรกที่มักกำหนดทิศทางของทั้งคู่
  • การชนะ 3 เกมท้ายแบบกดดันสูง เป็นตัวชี้วัดสภาพจิตใจของทีมที่ลุ้นแชมป์ได้ดีที่สุด

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล…อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM