🔥ภาพรวมข่าวใหญ่: ไทยลีกยืนบนเวทีโลกแบบมีน้ำหนัก
สัญญาณความเปลี่ยนแปลงของฟุตบอลไทยชัดขึ้นเรื่อยๆ และครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกของแฟนบอล แต่เป็นตัวเลขที่ “ประกาศออกมาจากองค์กรระดับนานาชาติ” แบบเต็มปากเต็มคำ เมื่อ IFFHS หรือ สหพันธ์ประวัติศาสตร์และสถิติฟุตบอลนานาชาติ ประกาศผล จัดอันดับลีกฟุตบอลโลก ประจำปี 2025 อย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่า ไทยลีก ขยับขึ้นสู่อันดับ อันดับ 47 ของโลก และยืนระยะเป็น ท็อป 5 เอเชีย ได้สำเร็จ
นี่คือภาพสะท้อนว่า “ลีกไทยไม่ได้โตแบบฉาบฉวย” แต่กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในสายตาของเวทีสากล และที่สำคัญ…มันคือแรงผลักทางภาพลักษณ์ที่ส่งผลต่อทั้งสโมสร นักเตะ และความน่าสนใจของลีกในระยะยาว
⚡ประกาศอย่างเป็นทางการ: IFFHS จัดอันดับปี 2025 ไทยลีกขยับขึ้นจริง
การจัดอันดับครั้งนี้ IFFHS ระบุว่า ฟุตบอลลีกไทยถูกยกระดับขึ้นมาอยู่ลำดับ 47 ของโลก และอยู่ในอันดับ 5 ของทวีปเอเชีย ซึ่งหมายความว่าไทยลีกไม่ได้แค่ “ไต่ขึ้น” แต่ไต่แบบมีหลักฐานรองรับจากระบบประเมินที่ถูกพูดถึงในวงการฟุตบอลทั่วโลก
และเมื่อมองภาพรวม การได้อันดับระดับนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันทำให้ชื่อของไทยลีกถูกวางอยู่ในแผนที่เดียวกับลีกที่มีความเป็นมืออาชีพสูงกว่าเดิม และถูกจับตามองมากขึ้นทั้งในเชิงการแข่งขันและเชิงธุรกิจ
📈คะแนนรวม 361.5 และการกระโดดอันดับจากปี 2024
สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้ “คม” คือรายละเอียดเชิงตัวเลข เพราะ IFFHS ระบุว่าไทยลีกได้คะแนนรวม คะแนนรวม 361.5 คะแนน ในการประเมินปี 2025
ย้อนกลับไปปี 2024 ไทยลีกเคยอยู่ที่อันดับ 55 ของโลก ก่อนจะยกระดับขึ้นมาเป็นอันดับ 47 ในการจัดอันดับล่าสุด นี่ไม่ใช่การขยับแบบหนึ่งหรือสองขั้น แต่เป็นการไต่ระดับที่สะท้อนความสม่ำเสมอของการพัฒนา—ทั้งในด้านมาตรฐานการแข่งขัน และการยืนระยะในเวทีนานาชาติที่มีผลต่อภาพรวมลีกโดยตรง
🌏เทียบชั้นเอเชีย: ไทยลีกเป็นรองแค่ 4 ชาติเท่านั้น
ถ้าพูดให้เห็นภาพแบบนักข่าวกีฬา—นี่คือการ “ยืนแถวหน้า” ของทวีปเอเชียอย่างเป็นทางการ เพราะในระดับเอเชีย ไทยลีกเป็นรองเพียง 4 ลีกเท่านั้น ได้แก่
- ซาอุดีอาระเบีย (อันดับ 13 ของโลก)
- ญี่ปุ่น (20)
- เกาหลีใต้ (38)
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี (42)

และเมื่อไทยลีกตามหลังแค่กลุ่มลีกชั้นนำเหล่านี้ ก็เท่ากับว่าประเทศไทยถูกล็อกตำแหน่งอยู่ในกลุ่ม 5 ลีกหัวแถวของเอเชียแบบเต็มตัว ซึ่งมีผลทั้งต่อความน่าเชื่อถือในสายตาต่างชาติ และมาตรฐานการแข่งขันที่ถูกจับตามองมากขึ้นกว่าเดิม
🏟️ภาพสะท้อนอีกมุม: ไทยลีกโตต่อเนื่องจากค่าสัมประสิทธิ์ AFC
นอกจากอันดับของ IFFHS แล้ว ความแข็งแรงของลีกไทยยังสะท้อนผ่านการจัดอันดับค่าสัมประสิทธิ์ของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย โดยรายงานชี้ว่าไทยลีกปัจจุบันรั้งอันดับ 3 ของเอเชียตะวันออก จากการประเมินของ ค่าสัมประสิทธิ์ AFC
ประโยคนี้แปลเป็นภาษาฟุตบอลได้ตรงๆ ว่า “ไทยได้สิทธิ์และพื้นที่บนเวทีเอเชียมากขึ้น” เพราะค่าสัมประสิทธิ์ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยๆ แต่มันส่งผลต่อโควตาทีมที่ได้ไปเล่นรายการใหญ่ระดับทวีปโดยตรง
🏆ผลลัพธ์ที่จับต้องได้: โควตาลุย ACL ฤดูกาล 2026/27 แบบ 2+1+1 ทีม
จุดที่แฟนบอลควรโฟกัสที่สุดคือผลที่ต่อยอดไปถึงการแข่งขันจริง เพราะอันดับและค่าสัมประสิทธิ์ที่ดีขึ้น ทำให้ประเทศไทยได้รับสิทธิ์ส่งสโมสรเข้าร่วมรายการระดับทวีปอย่าง เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2026/27 รวมทั้งสิ้น 2+1+1 ทีม
นี่คือสิ่งที่ “เปลี่ยนเกม” ของสโมสรไทยทันที เพราะจำนวนทีมที่ได้ไปลุยถ้วยเอเชียมากขึ้น หมายถึงโอกาสเจอทีมระดับสูง ประสบการณ์ที่เข้มข้นกว่าเดิม และพื้นที่โชว์ศักยภาพของฟุตบอลไทยในสายตาทั้งเอเชียแบบเป็นรูปธรรม
🧠สรุป: อันดับ 47 ไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นจุดยืนยันว่าไทยลีกมาถูกทาง
การที่ไทยลีกขยับขึ้นสู่อันดับ 47 ของโลก และยืนท็อป 5 ของเอเชีย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่เรื่องที่ควรมองผ่านแบบ “ข่าวสวยหรู” เพราะมันเป็นหลักฐานว่าฟุตบอลไทยกำลังยกระดับตัวเองอย่างต่อเนื่องในกรอบการประเมินระดับนานาชาติ
และเมื่อผลลัพธ์ไปเชื่อมต่อกับค่าสัมประสิทธิ์ AFC จนทำให้ไทยได้โควตาลุยเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกเพิ่มขึ้น นี่คือภาพใหญ่ที่ชัดเจนว่า “ลีกโต—สโมสรได้ประโยชน์—ประเทศได้ภาพลักษณ์” ครบวงจร
📌เกล็ดความรู้
- IFFHS เป็นองค์กรที่รวบรวมข้อมูลและสถิติฟุตบอลในหลายมิติ เพื่อนำมาจัดอันดับและประเมินความแข็งแรงของลีกทั่วโลก
- อันดับลีกที่ดีขึ้นช่วยเพิ่มความน่าสนใจของลีกในสายตาต่างชาติ ทั้งด้านความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์การแข่งขัน
- ค่าสัมประสิทธิ์ของ AFC ส่งผลโดยตรงต่อจำนวนทีมที่ได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลถ้วยเอเชียในฤดูกาลถัดๆ ไป
- โควตา 2+1+1 หมายถึงจำนวนทีมที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมในรอบต่างๆ ตามเกณฑ์การแข่งขันระดับทวีป
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบเน้นๆ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM