🔥เส้นทางล่าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 16 ไม่ได้โรยกลีบกุหลาบ

ชื่อชั้นของ เรอัล มาดริด ในรายการ แชมเปี้ยนส์ ลีก มักทำให้หลายคนเผลอคิดว่า “เดี๋ยวก็ผ่าน” แต่รอบเพลย์ออฟรอบนี้บอกเลยว่าไม่ใช่งานสบาย เพราะคู่แข่งที่ยืนขวางหน้าอยู่คือ เบนฟิก้า ทีมที่เพิ่งโชว์ให้เห็นมาแล้วว่ามีอาวุธครบ และที่สำคัญคือมี “คู่มือเจาะมาดริด” อยู่ในมือแบบสดๆ ร้อนๆ

⚔️จากโซนปลอดภัยสู่เพลย์ออฟ เพราะพ่าย 4-2 ที่เอสตาดิโอ ดา ลุซ

ก่อนถึงแมตช์เดย์ 8 เรอัล มาดริด เคยนั่งสบายอยู่ที่อันดับ 3 ของลีกเฟส ขอแค่ชนะเพื่อเข้ารอบ 16 ทีมแบบอัตโนมัติ หรืออย่างน้อย “เสมอ” ก็ยังมีโอกาสจบท็อป 8 ได้จากผลต่างประตูที่ดูแข็งแรง

แต่เกมที่สนามเอสตาดิโอ ดา ลุซ กลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อทีมของ อัลบาโร่ อาร์เบลัว โดนเจ้าถิ่นของ โชเซ่ มูรินโญ่ สอนเชิงแบบชัดๆ ก่อนแพ้ 4-2 ร่วงไปอันดับ 9 จนต้องเปิดฉากรอบน็อกเอาต์ใน เพลย์ออฟ แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

🧠เบนฟิก้ามี “บลูพรินต์” ในการเล่นงานมาดริดอยู่แล้ว

ก่อนเกมคืนวันพุธ หลายคนยังมองว่า เรอัล มาดริด เป็นต่อสบาย เพราะ เบนฟิก้า แพ้มา 5 เกมในลีกเฟส และยิงได้แค่ 6 ประตู

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในลิสบอนคือหลักฐานตรงหน้า เบนฟิก้ายิงถึง 4 ลูก ทั้งที่ครองบอลแค่ 33% แต่กลับสร้างโอกาสยิงได้ 22 ครั้ง และยังทำให้เกมรุกตัวตึงของมาดริดอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์, จู๊ด เบลลิงแฮม และ ฟรังโก้ มาสตันตูโอโน่ เงียบกริบ

แม้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ จะกดสองประตูได้ แต่ภาพรวมคือเบนฟิก้า “เอาอยู่” และรู้วิธีบีบพื้นที่ รอจังหวะทรานซิชัน และลงโทษทันทีที่มาดริดเสียทรง

🚑ตัวเจ็บ-ตัวแบนทำเรื่องยากกว่าเดิม เกมรับมาดริดเสี่ยงโดนซ้ำรอย

ความน่ากังวลคือรอบเพลย์ออฟเตะห่างจากลีกเฟสแค่ราว 2 สัปดาห์ และมาดริดไม่น่าจะได้แนวรับเจ็บอย่าง อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เอแดร์ มิลิเตา และ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ฟิตเต็มร้อยทันเวลา

ยังไม่พอ ทีมยังต้องขาด ราอูล อาเซนซิโอ ที่ติดโทษแบน ทำให้แนวรับยิ่งเปราะลงไปอีก ขณะที่แนวรุกก็ไม่ได้ครบมือ เพราะ โรดรีโก้ โดนแบนจากใบแดงช่วงทดเจ็บในเกมก่อนหน้า

ในสภาพนี้ ผู้เล่นอย่าง อันเดรียส เชลเดอรุป และ วานเจลิส พาฟลิดิส ย่อมรู้สึกว่า “มีช่องให้กัด” โดยเฉพาะถ้ามาดริดออกสตาร์ตเกมแบบเนือยๆ จ่ายบอลขวางสนามเยอะ และเปิดพื้นที่ให้สวนกลับเหมือนนัดที่โดน 4 ลูก

🧨ผ่านเบนฟิก้าได้ก็ยังไม่จบ เพราะเส้นทางต่อไปเต็มไปด้วยหน้าเดิมที่โหดกว่า

ต่อให้ เรอัล มาดริด เอาตัวรอดจาก เบนฟิก้า ได้ นั่นเป็นแค่ “ด่านแรก” เพราะเส้นทางสู่รอบลึกมีโอกาสต้องชนกับทีมที่คุ้นหน้าและเจ็บจริงมาแล้วหลายครั้ง

🎯รอบ 16 ทีม คู่แข่งที่อาจเจอ

  • สปอร์ติ้ง ซีพี
  • แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แน่นอนว่ามาดริดอยากเลี่ยง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากที่สุด เพราะเคยเจอกันในลีกเฟสแล้วและซิตี้ชนะ 2-1 แถมตอนนี้ยังเสริมเพิ่มด้วย อองตวน เซเมนโย่ และ มาร์ค เกอี อีกต่างหาก

อีกด้าน ซิตี้เองก็มีแรงแค้นจากฤดูกาลก่อนที่ถูกมาดริดเขี่ยตกรอบในรอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์ จึงมีเหตุผลเต็มถังที่จะ “เอาคืน” ให้ได้

🧱รอบก่อนรองชนะเลิศ คู่แข่งที่อาจเจอ

  • อาร์เซนอล
  • บาเยิร์น มิวนิค
  • โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
  • อตาลันต้า

ถ้าทะลุถึงรอบนี้ ความโหดจะยิ่งชัด โดยเฉพาะ อาร์เซนอล ที่จบลีกเฟสแบบไม่หล่นแต้ม และ บาเยิร์น มิวนิค ที่มีสถิติแพ้รวมทุกรายการแค่ 2 เกมในซีซันนี้ตามบทความต้นฉบับ ระดับนี้มาดริดอาจต้องอยู่ในสถานะ “เป็นรอง” ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่ค่อยคุ้นในถ้วยโปรดของตัวเอง

🚀รอบรองชนะเลิศ รายชื่อที่อาจรออยู่

ตัวเลือกมีเพียบ ตั้งแต่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, โมนาโก, บาร์เซโลนา, เชลซี, กาลาตาซาราย, ยูเวนตุส, ลิเวอร์พูล และ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

แต่ชื่อที่ “อันตรายสุด” ตามเนื้อหา คือ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในฐานะแชมป์ยุโรป และ บาร์เซโลนา คู่แค้นที่กำลังมั่นใจจากแชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ อีกทั้ง PSG เคยถล่มมาดริด 4-0 ในรอบรองสโมสรโลกตามที่บทความกล่าวไว้ด้วย

และอย่าลืมว่า ลิเวอร์พูล เคยชนะมาดริดมาแล้วในฤดูกาล 2025/26 ตามต้นฉบับ เช่นเดียวกับ เชลซี ที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามหนัก หากมาดริดยังแก้โจทย์การเจอทีมอังกฤษไม่ตก

✅สรุป

สรุปให้ชัดแบบไม่อ้อมค้อม จับสลากเพลย์ออฟของ เรอัล มาดริด ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด เพราะ เบนฟิก้า กำลังมั่นใจจากชัยชนะ 4-2 มีแผนเจาะที่พิสูจน์แล้ว แถมมาดริดยังเจอปัญหาตัวเจ็บ-ตัวแบนทั้งหน้าและหลัง และต่อให้ผ่านไปได้ เส้นทางรอบต่อๆ ไปก็อัดแน่นด้วยทีมระดับหัวแถวที่พร้อมเขี่ย “ราชัน” ตกรอบได้ทุกเมื่อ หากเล่นหลวม เล่นช้า หรือหลุดวินัยเหมือนนัดก่อน

📌เกล็ดความรู้

  • รอบเพลย์ออฟคือด่านที่พลาดไม่ได้ เพราะหลุดหนึ่งเกมอาจทำให้ทั้งฤดูกาลยุโรปพังทันที
  • เกมที่ครองบอลน้อยแต่ยิงเยอะ มักมาจากการเล่นทรานซิชันและการเข้าทำที่เฉียบคม
  • ปัญหาตัวเจ็บแนวรับส่งผลมากในน็อกเอาต์ เพราะความผิดพลาดเล็กๆ มักกลายเป็นประตู
  • ทีมที่เพิ่งเอาชนะคู่แข่งแบบเห็นภาพชัด จะได้ความมั่นใจและรู้ “จุดอ่อน” สำหรับการรีแมตช์
  • เส้นทาง UCL ช่วงหลังมักโหดต่อเนื่อง ด่านหนึ่งผ่านได้ แต่อีกด่านอาจหนักกว่าเดิมทันที

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล…อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM