🔥ดีลเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง: ฮิลเยมาร์คเหยียบแผ่นดินอิตาลี เตรียมคุยปิดงานกับปิซ่า
ความเคลื่อนไหวบนเก้าอี้กุนซือของ ปิซ่า เดินหน้าแบบชัดเจน เมื่อ ออสการ์ ฮิลเยมาร์ค เดินทางมาถึงอิตาลีแล้ว โดยรายงานระบุว่าเจ้าตัวลงจอดที่สนามบินเมืองโบโลญญา และเตรียมเดินทางต่อไปยังเมืองปิซ่าด้วยรถยนต์ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอน “เจรจาขั้นสุดท้าย” หลังสโมสรตัดสินใจปลด อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ ออกจากตำแหน่ง
ภาพจาก Sky Sport Italia ที่จับภาพได้ตรงสนามบิน ยิ่งทำให้เรื่องนี้ชัดว่าไม่ใช่ข่าวลือเล่นๆ แต่เป็นการขยับจริงที่กำลังจะปิดดีลให้จบแบบเป็นทางการ
🧨ทำไมปิซ่าต้องปลดกิลาร์ดิโน่: 1 ชนะทั้งซีซัน แพ้เยอะ เสมอหนักจนทีมไม่ไปไหน
การเปลี่ยนกุนซือครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอารมณ์ แต่เกิดจาก “ผลลัพธ์” ที่หนักเกินจะลากต่อ โดยรายงานระบุว่ากิลาร์ดิโน่ถูกปลดหลังพาทีมเก็บชัยชนะในเซเรียอาได้เพียง 1 เกมตลอดฤดูกาล ขณะที่เสมอถึง 11 นัด และแพ้ 11 นัด
ตัวเลขแบบนี้แปลได้ชัดว่า ทีมติดหล่ม เสมอเยอะจนไม่ขยับ แพ้เยอะจนเสียทรง และเมื่อสถานการณ์ไปถึงจุดที่ต้องเลือก ปิจ่าก็เลือก “เปลี่ยนเพื่อเริ่มใหม่” และหาคนที่มีแนวคิดสดกว่า เข้มกว่า และพาทีมเดินหน้าให้ได้จริง
.@PisaSC, Hiljemark è atterrato a Bologna pic.twitter.com/8uufRaxrfL
— Gianluca Di Marzio (@DiMarzio) February 2, 2026
🧠ปิซ่าเลือกฮิลเยมาร์คเป็น “ตัวแทนยุคใหม่”: อายุ 33 แต่โปรไฟล์ไม่เด็ก
ฮิลเยมาร์ควัย 33 ปีถูกระบุว่าเป็นตัวเลือกหลักตั้งแต่แรก หลังปิซ่าตัดสินใจแยกทางกับกิลาร์ดิโน่ เพราะสโมสรเชื่อว่าเขาเหมาะจะเป็นคนพาทีมเข้าสู่ “ยุคใหม่”
แม้จะอายุยังน้อยเมื่อเทียบกับกุนซือหลายคนในยุโรป แต่ข้อได้เปรียบของโค้ชเจเนอเรชันนี้คือความเข้าใจฟุตบอลสมัยใหม่ ความกล้าที่จะวางระบบ และความเข้มข้นด้านแท็กติก—ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมที่กำลังดิ้นรนต้องการมากที่สุด
✍️เงื่อนไขก่อนรับงาน: ต้องยกเลิกสัญญากับเอลฟ์สบอร์กให้เรียบร้อย
ก่อนจะก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้ปิซ่า ฮิลเยมาร์คต้องจัดการเรื่องสำคัญให้จบก่อน นั่นคือการยกเลิกสัญญากับ เอลฟ์สบอร์ก ด้วยความยินยอมร่วมกัน เพราะเขารับงานกับสโมสรดังกล่าวตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 และมีสัญญายาวถึงธันวาคม 2027
นี่คือขั้นตอนที่ต้องเคลียร์ให้ชัด เพราะฟุตบอลอาชีพวัดกันที่เอกสารและรายละเอียด และปิซ่าต้องการให้ทุกอย่างถูกต้องก่อนประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

🧭เส้นทางโค้ช: ผ่านอัลบอร์กมาก่อน แล้วไปคุมเอลฟ์สบอร์กต่อ
ก่อนมาถึงจุดนี้ ฮิลเยมาร์คมีประสบการณ์บนม้านั่งแบบค่อยเป็นค่อยไป เขาเคยมีช่วงเวลาสั้นๆ ในการคุม อัลบอร์ก บีเค จากนั้นจึงไปรับงานกับเอลฟ์สบอร์ก และเริ่มสร้างชื่อในเส้นทางกุนซือ
หลังแขวนสตั๊ดในปี 2021 ที่อัลบอร์ก เขาเข้าสู่วงการโค้ชทันทีในบทบาทผู้ช่วย ก่อนจะได้ก้าวขึ้นคุมทีมในเดือนมีนาคม 2023 ซึ่งสะท้อนว่าเขาไม่ได้หายไปไหน แต่ทำงานต่อเนื่องและเรียนรู้ระบบโค้ชอย่างจริงจัง
🇮🇹จุดแข็งที่สำคัญ: ไม่ใช่คนแปลกหน้าในอิตาลี เพราะเคยเล่นเซเรียอามาแล้ว
อีกเหตุผลที่ทำให้ปิซ่ามองฮิลเยมาร์คเป็นตัวเลือกที่ “เข้าทาง” คือเขาไม่ใช่คนแปลกหน้าในฟุตบอลอิตาลี เพราะเคยเล่นเซเรียอาเป็นกองกลางกับ ปาแลร์โม่ และ เจนัว ระหว่างปี 2015-2019
ประสบการณ์ตรงนี้สำคัญมาก เพราะการมาคุมทีมในอิตาลีไม่ใช่แค่เรื่องแท็กติก แต่ต้องเข้าใจวัฒนธรรมฟุตบอล การรับมือสื่อ ความละเอียดของเกมรับ และความคาดหวังของแฟนบอล การที่เคยอยู่ในระบบอิตาลีมาก่อนช่วยให้การปรับตัว “เร็วขึ้น” และลดช่วงเวลาลองผิดลองถูก
🎯สิ่งที่ต้องจับตา: “เจรจาสุดท้าย” และการเริ่มงานทันทีในสนามจริง
เมื่อฮิลเยมาร์คมาถึงอิตาลีแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเจรจาเงื่อนไขสุดท้ายกับปิซ่า และเคลียร์สัญญากับเอลฟ์สบอร์กให้จบโดยเร็ว
หลังจากนั้นสิ่งที่ทุกคนอยากเห็นคือ เขาจะเข้ามาปรับทีมอย่างไร จะทำให้ทีมที่เสมอหนักและแพ้เยอะ กลับมาเล่นด้วยความมั่นใจและเก็บชัยได้มากขึ้นแค่ไหน เพราะถ้าไม่เปลี่ยน “ผลลัพธ์” เก้าอี้ตัวนี้ก็จะร้อนเหมือนเดิม

🧾สรุป
ออสการ์ ฮิลเยมาร์ค เดินทางถึงอิตาลีแล้วเพื่อเตรียมรับงานคุมปิซ่าแทนอัลแบร์โต้ กิลาร์ดิโน่ที่ถูกปลด หลังพาทีมชนะได้เพียง 1 เกม เสมอ 11 และแพ้ 11 ตลอดฤดูกาล โดยฮิลเยมาร์ควัย 33 ปีต้องยกเลิกสัญญากับเอลฟ์สบอร์กก่อน ซึ่งเขารับงานตั้งแต่มิถุนายน 2024 และมีสัญญาถึงธันวาคม 2027 เจ้าตัวมีประสบการณ์คุมทีมมาก่อน และไม่ใช่คนแปลกหน้าในอิตาลี เพราะเคยเล่นเซเรียอากับปาแลร์โม่และเจนัวช่วงปี 2015-2019
📌เกล็ดความรู้
- การปลดโค้ชช่วงผลงานหนักเสมอจำนวนมาก มักหมายถึงทีม “ตันเกมรุก” หรือปิดเกมไม่ลง จนแต้มไม่เดิน
- โค้ชที่เคยเล่นในลีกประเทศนั้นมาก่อน มักปรับตัวเรื่องวัฒนธรรมฟุตบอลและแรงกดดันได้ไวกว่า
- การยกเลิกสัญญาด้วยความยินยอมร่วมกันคือขั้นตอนสำคัญ ก่อนเซ็นสัญญากับทีมใหม่อย่างเป็นทางการ
- โค้ชอายุน้อยมักนำแนวคิดฟุตบอลสมัยใหม่ที่เน้นความเข้มข้นและระบบชัดเจนเข้ามาเปลี่ยนทีมได้เร็ว
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล…อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM