🔥 ลำพูนกลับมามีชีวิต: เปลี่ยนโค้ชแล้วเกมเปลี่ยนจริง
Lamphun Warriors กลับมาอยู่ในฟอร์มที่แฟนบอลอยากเห็นอีกครั้ง หลังแต่งตั้ง เดนนิส อมาโต้ เฮดโค้ชชาวเยอรมัน เข้ามารับหน้าที่คุมทัพแบบเป็นทางการ ผลลัพธ์ชัดเจนทันที จากทีมที่เคยจมอยู่ในโซนตกชั้น กลับ “หายใจได้” อีกครั้งด้วยการขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 13 ของตาราง มี 18 คะแนน และทิ้งระยะห่างจากโซนตกชั้น 3 คะแนน แม้ยังไม่การันตีว่ารอด 100% แต่ก็เป็นการเปลี่ยนจังหวะชีวิตของทีมแบบจับต้องได้
⚔️ จาก “ก้าวทีละแต้ม” สู่สัญญาณความหวังที่แฟนบอลรอคอย
ก่อนหน้านี้ “ราชันโคขาว” ต้องอยู่กับความรู้สึกเหมือนเดินบนลวดบาง ๆ กับคำว่า “ก้าวทีละแต้ม” จนกราฟตารางคะแนนดิ่งลงอย่างน่ากังวล ความมั่นใจในทีมเหมือนถูกบีบให้แคบลงเรื่อย ๆ แต่หลังการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ลำพูนเริ่มกลับมามีไฟ มีจังหวะเกมที่ดุดันขึ้น และที่สำคัญคือผลการแข่งขันเริ่มตอบแทนการทำงานของทีมงานใหม่
📈 4 นัดแรกเลกสองภายใต้อมาโต้: ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 พอให้หลุดโซนแดง
เปิดเลกสองมา 4 นัด ลำพูน วอริเออร์ ภายใต้การคุมทีมของ เดนนิส อมาโต้ เก็บชัยชนะได้ 2 เกม เสมอ 1 และแพ้เพียง 1 นัด ซึ่งเพียงพอให้ทีมสลัดตัวเองออกจากโซนตกชั้นได้เสียที นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขธรรมดา แต่มันคือ “แต้มแห่งการเปลี่ยนทิศ” ที่ทำให้ความกดดันในทีมเบาลง และทำให้ทุกคนเริ่มเชื่อว่าการหนีโซนแดงไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง
🤝 ทีมงานคู่ใจ “โค้ชฟิล” เติมความลงตัว: แผนเดินไว ไม่สะดุด
อีกหนึ่งกุญแจสำคัญคือการได้ทีมงานคู่ใจอย่าง “โค้ชฟิล” ปีย์ ฟิลลิปส์ ศิริโพธิ์ เข้ามาเป็นหนึ่งในสตาฟฟ์ ทำให้แนวทางการทำทีมเดินหน้าได้รวดเร็วและแทบไม่มีช่วงสะดุด เพราะทั้งคู่ผ่านการร่วมงานกันมาแล้วหลายสถานี ตั้งแต่ ชัยนาท ฮอร์นบิล, เชียงใหม่ ยูไนเต็ด และ สุโขทัย เอฟซี ความคุ้นเคยนี้ช่วยให้การสื่อสารในทีมชัดขึ้น การซ้อมเข้มขึ้น และการปรับรายละเอียดแท็กติกทำได้ไวแบบที่ทีมหนีตกชั้นต้องการ
🇩🇪 ภารกิจสุดท้าทายของโค้ชเยอรมันวัย 45: ประสบการณ์ไทยเกือบ 10 ปีคือแต้มต่อ
การเข้ามาของเทรนเนอร์ชาวเยอรมันรายนี้คือภารกิจหนัก เพราะต้องกู้ทีมที่อยู่ในสถานการณ์อึดอัด แต่แต้มต่อสำคัญคืออมาโต้คลุกคลีกับฟุตบอลไทยมาเกือบ 10 ปีเต็ม ทำให้แฟนบอลลำพูนยังพอมีความหวังว่า เฮดโค้ชวัย 45 ปีรายนี้ จะพาทีมเมืองเหนือหลุดพ้นจากวิกฤตได้จริง ไม่ใช่แค่ “พูดสวย” แต่เป็นโค้ชที่รู้จักโครงสร้างลีกไทย รู้จักธรรมชาติผู้เล่น และรู้วิธีจัดการแรงกดดันในโซนแดง
🧩 จุดเริ่มในไทยปี 2016: จากอดีตแข้งไมนซ์ สู่สายบริหารก่อนขึ้นแท่นโค้ช
อมาโต้เข้ามาทำงานในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2016 ในตำแหน่งผู้อำนวยการสโมสรของ ชัยนาท ฮอร์นบิล โดยก่อนหน้านั้นเขาเคยเป็นอดีตนักเตะของ ไมนซ์ 05 ในระดับบุนเดสลีกา 2 แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้เส้นทางค้าแข้งต้องจบตั้งแต่อายุเพียง 21 ปี ก่อนจะเบนเข็มเข้าสู่เส้นทางโค้ชอย่างเต็มตัว เพื่อสั่งสมประสบการณ์ในบ้านเกิด แล้วค่อยข้ามมาท้าทายงานใหญ่ในไทย
🚀 จุดเปลี่ยนระดับโปรเจกต์: บาเยิร์น มิวนิค x STB ดึงอมาโต้คุมโครงการพัฒนาฟุตบอลไทย
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ บาเยิร์น มิวนิค จับมือกับ STB จัดตั้งโครงการพัฒนาฟุตบอลในประเทศไทย และชื่อของ เดนนิส อมาโต้ ถูกทาบทามให้เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการ แม้เป็นบทบาทใหม่ แต่เขาตอบรับทันที พร้อมย้ายข้ามทวีปมาเริ่มต้นชีวิตบนแผ่นดินสยาม นี่คือช่วงที่ทำให้เขา “ฝังราก” กับฟุตบอลไทยแบบจริงจัง และปูทางไปสู่การเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนเต็มตัว

🏆 ดีกรีไม่ธรรมดา: “จอมเลื่อนชั้น” ตัวจริงแห่งวงการลูกหนังไทย
ระหว่างทำงานในไทย อมาโต้ได้โอกาสก้าวสู่บทบาทโค้ชอย่างจริงจัง เริ่มกับ ชัยนาท ฮอร์นบิล ฤดูกาล 2017 และพา “นกใหญ่พิฆาต” คว้าแชมป์ลีกรอง พร้อมเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกสำเร็จ ก่อนโยกไปทำหน้าที่ผู้อำนวยการกีฬาของ อ่างทอง เอฟซี ช่วงสั้น ๆ และกลับมาคุมชัยนาทอีกครั้งในปี 2018
จากนั้นชื่อของเขาถูกยอมรับว่าเป็นหนึ่งในกุนซือ จอมเลื่อนชั้น ของฟุตบอลไทย เพราะทำสำเร็จต่อเนื่องทั้ง
- ชัยนาท ฮอร์นบิล (เลื่อนชั้นปี 2017)
- เชียงใหม่ ยูไนเต็ด (ฤดูกาล 2021/22)
- สุโขทัย เอฟซี (ฤดูกาล 2022/23)
รวมแล้วตลอดเกือบหนึ่งทศวรรษในประเทศไทย เขาพาสโมสรจากลีกรองเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกได้ถึง 3 ครั้ง นี่คือเครดิตที่ไม่ได้มาจากคำโฆษณา แต่มาจากผลงานล้วน ๆ
🔄 หายเงียบก่อนกลับมาทำงาน: จากสุโขทัย สู่พัทยา แล้วรับภารกิจกู้ลำพูน
หลังแยกทางกับ “ค้างคาวไฟ” ในช่วงท้ายฤดูกาล 2022/23 ชื่อของอมาโต้เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนกลับมารับงานคุม พัทยา ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2024/25 และล่าสุดได้รับภารกิจสำคัญในการกู้วิกฤต พา ลำพูน วอริเออร์ หนีโซนแดงของศึก บีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง 2025/26 งานนี้ไม่ใช่งานสวยหรู แต่มันคืองาน “เอาตัวรอด” ที่ต้องใช้ทั้งประสบการณ์และความเด็ดขาด
💥 รีดศักยภาพทั้งทีม: ไม่ใช่เด่นแค่สองคนอีกต่อไป
สิ่งที่แฟนบอล “ราชันโคขาว” พออุ่นใจได้ คืออมาโต้สามารถรีดศักยภาพผู้เล่นออกมาได้ดี จากเดิมในครึ่งฤดูกาลแรก เรามักได้ยินชื่อ อนันต์ รอดสังวาลย์ และ โมฮัมเหม็ด ออสมาน ที่สลับกันทำประตูและแอสซิสต์เป็นหลัก แต่เมื่อเปิดเลกสอง ผู้เล่นทุกคนกลับยกระดับฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ราวกับทีมถูกปลดล็อก “พลังพิเศษ” นี่คือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่แฟนบอลเฝ้ารอมานาน เพราะการหนีตกชั้นต้องอาศัยทั้งทีม ไม่ใช่พึ่งแค่ตัวแบกไม่กี่คน
🗣️ คำถามถึงแฟนลำพูน: อะไรคือเหตุผลที่ทีมกลับมาปังในช่วงหลัง?
และในมุมของแฟน ๆ ลำพูน วอริเออร์ คิดว่าเพราะอะไรทีมที่รักถึงทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในระยะหลังนี้? เป็นเรื่องแท็กติก วินัยทีม ความมั่นใจ หรือพลังจากทีมงานใหม่ มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ
📺 ช่องทางรับชมถ่ายทอดสด
ถ่ายทอดสดทาง AIS PLAY และ Monomax
🧠 เกล็ดความรู้
- โค้ชที่มีประสบการณ์ในลีกไทยยาวนาน มักได้เปรียบเรื่องการปรับตัวกับสไตล์การเล่นและสภาพความกดดันของทีมหนีตกชั้น
- การมีสตาฟฟ์คู่ใจช่วยให้การวางระบบและการสื่อสารในทีม “ติดสปีด” ได้เร็วกว่าเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
- ทีมที่เคยพึ่งผู้เล่นเด่นเพียงไม่กี่คน หากยกระดับฟอร์ม “ทั้งทีม” ได้เมื่อไหร่ โอกาสเก็บแต้มต่อเนื่องจะสูงขึ้นทันที
ขอบคุณรูปภาพจาก Lamphun Warriors
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบเข้ม ๆ จัดหนักทุกประเด็น อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM ด้วยค่ะ