เกมมันส์ แต่ความขมมันแซงทุกอย่าง
ค่ำคืน “ดาร์บี้ ด’อิตาเลีย” ที่ซาน ซิโร่ จบลงแบบคนดูได้ลุ้นจนวินาทีสุดท้าย แต่ฝั่ง ยูเวนตุส กลับรู้สึกเหมือนโดนปล้นความยุติธรรมคาหน้าจอ เมื่อพวกเขาแพ้ อินเตอร์ 2-3 ในเกมที่เต็มไปด้วยความโกลาหลและจังหวะตัดสินสุดฉาว จนผู้บริหารต้องออกมาประท้วงแบบไม่ไว้หน้า และถึงขั้นเรียกร้องให้ “กุนซือ-สโมสร” งดพูดเรื่องแท็กติก เพราะคืนนี้มันไม่ใช่เรื่องฟุตบอลแล้ว
La rabbia di #Comolli, #Chiellini e #Spalletti urlata in faccia a #LaPenna alla fine del primo tempo di #InterJuventus (video @fedel.96 via TikTok) pic.twitter.com/NOnv5e3xQn
— Giovanni Capuano (@capuanogio) February 14, 2026
จุดเปลี่ยนที่ทำให้ไฟลุกทั้งทีม
เกมนี้มีทุกอารมณ์แบบครบเซต ตั้งแต่ประตูที่เข้าได้ทั้งสองฝั่งของอันเดรีย คัมเบียโซ่, ลูกโหม่งของฟรานเชสโก้ ปิโอ เอสโปซิโต้ ที่ทำให้เกมแกว่ง, จนถึงลูกยิงนาที 90 ของปิโอเตอร์ ซีลินสกี้ ที่ลอดขาโลคาเตลลี่ไปหลอกผู้รักษาประตูแบบเจ็บจี๊ด และพังความหวังการ “เอาคืน” ของทีมเยือนให้ร่วงลงพื้น
แต่จุดที่ทำให้ความเดือดพุ่งถึงเพดาน คือจังหวะที่ปิแอร์ คาลูลูโดน ใบแดง จากเหลืองที่สองก่อนหมดครึ่งแรก—โดยต้นทางของการให้ใบเหลืองนั้นถูกมองว่า “ไม่มีการปะทะ” กับบาสโตนี่เลย และมันกลายเป็นจังหวะที่ฝั่งม้าลายเชื่อว่าบิดเกมทั้งเกมทันที

“คุยฟุตบอลไม่ได้” ยูเวนตุสออกโรงแบบไม่เคยทำมาก่อน
หลังเกม ลูชาโน่ สปัลเล็ตติไม่ออกสื่อ โดยสโมสรส่งสองผู้บริหารอย่างจอร์โจ้ คิเอลลินี่ และดาเมียง คอมโอลลี่ มาแถลงแทน พร้อมประโยคที่แทงใจคนดูบอลอิตาลีตรง ๆ ว่า “เราไม่สามารถพูดเรื่องฟุตบอลหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้”
คิเอลลินี่อัดแรงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “ยอมรับไม่ได้” และไม่ควรเกิดกับใครก็ตาม พร้อมชี้ว่าระดับการทำหน้าที่ของ ผู้ตัดสิน ในฤดูกาลนี้ “ไม่ถึงมาตรฐาน” และเกมใหญ่ที่ทั่วโลกจับตา กลับกลายเป็นภาพสะท้อนปัญหาเดิม ๆ ที่ถูกปล่อยให้คาราคาซัง
ทำไม VAR ถึงช่วยไม่ได้ ทั้งที่ทั้งโลกเห็นพร้อมกัน
หนึ่งในประเด็นที่ยูเวนตุสหยิบมาพูดชัด คือคาลูลูทำสัญลักษณ์ขอเช็กภาพ แต่ VAR กลับเข้าไป “ช่วย” ไม่ได้ เพราะตามโปรโตคอลปัจจุบัน ไม่อนุญาตให้แทรกแซงสถานการณ์ “ใบเหลือง” ซึ่งนั่นคือรูโหว่ที่ทำให้เกมใหญ่พังได้ในจังหวะเดียว
บทความต้นทางยังชี้ด้วยว่า เรื่องนี้อาจถูกหยิบไปทบทวนในอนาคตเมื่อ IFAB ประเมินกติกาอีกครั้ง รวมถึงแนวคิดให้โค้ชมีสิทธิ์ “ขอรีวิว” ได้จำนวนหนึ่ง—แต่คืนนี้สำหรับยูเวนตุส มันคือความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้ว

จี้ร็อคคี่รับผิดชอบ พูดตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อม
เมื่อถูกถามว่าสโมสรต้องการให้จานลูก้า ร็อคคี่ (ผู้กำกับดูแลผู้ตัดสิน) ก้าวลงหรือไม่ คิเอลลินี่ตอบแบบไม่หลบว่า ถ้ากลุ่มกรรมการ “ทำงานไม่เวิร์ก” และร็อคคี่เคยพูดว่าจะรับผิดชอบ ก็ต้องดูกันว่า “จะทำจริงไหม” พร้อมย้ำว่าไม่ใช่แค่ยูเวนตุสที่ออกมาโวย เพราะก่อนหน้านี้ก็มีหลายโค้ชและหลายทีมบ่นเรื่องนี้มาแล้ว
คิเอลลินี่ยังระบุชัดด้วยว่า “ล่า เพนน่า” ไม่พร้อมสำหรับเกมระดับนี้ และนี่คือสิ่งที่ทำให้ชื่อเสียงลีกเสียหายต่อหน้าคนทั้งโลก

อุโมงค์เดือด! ภาพที่อธิบายทุกอย่างโดยไม่ต้องพูดเยอะ
ความไม่พอใจไม่ได้หยุดแค่ไมค์สัมภาษณ์ เพราะมีภาพผู้บริหารยูเวนตุสตะโกนเดือดใส่กรรมการในอุโมงค์ช่วงพักครึ่ง ก่อนคอมโอลลี่จะยืนยันภายหลังว่า “ไม่ได้คุยกับล่า เพนน่าหลังเกม” และยอมรับว่ามันยากมากที่จะรับ “ความอยุติธรรม” แบบนี้ได้
คอมโอลลี่ใช้คำแรงว่าเป็นความ “น่าอับอาย” และมันเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดฤดูกาล จนเกมคืนนี้เหมือนเป็น “บทสรุป” ของทุกอย่างที่สโมสรเห็นมา พร้อมปิดประเด็นว่าเฮดโค้ชหงุดหงิดและผิดหวังอย่างหนัก และทั้งหมดนี้ “ยอมรับไม่ได้”

สรุป
- ยูเวนตุสแพ้อินเตอร์ 2-3 ในเกมดาร์บี้ที่ดราม่าหนักและมีจังหวะตัดสินเป็นประเด็น
- จังหวะคาลูลูโดนเหลืองสองกลายเป็นใบแดงถูกมองว่า “ไม่มีการปะทะ” และเป็นจุดเปลี่ยนของเกม
- สโมสรส่งคิเอลลินี่-คอมโอลลี่แถลงแทนสปัลเล็ตติ พร้อมจี้ร็อคคี่รับผิดชอบ และชี้ปัญหามาตรฐานการตัดสินทั้งฤดูกาล
- โปรโตคอล VAR ไม่ให้แทรกแซงใบเหลือง ทำให้จังหวะชี้ขาด “แก้ในสนามไม่ได้”
เกล็ดความรู้
- โปรโตคอล VAR โดยทั่วไป “ไม่รีวิวใบเหลือง” จึงมักช่วยแก้จังหวะเหลืองสองที่ก้ำกึ่งไม่ได้ หากไม่ได้เข้าข่ายใบแดงโดยตรง
- IFAB คือหน่วยงานที่กำหนดกติกาฟุตบอล และสามารถทบทวนแนวคิดใหม่ เช่น การให้โค้ชขอรีวิวได้ตามจำนวนที่กำหนด
- เกม “ดาร์บี้ ด’อิตาเลีย” มักถูกจับตาสูงสุดในอิตาลี เพราะเป็นแมตช์ที่กดดันทั้งนักเตะ กรรมการ และภาพลักษณ์ลีกในสายตาโลก
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบเข้ม ๆ ครบทุกประเด็น อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM