⚽ เกมนี้มันกว่า “ศึกแย่งตั๋วยุโรป” เพราะคนยิงดันเป็นคนคุ้นหน้า
GOALSIAM ขอบอกเลยว่า นี่ไม่ใช่แค่เกมแบ่งแต้มธรรมดา แต่มันคือเกมที่โรม่าโดน “ความทรงจำ” ทิ่มกลับเต็มๆ เมื่อ เลโอนาร์โด สปินาซโซล่า อดีตแบ็กของหมาป่ากรุงโรม กลายเป็นคนลั่นไกให้ นาโปลี ตีเสมอในช่วงครึ่งแรก ก่อนที่เกมจะไหลไปจนจบแบบเดือดๆ 2-2 ชนิดที่แฟนบอลต้องกำหมัดทั้งสนาม
นี่คือแมตช์ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ที่มีทั้งจังหวะสวนคมๆ การเล่นแบบวัดใจ และประตูที่เปลี่ยนอารมณ์เกมได้ทุก 10 นาที—และที่สำคัญคือมันส่งผลกับตารางคะแนนโดยตรง เพราะทั้งสองทีมอยู่ในกลุ่มลุ้นพื้นที่ยุโรปแบบห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียว
🧨 รูปเกม: โรม่าเริ่มก่อน แต่นาโปลีไม่ยอมตายง่าย
โรม่าเปิดหน้าใส่ตั้งแต่นาทีต้นๆ และมาได้ประตูขึ้นนำเร็วจาก ดอนเยลล์ มาเลน ตั้งแต่นาทีที่ 7 จุดนี้บอกเลยว่าเกมเหมือนจะไหลไปทางทีมเยือน เพราะจังหวะเข้าทำของโรม่า “คมแบบไม่ต้องวอร์ม” และทำให้เจ้าบ้านต้องรีบตั้งสติ
แต่พอนาโปลีเริ่มจับจังหวะได้ เกมก็เริ่มเปลี่ยนจาก “โดนกด” เป็น “ค่อยๆ บีบคืน” และช่วงปลายครึ่งแรกคือจุดที่โรม่าโดนเอาคืนแบบเจ็บจี๊ด—สปินาซโซล่ารับบอลหน้าเขตโทษ ก่อนซัดไกลจังหวะแรก บอลไปแฉลบจนลอยข้ามมือผู้รักษาประตูเข้าไป เป็นประตูตีเสมอ 1-1 ที่ทั้งสนามเดือดทันที เพราะคนยิงมันไม่ใช่ใครอื่น…คืออดีตคนของโรม่าเอง
🎯 ประตูของสปินาซโซล่า: “แฉลบ” แต่ความหมายหนักกว่าเดิม
หลายคนอาจบอกว่าเป็นประตูแฉลบ แต่ในเกมระดับนี้ ลูกแฉลบไม่ใช่เรื่องฟลุค—มันคือผลลัพธ์ของการกล้าซัด กล้าตัดสินใจ และกล้ารับความเสี่ยงในพื้นที่อันตราย
ที่สำคัญกว่านั้นคือ “บริบท” ของมัน: สปินาซโซล่าคือแข้งที่แฟนโรม่าเคยเห็นวิ่งขึ้นลงริมเส้นกับตราหมาป่า แต่คืนนี้เขากลับเป็นคนที่ทำให้โรม่าเสียจังหวะ ทั้งความมั่นใจและโมเมนตัมก่อนพักครึ่ง นี่แหละฟุตบอล…มันไม่ถามว่าคุณเคยอยู่ทีมไหน มันถามแค่ว่า “คุณกล้าทำให้มันเกิดขึ้นไหม”
🔥 ครึ่งหลังเดือดหนัก: มาเลนยิงอีกที—นาโปลีส่งหน้าใหม่ลงมาปิดบัญชี
พอเข้าครึ่งหลัง เกมยิ่งชัดว่า “ใครพลาดก่อน แพ้ก่อน” โรม่าได้จุดโทษช่วงนาที 71 และมาเลนสังหารไม่พลาด กลายเป็นสองประตูของเจ้าตัวในเกมเดียว โรม่านำอีกครั้ง 2-1 และสถานการณ์ตอนนั้นเหมือนจะพาทีมเยือนไปถึงสามแต้มแบบสุดล้ำค่า
4 – In the last 20 #SerieA seasons (since 2006/07), Leonardo #Spinazzola is only the fourth Italian player to score from outside the box in a match between Napoli and Roma, after Daniele De Rossi (2007), Francesco Totti (2009) and Lorenzo Insigne (2020). Virtuoso.#NapoliRoma
— OptaPaolo (@OptaPaolo) February 15, 2026
แต่ฟุตบอลมันไม่ยอมให้ใครเขียนตอนจบง่ายๆ นาโปลีส่งตัวสำรองลงมา และคนที่กลายเป็นฮีโร่คือ อลิสซง ซานโตส ที่ลงมาแล้วยิงตีเสมอในช่วงท้ายเกม (ประมาณนาที 82) ช่วยให้เจ้าบ้านไล่เจ๊า 2-2 ได้สำเร็จ—เกมจบแบบคนดูยังหายใจไม่ทั่วท้อง
📈 ผลสะเทือนบนตารางคะแนน: แต้มเดียว…แต่ความหมายคนละชั้น
ผลเสมอนัดนี้ทำให้เกม “หายใจต่อได้ทั้งคู่” แต่คนที่ยิ้มได้มากกว่าคือฝั่งนาโปลี เพราะยังรักษาตำแหน่งกลุ่มหัวตารางไว้ได้ และยังคงสถิติไร้พ่ายในบ้านในลีกตามรายงานข่าว ขณะที่โรม่าแม้ได้แต้ม แต่ก็พลาดโอกาสสำคัญในการกระชากพื้นที่แชมเปียนส์ลีกให้มั่นคงกว่านี้
🧠 มุมมอง GOALSIAM: โรม่า “คม” แต่ยังมีรอยรั่ว—นาโปลี “ใจถึง” และมีตัวทีเด็ดจากม้านั่ง
ถ้าวัดกันที่ความเด็ดขาดในจังหวะจบสกอร์ โรม่าได้คะแนนเต็ม เพราะมาเลนยิงสองลูกและเป็นคนที่สร้างความแตกต่างชัดเจน แต่สิ่งที่โรม่าเสียคือ “การปิดเกม” เพราะนำสองครั้งแต่รักษาความได้เปรียบไม่อยู่
ฝั่งนาโปลีแสดงให้เห็นว่าทีมที่ลุ้นพื้นที่ใหญ่ๆ ต้องมีสองอย่าง: ความอึดในเกม และตัวเปลี่ยนเกมจากม้านั่ง—ซึ่งซานโตสทำหน้าที่นั้นแบบเต็มคะแนน และประตูของสปินาซโซล่าก็เป็นเหมือนสัญญาณว่า เกมนี้โรม่าไม่มีวันชนะง่ายๆ ตั้งแต่ครึ่งแรกแล้ว
🧾 สรุป
- เกมเดือดจบลงด้วยสกอร์ 2-2 โรม่านำก่อนสองครั้ง แต่นาโปลีฮึดไล่ทันทั้งสองรอบ
- สปินาซโซล่าอดีตแข้งโรม่า ยิงตีเสมอช่วงครึ่งแรกจากจังหวะยิงไกลที่มีแฉลบ
- มาเลนกดสองเม็ดให้โรม่า แต่ซานโตสลงสำรองมายิงท้ายเกมช่วยนาโปลีแบ่งแต้ม
📌 เกล็ดความรู้
- “เดอร์บี้ เดล โซเล่” มักใช้เรียกเกมใหญ่ระหว่างทีมจากโรมกับเนเปิลส์ เพราะเป็นคู่แข่งที่เจอกันทีไรอุณหภูมิสูงแทบทุกครั้ง
- ประตู “แฉลบ” ในฟุตบอลอาชีพมักเกิดจากการยิงในโซนที่แนวรับต้องรีบยื่นบล็อก ซึ่งเพิ่มโอกาสบอลเปลี่ยนทางอย่างมีนัยสำคัญ
- เกมที่ “นำสองครั้งแต่ไม่ชนะ” มักสะท้อนปัญหาเรื่องการจัดรูปทรงเกมช่วงท้ายและการคุมจังหวะเมื่อได้เปรียบ
แฟนบอลที่กำลังตาม ผลบอลวันนี้ และอยากเช็ก ผลบอลสด แบบละเอียด รวมถึงสรุปมันๆ สไตล์ บ้านผลบอล อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM