กระแสเริ่มชัด เมื่อ “คาร์ริค” พาแมนยูไม่แพ้ 5 นัดติด
หลัง ไมเคิ่ล คาร์ริค ถูกดันขึ้นมารับบทกุนซือขัดตาทัพแทน รูเบน อโมริม ผลงานกลับออกมาดุดันเกินคาด เมื่อพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นตลอด 5 เกมติดต่อกัน (ชนะ 4 เสมอ 1) จนเสียงจากแฟนบอลและคนในวงการเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ว่า “คนนี้แหละควรได้ไปต่อแบบถาวร”
แม้สัญญาการทำงานของคาร์ริคจะถูกวางกรอบไว้แค่จบฤดูกาล แต่โมเมนตัมที่เขาสร้างให้ทีมมันชวนให้บอร์ดบริหารต้องคิดหนัก เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ทีมกลับมานิ่ง กลับมามีทรง และเริ่มเห็นแวว “ระบบ” มากกว่าแค่เอาตัวรอดเป็นนัดๆ
คีน-เนวิลล์ค้าน แต่รูนี่ย์ขวางทางเต็มตัว
ก่อนหน้านี้ รอย คีน และแกรี่ เนวิลล์ สองตำนาน “เร้ด เดวิลส์” เคยออกความเห็นชัดว่า คาร์ริคยังไม่คู่ควรคุมทีมถาวร เพราะมองว่าประสบการณ์และความรอบรู้อาจไม่พอจะพาไปถึงแชมป์ พรีเมียร์ลีก
แต่ฝั่ง เวย์น รูนี่ย์ ไม่เอาด้วย และเลือกยืนคนละฝั่งแบบไม่ลังเล เขามองว่าถ้าสโมสรยังวิ่งไล่หาโค้ชนอกระบบไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็มีสิทธิ์วนกลับมาที่จุดเดิมอีกครั้ง
รูนี่ย์ชี้ “ลองมาหมดแล้ว” ถึงเวลาหันมามองคนที่ใช่ในบ้านตัวเอง
รูนี่ย์ให้เหตุผลว่า ยูไนเต็ดผ่านการลองผิดลองถูกกับ ผู้จัดการทีม หลายคนมาแล้ว และสิ่งที่คาร์ริคทำอยู่ตอนนี้คือการ “สร้างฐาน” ที่จับต้องได้มากกว่าคำโฆษณา พร้อมย้ำว่า การมีคนที่รู้จักสโมสรจริงๆ เข้าใจความกดดัน และใส่ใจรายละเอียด มันต่างจากการจ้างชื่อดังที่อาจเข้ามาแล้วต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
“เราลองมาหมดแล้วกับผู้จัดการทีมหลายคน อย่าง โชเซ่ มูรินโญ่, หลุยส์ ฟาน กัล, เอริค เทน ฮาก และ รูเบน อโมริม สำหรับผม คาร์ริค คือคำตอบที่สมเหตุสมผล”
“ไม่ใช่เพราะเราเคยเล่นด้วยกันหรือเป็นเพื่อนกัน แต่เพราะเขาเป็นคนที่สร้างความนิ่งและความสงบให้ทีมได้จริงๆ การมีใครสักคนที่รู้จักสโมสรและใส่ใจสโมสรอย่างแท้จริง มันสร้างความแตกต่างอย่างมาก ไมเคิ่ล กำลังบริหารจัดการขุมกำลัง และทำได้ดีด้วย”
“นักเตะที่ได้ลงตัวจริงอาจไม่ต้องดูแลมากนัก แต่กลุ่มที่เหลือ เราเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ มาเตอุส คุนญ่า, เบนยามิน เชชโก้, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ เขากำลังสร้างอิทธิพลต่อทั้งทีมและทั้งสโมสร”
“บางครั้งเรารีบมองข้ามสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วไปพูดถึงโค้ชจากตุรกีหรือสเปนที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ทั้งที่พวกเขาอาจไม่ได้มีความผูกพันกับสโมสรเลย อย่างน้อยกับ คาร์ริค สิ่งนี้จะเป็นรากฐานให้สโมสรเดินหน้าต่อไปได้ และอีกสองหรือสามปีข้างหน้า โครงสร้างพื้นฐานของสโมสรก็จะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง” รูนี่ย์ กล่าวในรายการ The Overlap

ประเด็นสำคัญที่ทำให้รูนี่ย์เชื่อ “คาร์ริคพาไปได้ไกล”
ภาพรวมที่รูนี่ย์กำลังสื่อไม่ใช่แค่เรื่องผลการแข่งขัน แต่มันคือ “วิธีคุมทีม” ที่เริ่มเห็นผลชัด
- ทีมมีความนิ่งมากขึ้น เกมไม่แกว่งง่ายเหมือนช่วงก่อนหน้า
- การบริหารขุมกำลังเริ่มเป็นระบบ ทั้งตัวจริงและกลุ่มสำรอง
- สโมสรได้ฐานระยะยาวจากคนที่เข้าใจดีเอ็นเอของยูไนเต็ด มากกว่าการเสี่ยงกับชื่อใหม่ที่ยังไม่รู้จะเข้ากับวัฒนธรรมทีมได้แค่ไหน
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : การตั้งกุนซือจากคนในสโมสร
- ทีมใหญ่หลายสโมสรเคย “ปลุกชีพ” ด้วยคนที่รู้จักห้องแต่งตัวและวัฒนธรรมทีมดีที่สุด
- ช่วงขัดตาทัพมักเป็นเวลาที่เห็นชัดว่าโค้ชคนหนึ่ง “คุมทีมเป็น” หรือแค่พาทีมประคองตัว
- ความต่อเนื่องของระบบและความเชื่อมั่นในทีม มีผลต่อฟอร์มยาวๆ มากกว่าการเปลี่ยนแปลงแบบฉาบฉวย
ติดตามข่าวเดือดๆ แบบเข้มข้นทุกจังหวะของวงการลูกหนังได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM