มุมมองกุนซือสายบุกที่มองเกมออก

แอนจ์ ปอสเตโคกลู มองว่าแนวทางเล่นสไตล์ เฮฟวี่เมทัล ฟุตบอล ที่เคยเป็นลายเซ็นของ เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจไม่ใช่คำตอบที่ “ไปได้สุด” ใน พรีเมียร์ลีก ยุคปัจจุบัน เพราะรูปเกมไม่ได้ปล่อยให้ไหลลื่นเหมือนเดิม โดยเฉพาะเมื่อการตัดสินและรายละเอียดเล็กๆ ในสนามกลายเป็นตัวกำหนดจังหวะเกมมากขึ้น

ย้อนภาพยุคคล็อปป์: ลิเวอร์พูลที่วิ่งบดจนทั้งลีกสะเทือน

ย้อนกลับไปตอน ลิเวอร์พูล แต่งตั้งคล็อปป์เข้ามาคุมทีมช่วงตุลาคม 2015 จุดเด่นมันชัดแบบไม่ต้องขยายความเยอะ เกมเพรสหนัก วิ่งไล่เป็นฝูง เล่นเร็ว ดุดัน จนคนทั้งวงการยกคำว่า เกเก้นเพรสซิ่ง ขึ้นมาเป็นภาพจำของทีม และคำว่า “เฮฟวี่เมทัล ฟุตบอล” ก็เกาะทีมยาวๆ แบบถอนยาก

บอลเปลี่ยน กติกาเปลี่ยน จังหวะเกมก็เปลี่ยนตาม

แม้คำจำกัดความจะยังถูกพูดถึงอยู่เสมอ แต่ช่วงปลายยุคคล็อปป์ รูปแบบ “ไล่บดทั้งเกม” มันเริ่มไม่เข้ากับความจริงในสนามเท่าเดิม ปอสเตโคกลูชี้ว่าองค์ประกอบใหม่ของฟุตบอลอังกฤษ โดยเฉพาะแนวทางการเป่าและการจัดการจังหวะเกม ทำให้ความต่อเนื่องถูกตัดเป็นช่วงๆ และเมื่อเกมไม่ไหล การเพรสซิ่งแบบอัดเต็ม 90 นาที ก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก

VAR ไม่ได้แค่เพิ่มความแม่นยำ แต่มัน “เปลี่ยนอารมณ์ของเกม”

ประเด็นใหญ่ที่เขาหยิบมาพูดคือ วีเออาร์ ซึ่งในมุมหนึ่งถูกสร้างมาเพื่อช่วยให้การตัดสินแม่นยำขึ้น แต่ในอีกมุม มันทำให้จังหวะเกมช้าลงและสะดุดมากขึ้น จนส่งผลต่อทีมที่ต้องการ “จังหวะต่อเนื่อง” เป็นเชื้อไฟของเกมเพรส

“ผมไม่ได้โหวตเห็นชอบให้มีวีเออาร์ และพูดเรื่องนี้อย่างเปิดเผย วีเออาร์อาจเพิ่มความแม่นยำ แต่สิ่งที่มันทำจริง ๆ คือการเปลี่ยนแปลงเกมฟุตบอลไปเลย” ปอสเตโคกลู กล่าว

บทสรุปของปอสเตโคกลู: บอลเพรสหนักเต็มระบบอาจไม่เหลือพื้นที่ให้โชว์ของ

ท้ายที่สุด ปอสเตโคกลูทิ้งน้ำหนักไว้ชัดว่า ในฟุตบอลยุคนี้ที่เกมถูก “ควบคุมด้วยการตัดสิน” และจังหวะเกมถูกดึงให้ช้าลงจากเดิม เขาไม่คิดว่าคล็อปป์จะพาทีมเล่นบอลสไตล์เฮฟวี่เมทัลได้แบบเต็มระบบเหมือนภาพที่แฟนบอลคุ้นตา

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : วีเออาร์กับจังหวะเกม

  • ทีมที่ยืนบน “จังหวะต่อเนื่อง” มักได้ประโยชน์จากเกมไหล เพราะการเพรสซิ่งต้องอาศัยโมเมนตัมร่วมกันทั้งทีม
  • เกมที่ถูกตัดบ่อย ทำให้การวิ่งไล่แบบยาวๆ ต้องบริหารแรงมากขึ้น และเสี่ยงโดนสวนจากช่วงเปลี่ยนจังหวะ
  • เมื่อจังหวะเกมช้าลง คุณภาพการยืนตำแหน่งและการคุมพื้นที่มักสำคัญขึ้นพอๆ กับความดุดันในการไล่เพรส

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบถึงแก่น อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวเข้มๆ ได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM