ประเด็นเดือดจากแคมป์ปีศาจแดง
สถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงนี้กำลังมาแบบเงียบๆ แต่โคตรน่ากลัว เพราะตั้งแต่คาร์ริคเข้ามารับงานคุมทีมแทน รูเบน อโมริม ที่โดนปลด เขาพาทีมเดินเครื่องในลีกแบบไม่แพ้ใครตลอด 5 เกมหลังสุด และที่สำคัญคือชนะถึง 4 นัดติด เสมอแค่เกมเดียวเท่านั้น
ผลงานดี แต่เสียงแซะก็ดังไม่หยุด
เมื่อผลงานเริ่มเข้าตา ก็เริ่มมีคำถามว่า แมนฯ ยูฯ ควรให้คาร์ริคนั่งเก้าอี้กุนซือถาวรเลยไหม ทว่าทางฝั่งนักวิเคราะห์สายดุอย่าง รอย คีน และ แกรี่ เนวิลล์ กลับมองอีกมุม โดยตีประเด็นว่าคาร์ริคยังไม่ใช่คนที่ “มีบารมีพอ” จะพาทีมกลับไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้
คาร์ริคตอบชัด ไม่เล่นเกมปะทะคารม
แทนที่จะออกไปฟาดกลับให้เป็นข่าวรายวัน คาร์ริคเลือกตอบแบบนิ่งๆ แต่ชัดเจนว่าตัวเองไม่ปล่อยให้เสียงวิจารณ์มารบกวนสมาธิของทีม พร้อมพูดถึงมุมของการเคารพกัน และการต้องช่วยดูแลนักเตะรุ่นใหม่ที่เติบโตในโลกฟุตบอลซึ่งแตกต่างจากยุคก่อนอย่างมาก
“มันไม่ได้รบกวนผมเลยแม้แต่นิดเดียว พูดจริงๆ ว่าไม่เลย ผมจะไม่ไปมีปัญหาหรือแตกหักกับใครเพราะเรื่องแบบนั้น”
“ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของความเคารพพอๆ กับเรื่องอื่นๆ และผมก็พร้อมจะให้และรับในจุดนั้น ผมคิดว่าสำหรับนักเตะรุ่นใหม่โดยทั่วไปแล้ว มันเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยดูแลและปกป้องพวกเขา โลกตอนนี้มันแตกต่างจากสมัยที่ผมกำลังก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอย่างสิ้นเชิง แต่เราจะทำหน้าที่นั้น และเราจะดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด” คาร์ริค ระบุ

เกมต่อไปวัดของจริง บุกถ้ำทอฟฟี่
บททดสอบนัดถัดไปของคาร์ริคคือการพาทีมบุกไปเยือนเอฟเวอร์ตันที่ กูดิสัน พาร์ค ในวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ งานนี้ไม่ใช่แค่ล่าแต้มใน พรีเมียร์ลีก แต่เป็นเกมที่สะท้อน “ความนิ่ง” ของคนคุมทีมด้วยว่าพร้อมแค่ไหนกับแรงกดดันระดับแมนยู
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : การรับมือเสียงวิจารณ์ของกุนซือ
- การตอบโต้แบบ “นิ่งและชัด” มักช่วยตัดไฟดราม่า และทำให้ทีมไม่เสียโฟกัสก่อนแข่ง
- นักเตะยุคใหม่รับแรงเสียดทานจากโซเชียลมากขึ้น บทบาทสตาฟฟ์คือช่วยกรองเสียงรบกวนให้เหลือน้อยที่สุด
- ฟอร์มดีช่วงสั้นๆ อาจสร้างกระแสได้ แต่เกมเยือนหนักๆ คือบทพิสูจน์ความคงเส้นคงวาของทีม
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบเข้มๆ เน้นๆ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM