บทสรุปเหตุการณ์: ถึงเวลาลาจริงของโค้ชมาซะ

หลังกลายเป็นกุนซือว่างงานมา 16 วันนับจากแยกทางกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุด มาซาทาดะ อิชิอิ วัย 59 ปี อำลาประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยการโพสต์ภาพถือพาสปอร์ตเตรียมเดินทางกลับบ้านเกิดที่ญี่ปุ่น ปิดฉากช่วงเวลาหนึ่งที่เขาฝากทั้งแนวคิดฟุตบอล วินัย และความเป็นมืออาชีพไว้กับวงการลูกหนังบ้านเรา

เส้นทางคุมทีมในไทย: จากเริ่มต้นสู่บทบาทระดับแชมป์

อดีตกุนซือ เจลีก ผู้เคยพา คาชิม่า แอนท์เลอร์ส คว้าแชมป์ลีกปี 2016 เข้ามารับงานในไทยครั้งแรกกับ สมุทรปราการ ซิตี้ (2019-2021) คุมทีมรวม 49 นัดทุกรายการ ชนะ 20 เสมอ 10 แพ้ 19 ก่อนย้ายไปคุม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (2021-2023) และนี่คือช่วงที่ชื่อ “อิชิอิ” ถูกพูดถึงหนักสุดในฐานะโค้ชที่ “ยกระดับทีมให้เป็นเครื่องจักร”

สถิติกับบุรีรัมย์: คุม 68 นัดทุกรายการ ชนะ 52 เสมอ 8 แพ้ 8 พร้อมพา “ปราสาทสายฟ้า” คว้า ทริปเปิ้ลแชมป์ 2 ฤดูกาลติด (2021/22 และ 2022/23) แบบชนิดที่คู่แข่งมองตาก็รู้เลยว่าเกมนี้มีเหนื่อย

ภารกิจทีมชาติไทย: งานใหญ่ที่ต้องแบกทั้งความหวังทั้งแรงกดดัน

หลังจากนั้น “โค้ชมาซะ” ขยับขึ้นคุม ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ระหว่างวันที่ 12 ธันวาคม 2023 ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2025 ทำสถิติคุมทีม 30 นัด ชนะ 16 เสมอ 6 แพ้ 8 และพาทีมได้แชมป์ คิงส์คัพ 1 สมัยในปี 2024 ที่จังหวัดสงขลา—ช่วงเวลาที่แฟนบอลจำนวนมากสัมผัสได้ว่า ทีมเริ่มมี “ทรง” มีแบบแผน และมีวินัยมากขึ้นชัดเจน

ปลายทางล่าสุดกับบีจี: คุมสั้น แต่เรื่องราวไม่สั้น

ทีมสุดท้ายของอิชิอิในไทยคือบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซึ่งเขาคุมทีมได้เพียง 99 วัน (30 ตุลาคม 2568 – 6 กุมภาพันธ์ 2569) สถิติ 20 นัด ชนะ 10 เสมอ 5 แพ้ 5 ช่วงเวลาสั้นๆ แต่เข้มข้น เพราะเป็นงานที่ต้องรับแรงสั่นสะเทือนจากความคาดหวังของสโมสรใหญ่ และเสียงวิจารณ์ที่ดังทุกนัดแบบหนีไม่พ้น

เสียงจากแฟนบอล: ขอบคุณด้วยใจ ไม่ใช่แค่ตามมารยาท

ทันทีที่ภาพเดินทางถูกเผยแพร่ แฟนบอลไทยจำนวนมากเข้าไปส่งกำลังใจและอวยพรให้เขาโชคดีกับบทใหม่ในชีวิต พร้อมข้อความที่สะท้อนความรู้สึกจริง เช่น
“ขอบคุณที่เข้ามาพัฒนาฟุตบอลไทยให้มีทรงการเล่นที่ชัดเจน”, “คุณคือโค้ชที่สุภาพและให้เกียรติคนไทยเสมอ”, และคำลาที่อบอุ่นอย่าง “Arigato Sensei! แล้วพบกันใหม่ในวันที่ฟุตบอลพาทั้งสองฝ่ายมาเจอกันอีกครั้ง”

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : มาซาทาดะ อิชิอิ

  • โค้ชชาวญี่ปุ่นรายนี้เป็นหนึ่งในกุนซือที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ระบบทีม” มากกว่าพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะ
  • การคุมทีมสโมสรกับทีมชาติใช้โจทย์ต่างกัน: สโมสรแก้เกมได้ด้วยการเสริมทัพ แต่ทีมชาติต้อง “ปั้นจากของที่มี” ให้ลงล็อกที่สุด
  • โค้ชที่ประสบความสำเร็จระยะยาว มักเริ่มจากการสร้างวินัยและมาตรฐานการเล่นให้ชัด ก่อนค่อยเติมความยืดหยุ่นในแท็กติก

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบเข้มๆ เน้นๆ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM

Categorized in:

ฟุตบอลไทย,