พร้อมบวกกัมบะ! ราชบุรี เอฟซี จัดหนักดึง โรเก้ เมซ่า เข้ามาประคองแดนกลาง หวังสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบตัดเชือกบอลเอเชีย เตรียมฉะกัมบะ โอซาก้ารอบ 8 ทีมนัดแรก 4 มี.ค.นี้!!
ดีลนี้ไม่ใช่แค่ “เสริม” แต่มาเพื่อยกระดับเกมกลางสนาม
GOALSIAM มองชัดๆ ว่านี่คือการประกาศศักดาของ ราชบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 3 บนเวที ไทยลีก ซีซั่น 2025/26 ที่กำลังเร่งเครื่องเตรียมทีมแบบจริงจัง เพื่อไปให้สุดในถ้วยเอเชีย ไม่ใช่แค่ไป “แจม” ให้ครบพิธี

ภารกิจใหญ่: ศึกเอเชียที่ชื่อความกดดัน
ราชบุรีมีคิวชนของแข็งจากญี่ปุ่นอย่าง กัมบะ โอซาก้า ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึก เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก TWO โดยวางโปรแกรมดวลกันวันที่ 4 และ 11 มีนาคม นี่แหละเหตุผลที่ทีมต้องมี “ตัวคุมจังหวะ” ที่ไว้ใจได้ในเกมใหญ่ๆ
เมซ่าเข้ามา “เพื่อบอลเอเชียโดยเฉพาะ” และนี่คือสัญญาณชัด
การเปิดตัวเมซ่าไม่ใช่การเสริมแบบหว่านแห แต่เป็นการส่งชื่อไว้ลุยถ้วยสโมสรเอเชียโดยตรง แถมเจ้าตัวเพิ่งผ่านประสบการณ์กับ ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม และเคยมีชื่อเล่นรายการระดับสูงของเอเชียมาก่อนด้วย
โปรไฟล์ตัวเก๋า: ผ่านเวทีใหญ่จนรู้ว่าบอลดุแค่ไหน
มิดฟิลด์สแปนิชวัย 36 ปีรายนี้ ไม่ได้มาแบบ “ชื่อหล่ออย่างเดียว” เพราะเคยลงเล่นในลาลีกาและลีกรองสเปนรวมกว่า 300 นัด กับทีมอย่าง ลาส พัลมาส, เซบีย่า, เลกาเนส, เรอัล บายาโดลิด, สปอร์ติง กิฆอน รวมถึงเคยไปลุยพรีเมียร์ลีกกับ สวอนซี ซิตี้ ฤดูกาล 2017/18 อีกด้วย

สรุป
ราชบุรีเดินเกมแบบทีมที่คิดไกลกว่าในประเทศ การได้เมซ่ามาเป็นคนประคองแดนกลาง คือการเพิ่ม “ความนิ่ง” และ “ความเก๋า” เพื่อยืนระยะในเกมชี้ชะตาบนเวทีเอเชีย โดยเฉพาะงานหนักอย่างการเจอกัมบะในรอบ 8 ทีม ที่พลาดนิดเดียวอาจจบทั้งทัวร์นาเมนต์
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : โรเก้ เมซ่า กับบทบาท “คุมจังหวะเกมใหญ่”
- มิดฟิลด์วัยเก๋ามักถูกใช้งานในเกมน็อกเอาต์ เพราะอ่านเกมและจัดระเบียบทีมได้ดีตอนโดนกดดัน
- การมีผู้เล่นที่ผ่านลีกระดับท็อป ช่วยให้ทีม “นิ่งขึ้น” เวลาเกมแกว่ง และลดความผิดพลาดกลางสนาม
- เกมกับทีมญี่ปุ่น จุดตัดสินมักอยู่ที่แดนกลาง ใครคุมจังหวะได้ก่อน โอกาสคุมรูปเกมจะสูงขึ้น
ขอบคุณรูปภาพจาก Ratchaburi FC
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล…อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM