ดราม่าหลังเกมที่ดัลลาร่า เกมใหญ่แต่ความคาใจยังอยู่
ศึก ยูโรปา ลีก รอบน็อกเอาต์เลกแรกที่สตาดิโอ เรนาโต้ ดัลลาร่า จบลงด้วยผล ผลบอล เสมอ 1-1 ระหว่าง โบโลญญ่า กับ โรม่า แต่เสียงนกหวีดกลับกลายเป็นประเด็นร้อนกว่าคะแนนบนสกอร์บอร์ด เมื่อฝั่งเจ้าบ้านออกมาแสดงความไม่พอใจต่อการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินที่พวกเขามองว่า “ปล่อยเกมหนัก” จนเกินขอบเขต
เกมอิตาเลียนดาร์บี้ในเวทียุโรป และกรรมการสไตล์ที่ไม่คุ้นมือ
แม้จะเป็นดวลกันเองของทีมจากอิตาลี แต่เมื่ออยู่ในรายการยุโรป จึงเป็นหน้าที่ของเชิ้ตดำจากต่างชาติ โดยเกมนี้ ผู้ตัดสิน คือ สเวน ยาบลอนสกี ชาวเยอรมัน และมีบาสเตียน ดานแคร์ตคุม VAR ซึ่งรูปแบบการปล่อยจังหวะปะทะของทีมงานเปา ถูกมองว่า “ต่างจากมาตรฐานที่โบโลญญ่าคุ้นเคย” และความต่างนั้นไปปะทุชัดเจนในจังหวะที่โรม่าได้ประตูตีเสมอ
ประเด็นจังหวะก่อนเสียประตู โบโลญญ่าชี้ควรเป็นฟาวล์
กุนซือวินเชนโซ่ อิตาเลียโน่ มองว่าจังหวะปะทะในช่วงขึ้นเกมของโรม่า ก่อนจะจบที่ลูกยิงตีเสมอ ควรถูกเป่าเป็นฟาวล์ได้ และนี่คือคำพูดจากเจ้าตัว (คงถ้อยคำเดิม)
“Remo Freuler was on the ball, I don’t know what intensity the contact was from Donyell Malen, but the referee could’ve given a foul there,”
แปลไทย: “เรโม่ ฟรอยเลอร์ครองบอลอยู่ ผมไม่รู้ว่าการปะทะของโดนเยลล์ มาเล่นมันหนักแค่ไหน แต่กรรมการสามารถเป่าเป็นฟาวล์ได้”

“The referee is German and perhaps he is used to doing things this way. He was too permissive overall, especially with Evan Ndicka, who limited Castro by pulling his shirt, pushing and holding his arm.
แปลไทย: “กรรมการเป็นชาวเยอรมัน บางทีเขาอาจคุ้นกับการตัดสินแบบนี้ เขาปล่อยเกมมากเกินไปโดยรวม โดยเฉพาะกับเอวาน เอ็นดิคก้า ที่เล่นกับคาสโตรด้วยการดึงเสื้อ ผลัก และรั้งแขน”
“If he had been booked, then perhaps it would’ve allowed Castro a little more freedom to actually play.”
แปลไทย: “ถ้าเขาโดนใบเหลืองตั้งแต่แรก บางทีคาสโตรคงมีอิสระในการเล่นมากกว่านี้”
VAR เช็กยาวก่อนให้ประตูผ่าน แต่ความรู้สึกฝั่งเจ้าบ้านยังค้าง
หลังลูกตีเสมอของลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ มีการเช็ก VAR อยู่นานพอสมควร ก่อนยืนยันให้เป็นประตู โดยจังหวะดังกล่าวมีการเบียดบังและต่อสู้กับแนวรับในพื้นที่สำคัญ ระหว่างจังหวะที่โดนเยลล์ มาเล่นพยายามสร้างทางให้บอลไปถึงคนยิง ซึ่งเป็นจุดที่ฝั่งโบโลญญ่าเชื่อว่ามี “ฟาวล์ในจังหวะเริ่มต้น” ที่ควรถูกจับ
โบโลญญ่านำก่อนจากแบร์นาร์เดสคี่ แต่โรม่าไล่ทัน
ในเกมที่ความตึงเครียดพุ่งตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง โบโลญญ่าได้ประตูขึ้นนำจากเฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ที่ปั่นโค้งสุดสวยเหมือนเปิดสวิตช์ให้ทั้งสนามเดือดพล่าน ทว่าหลังจากนั้น โรม่าไล่ตีเสมอได้สำเร็จ ทำให้ทุกอย่างยังไม่จบในเลกแรก และการลุ้นตั๋วยังเปิดกว้างแบบไม่มีใครได้เปรียบชัดเจน
ซานติอาโก้ คาสโตร เสริมไฟเดือด “โดนฟาวล์ตั้งหลายครั้ง แต่ไม่มีใบ”
ดาวเตะอย่างซานติอาโก้ คาสโตร ก็ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่าทีมรู้สึกเสียประโยชน์หลังจากขึ้นนำ โดยย้ำว่าตัวเองโดนทำฟาวล์หลายครั้งแต่ไม่มีการแจกใบเตือน
“I think we had a great performance, took the lead and should’ve kept hold of that,”
แปลไทย: “ผมคิดว่าเราทำได้ยอดเยี่ยม เราขึ้นนำแล้ว และควรรักษาสกอร์นั้นไว้ให้ได้”
“We can say the referee didn’t do well for us after our goal. I don’t think it’s possible that they had four or five fouls on me and no cards, but this is football and that’s how it works in Europe.”
แปลไทย: “เราพูดได้ว่าหลังจากเราได้ประตู กรรมการตัดสินไม่เป็นผลดีกับเรา ผมไม่คิดว่ามันเป็นไปได้ที่พวกเขาฟาวล์ผมสี่ห้าครั้งแล้วไม่มีใบเลย แต่ฟุตบอลมันก็แบบนี้ และในยุโรปมันเป็นแบบนี้”

ชี้ขาดเลกสองที่โอลิมปิโก้ ทุกอย่างยัง 50-50
ผลเสมอทำให้เลกสองที่สตาดิโอ โอลิมปิโก้ สัปดาห์หน้า กลายเป็นเกมตัดสินจริงแบบใครพลาดก่อนมีสิทธิ์หล่นทันที และด้วยบรรยากาศดราม่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่เลกแรก รับรองว่าเกมหน้า “เดือดกว่าเดิม” ทั้งในสนามและนอกสนาม โดยแฟนบอลสายตาม ผลบอลสด และ บ้านผลบอล ห้ามกระพริบตา
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : การตัดสินในฟุตบอลยุโรป
- กรรมการในถ้วยยุโรปมัก “ปล่อยจังหวะปะทะ” มากกว่าบางลีก เพื่อให้เกมไหลต่อเนื่องและลดการหยุดเกมถี่เกินไป
- VAR มีหน้าที่ตรวจเหตุการณ์สำคัญ (ประตู จุดโทษ ใบแดง ตัวตนผู้เล่น) แต่ไม่ได้ “เปลี่ยนสไตล์การเป่า” ของกรรมการในสนาม
- เกมเลกสองของรอบน็อกเอาต์มักเปลี่ยนอารมณ์เกมทันที เพราะสกอร์รวมและแรงกดดันทำให้จังหวะปะทะหนักขึ้นกว่าปกติ
แฟนบอลที่อยากตามทุกประเด็นเดือด ๆ และความเคลื่อนไหวลูกหนังแบบถึงใจ อย่าลืมติดตาม ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM ไว้ให้ดี