มิลานสะดุดจังหวะทอง แต่กลับโดนตอกให้ตื่น

เกมนี้คือโอกาสชัดๆ ของ เอซี มิลาน ที่จะต่อยอดโมเมนตัมหลังชนะดาร์บี้เหนือ อินเตอร์ แล้วฉวยจังหวะที่คู่แข่งสะดุดเพื่อไล่บี้จ่าฝูงให้เหลือแค่ 5 แต้ม แต่สุดท้ายกลายเป็นความพ่ายแพ้ 0-1 ที่สตาดิโอ โอลิมปิโก ทำให้ระยะห่างเพิ่มเป็น 8 แต้มทันที แถม นาโปลี ยังขยับมาห่างแค่นิดเดียวในอันดับสาม—สถานการณ์บีบให้ “ต้องคิดแบบเป็นจริง” มากกว่าฝันไกล

เกมรับโดนเจาะซ้ำๆ และจังหวะเดียวก็พังทั้งคืน

ภาพเกมชัดมาก: ลาซิโอเลือกโจมตีฝั่งขวาของมิลาน โดยเน้นบุกใส่ เปอร์วิส เอสตูปิญาน จนเกิดจังหวะชี้ขาด—เอสตูปิญานพลาดจังหวะทรงตัว ก่อนที่กุสตาฟ อิซัคเซ่นจะหลุดจากบอลยาวของอดัม มารูซิช แล้วจบสกอร์ผ่าน ไมค์ เมญอง กลายเป็นประตูเดียวของเกม และเป็น “หมัดเดียว” ที่ทำให้มิลานเจ็บยาว

อัลเลกรีชี้ชัด: เลิกพูดเรื่องแชมป์ แล้วกลับมามองเป้าหมายจริง

มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี มองว่าเกมครึ่งแรกทีมจัดระเบียบไม่ดีพอ ผิดพลาดเชิงเทคนิคเยอะเกินไป จนเปิดพื้นที่ให้โดนสวนกลับซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ครึ่งหลังมิลานจะเร่งเกม บุกมากขึ้น และมีความเข้มข้นกว่าเดิม แต่ “บุกแล้วไม่คม” ก็ไม่มีความหมายในฟุตบอลระดับนี้

“We knew the difficulties of this match, as the fans were returning to the stadium and it was very important for Lazio,”
แปลไทย: “เรารู้อยู่แล้วว่าเกมนี้ยาก เพราะแฟนบอลกลับเข้าสนาม และมันสำคัญกับลาซิโอมาก”

“Their first half was very strong, we should’ve been a little more organised and made fewer errors… but were unable to make it count with a goal. This is football.”
แปลไทย: “ครึ่งแรกเขาแข็งมาก เราน่าจะจัดระเบียบให้ดีกว่านี้และผิดพลาดให้น้อยลง…แต่เราทำให้มันเป็นประตูไม่ได้ นี่แหละฟุตบอล”

อัลเลกรียังย้ำด้วยว่า ตอนนี้มิลานต้อง “กดปุ่มรีเซ็ต” เพราะเสียงเชียร์เรื่องแชมป์หลังชนะอินเตอร์อาจพาทีมหลุดโฟกัสจากสิ่งที่ต้องทำจริงๆ นั่นคือโควตาไปเล่นถ้วยใหญ่ยุโรป โดยช่องว่างกับ ยูเวนตุส ในอันดับห้าก็เหลือแค่ 7 แต้ม—พลาดอีกนิด เกมลุ้น UCL จะร้อนเป็นไฟ

“What we absolutely must do now is press the reset button… but we have to be realistic in life,”
แปลไทย: “สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือกดปุ่มรีเซ็ต…เราต้องเป็นจริงกับชีวิต”

“We need to remember that the objective is Champions League qualification, otherwise we risk destroying all that we have built over the last six months.”
แปลไทย: “เราต้องจำไว้ว่าเป้าหมายคือการไปเล่นแชมเปียนส์ลีก ไม่งั้นเรามีโอกาสทำลายทุกอย่างที่สร้างมาตลอด 6 เดือน”

เลเอาหงุดหงิดตอนโดนเปลี่ยน—อารมณ์เดือดจนทีมต้องเข้าห้าม

ประเด็นที่แฟนบอลจับตาคือช่วงนาทีที่ 68 เมื่อ ราฟาเอล เลเอา ถูกเปลี่ยนตัวออก แล้วแสดงอาการไม่พอใจชัดเจน เดินออกช้าแบบตั้งใจจนเมญองต้องวิ่งมาดันให้รีบออกจากสนาม จากนั้นเลเอายังไม่รับอ้อมกอดจากอัลเลกรี และมีจังหวะเตะขวดน้ำแถวซุ้มม้านั่งสำรอง—ภาพมันฟ้องว่าอารมณ์กำลังเดือด

อัลเลกรีอธิบายว่า เลเอาหงุดหงิดเพราะมีหลายจังหวะที่ควรได้รับบอลที่ “ดีกว่านี้” ทำให้ความโมโหปะทุขึ้นระหว่างเกม

“Leao was a bit annoyed because he had some situations where he could’ve had better service…”
แปลไทย: “เลเอาหงุดหงิดนิดหน่อย เพราะมีบางสถานการณ์ที่เขาน่าจะได้รับการจ่ายบอลที่ดีกว่านี้…”

ราบิโอต์ไม่อยู่ เกมกลางหลวม—ครึ่งแรกพลาดเองจนโดนสวนไม่หยุด

อีกจุดที่ถูกพูดถึงคือการขาด อาเดรียง ราบิโอต์ (ติดโทษแบน) ซึ่งอาจมีผลต่อความแน่นของแดนกลาง อย่างไรก็ตาม อัลเลกรีไม่เห็นด้วยกับคำว่า “มิลานเล่นตั้งรับหรือถอยต่ำ” แต่ย้ำว่าเป็นเพราะทีมเสียบอลง่าย ผิดพลาดเชิงเทคนิค และแพ้ดวลหลายครั้งในครึ่งแรก จนเปิดพื้นที่ด้านหลังให้คู่แข่งสวนกลับอันตรายเกินควบคุม

“I think we made too many technical errors in the first half and allowed far too many counter-attacks…”
แปลไทย: “ผมคิดว่าเราผิดพลาดเชิงเทคนิคมากไปในครึ่งแรก และปล่อยให้โดนสวนกลับมากเกินไป…”

“After the break, we were a lot stronger into those duels… It’s difficult to explain why they were soft in those duels…”
แปลไทย: “หลังพักครึ่งเราแข็งขึ้นมากในการปะทะ…อธิบายยากว่าทำไมครึ่งแรกถึงนิ่มในจังหวะแบบนั้น”

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : การรับมือเกมสวนกลับในฟุตบอล

  • หากเสียบอลในแดนบน “ต้องเพรสคืนทันที” ไม่อย่างนั้นพื้นที่ด้านหลังจะกลายเป็นของคู่แข่งในพริบตา
  • เกมสวนกลับอันตรายที่สุดมักเกิดจาก “เสียบอลจากความผิดพลาดง่ายๆ” มากกว่าการโดนเจาะด้วยแท็กติกซับซ้อน
  • การชนะดวลตัวต่อตัว (duels) ในแดนกลาง คือกุญแจสำคัญในการตัดจังหวะสวนกลับก่อนจะลุกลามเป็นโอกาสยิง

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะเดือดๆ ของวงการลูกหนัง อย่าลืมติดตาม ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM ไว้ด้วย