ผู้อำนวยการกีฬา คือหัวใจของงานฟุตบอลหลังฉาก
ในฟุตบอลสมัยใหม่ โดยเฉพาะเวที บุนเดสลีกา คนที่กำหนดทิศทางทีมไม่ได้มีแค่โค้ชหรือบอร์ดบริหาร แต่ยังมี “ผู้อำนวยการกีฬา” หรือ sporting director ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่ดูแลภาพรวมด้านฟุตบอลของสโมสรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเสริมทัพ วางโครงสร้างทีม แต่งตั้งโค้ช หรือกำหนดแนวทางระยะยาวของสโมสร
ชื่ออย่าง คริสตอฟ ฟรอยด์ ของบาเยิร์น มิวนิค, เซบาสเตียน เคห์ล ของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และซิมอน โรลเฟส ของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ต่างสะท้อนชัดว่าคนตำแหน่งนี้มีผลต่ออนาคตทีมแบบเต็มตัว

หน้าที่ต่างจากโค้ชอย่างไร
โค้ชมีหน้าที่หลักในสนาม ทั้งการซ้อม วางแท็กติก และจัดตัวผู้เล่น แต่ผู้อำนวยการกีฬาจะดูแลเรื่องใหญ่กว่านั้น ตั้งแต่ซื้อขายนักเตะ ต่อสัญญา วางแผนขุมกำลัง ไปจนถึงการเลือกคนที่เหมาะจะเข้ามาคุมทีม
พูดง่าย ๆ คือโค้ชรับผิดชอบผลงานตรงหน้า ส่วนผู้อำนวยการกีฬารับผิดชอบทิศทางของทีมในระยะยาว และมักเป็นตัวกลางสำคัญระหว่างเฮดโค้ชกับฝ่ายบริหาร

คนแบบไหนถึงเหมาะกับตำแหน่งนี้
หลายคนที่ขึ้นมาทำงานนี้มักเป็นอดีตนักเตะหรือคนที่คลุกคลีกับวงการฟุตบอลมานาน เพราะต้องเข้าใจทั้งเรื่องเกม เรื่องคน และแรงกดดันในระดับสโมสรอาชีพ
ซิมอน โรลเฟส และเซบาสเตียน เคห์ล คือสองตัวอย่างชัดเจนของอดีตแข้งที่ผันตัวมาทำงานบริหารได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ในอีกมุมหนึ่ง คนที่มีพื้นฐานด้านธุรกิจหรือการจัดการก็สามารถก้าวขึ้นมาสู่บทบาทนี้ได้เช่นกัน หากมีวิสัยทัศน์และเข้าใจฟุตบอลอย่างลึกซึ้ง
งานนี้ไม่ได้มีแค่ซื้อขายนักเตะ
บทบาทของผู้อำนวยการกีฬาไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดนักเตะ แต่ยังรวมถึงการกำหนด “แนวทางฟุตบอล” ของทั้งสโมสร ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงทีมชุดใหญ่ รวมถึงเป็นที่ปรึกษาให้ทั้งนักเตะและโค้ชในหลายสถานการณ์
มิชาเอล ซอร์ค อดีตผู้บริหารของดอร์ทมุนด์เคยอธิบายไว้ชัดเจนว่า
“I’m responsible for the philosophy at the club, from the youth to the first team.”
“ผมรับผิดชอบปรัชญาฟุตบอลของสโมสร ตั้งแต่ทีมเยาวชนไปจนถึงทีมชุดใหญ่”

และอีกประโยคที่สะท้อนบทบาทนี้ได้ดีคือ
“The CEO handles the budget you have, but as well as buying, selling and extending players’ contracts, I’m also someone they can talk to besides the coach.”
“ซีอีโอเป็นคนดูแลงบประมาณ แต่หน้าที่ของผมไม่ได้มีแค่ซื้อ ขาย หรือต่อสัญญานักเตะเท่านั้น ผมยังเป็นอีกคนที่นักเตะสามารถเข้ามาพูดคุยได้ นอกเหนือจากโค้ช”
แต่ละสโมสรใช้โครงสร้างเหมือนกันหรือไม่
แม้หน้าที่จะใกล้เคียงกัน แต่ชื่อเรียกของตำแหน่งนี้ในแต่ละสโมสรอาจต่างกันออกไป เช่น Sportdirektor, Sportvorstand หรือ Director Profifußball ขึ้นอยู่กับโครงสร้างภายในของแต่ละทีม
บางสโมสรอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ยังแยกบทบาทออกเป็นหลายชั้น โดยมีทั้ง sporting director และ board member for sport ทำงานร่วมกัน เพื่อให้การบริหารทีมมีความละเอียดและชัดเจนมากขึ้น

สรุป
ผู้อำนวยการกีฬาคือหนึ่งในตำแหน่งที่ทรงพลังที่สุดในสโมสรฟุตบอลยุคใหม่ โดยเฉพาะในเยอรมนีที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้างการบริหารอย่างมาก คนตำแหน่งนี้อาจไม่ใช่คนที่ยืนสั่งเกมข้างสนามทุกนัด แต่คือผู้ที่กำหนดว่าทีมจะเดินหน้าไปทางไหนในอีกหลายปีข้างหน้า
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ: ผู้อำนวยการกีฬา
- ผู้อำนวยการกีฬามักดูแลภาพรวมฟุตบอลทั้งระบบ ตั้งแต่ทีมเยาวชนถึงทีมชุดใหญ่
- หลายสโมสรในเยอรมนีแยกบทบาทโค้ชกับฝ่ายบริหารฟุตบอลออกจากกันอย่างชัดเจน
- หลายคนที่ทำงานนี้เป็นอดีตนักเตะ จึงเข้าใจทั้งห้องแต่งตัวและวัฒนธรรมของสโมสร
แฟนบอลที่อยากตามเรื่องลูกหนังให้ลึกกว่าผลการแข่งขัน อย่าลืมติดตาม ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM ไว้ให้ดี เพราะฟุตบอลไม่ได้ตัดสินกันแค่ในสนามเท่านั้น