เกมนี้เดือดกว่าที่สกอร์บอก

ศึก บุนเดสลีกา นัดนี้จบลงแบบเจ็บแสบสำหรับ ไอน์ทรัคท์ แฟร้งค์เฟิร์ต หลังเป็นฝ่ายออกนำ โคโลญจน์ 2-0 ในช่วงครึ่งหลัง แต่สุดท้ายกลับปล่อยให้ทีมเยือนฮึดตามตีเสมอ 2-2 แบบหน้าชา โดยผู้ปลุกเกมคัมแบ็กของโคโลญจน์คือ ยาคุบ คามินสกี้ และ อเลสซิโอ คาสโตร-มอนเตส ที่ช่วยกันดึงแต้มสำคัญกลับออกมาได้สำเร็จ

ครึ่งแรกเปิดหน้าแลก แต่ยังไม่มีใครคมพอ

แมตช์นี้เปิดฉากมาแบบไม่ต้องวอร์ม โคโลญจน์เกือบช็อกแฟนเจ้าถิ่นตั้งแต่นาทีแรก เมื่อ คามินสกี้ ได้ลุ้นก่อน และ รักนาร์ อาเคอ ก็มีจังหวะซ้ำ แต่ มิคาเอล เซทเทอเรอร์ ยังช่วยแฟร้งค์เฟิร์ตรอดเอาไว้ได้ จากนั้นเกมค่อยๆ ไหลไปอยู่ในมือเจ้าบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะฝั่ง อาร์โนด์ คาลิมูเอนโด้ ที่ปั่นป่วนแนวรับทีมเยือนได้ตลอด อย่างไรก็ตาม มาร์วิน ชเวเบอ ยังยืนหยัดเซฟสำคัญหลายครั้ง จนจบ 45 นาทีแรกแบบไร้สกอร์

แฟร้งค์เฟิร์ตเร่งเครื่อง ยิงสองดอกเหมือนจะปิดจ๊อบ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในครึ่งหลังเมื่อ ฟาแรส ไชบี ถูกส่งลงมาและสร้างอิมแพ็กต์ทันที เขาลากไปสุดเส้นก่อนปาดให้ โยนาธาน บัวร์คาร์ดท์ ชาร์จเข้าไปไม่พลาดในนาที 66 ส่งแฟร้งค์เฟิร์ตขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่อีกเพียง 3 นาทีถัดมา คาลิมูเอนโด้ จะซัดเต็มข้อเป็น 2-0 ทำเอาบรรยากาศในสนามเหมือนเกมกำลังจะปิดฝาเรียบร้อย

แต่โคโลญจน์ไม่ยอมตาย ไล่คืนแบบคนดูต้องลุกจากเก้าอี้

แทนที่จะแตก โคโลญจน์กลับตอบโต้ทันควัน คามินสกี้โชว์ของด้วยการพาบอลฝ่าแนวรับหลายคน ก่อนจบด้วยซ้ายอย่างเฉียบขาดในนาที 70 ไล่มาเป็น 2-1 และจุดไฟให้ทีมเยือนกลับมามีชีวิตทันที

ช่วงท้ายเกม เรอเน่ วากเนอร์ ตัดสินใจเสี่ยงเปลี่ยนเกมหลายตำแหน่ง และมันเห็นผลแบบตรงเป้า เมื่อ คาสโตร-มอนเตส ที่เพิ่งลงสนามได้แค่ 34 วินาที วิ่งเข้ามาชาร์จจังหวะเปิดของ มาริอุส บึลเทอร์ ตีเสมอ 2-2 ในนาที 83 ชนิดแฟร้งค์เฟิร์ตยืนงงกันทั้งแผงหลัง

ช่วงทดเจ็บแฟร้งค์เฟิร์ตบุกหนัก แต่ไม่เด็ดขาดพอ

หลังโดนตีเสมอ เจ้าถิ่นพยายามโหมเต็มกำลังในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 7 นาที มีทั้งจังหวะโหม่งของ ยูเนส เอบนูตาลิบ และโอกาสลุ้นของ อาร์ตูร์ เตอาต แต่สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมด้วยการแบ่งแต้มที่อารมณ์คนละเรื่อง แฟร้งค์เฟิร์ตเหมือนทำหล่นสองแต้ม ขณะที่โคโลญจน์ฉลองแต้มเดียวราวกับคว้าชัยชนะ

คนที่เด่นที่สุดในสนาม

ยาคุบ คามินสกี้ คือชื่อที่ต้องถูกพูดถึงมากที่สุดในเกมนี้ ปีกชาวโปแลนด์ยิง 1 ประตู พาทีมกลับเข้าสู่เกมอีกครั้ง แถมยังเป็นนักเตะที่ยิงมากที่สุดในสนามถึง 7 ครั้ง และวิ่งรวม 11.7 กิโลเมตร มากที่สุดในบรรดาผู้เล่นโคโลญจน์ จึงไม่แปลกที่เขาจะคว้ารางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ไปครอง

ตัวเลขสำคัญหลังจบเกม

ในเชิงสถิติ เกมนี้สูสีเกินกว่าสกอร์นำห่างของแฟร้งค์เฟิร์ตจะบอกได้ เพราะค่า xGoals ออกมาที่ แฟร้งค์เฟิร์ต 2.51 ต่อ โคโลญจน์ 2.98 สะท้อนว่าทีมเยือนเองก็สร้างอันตรายได้ไม่น้อย บัวร์คาร์ดท์เป็นผู้เล่นที่ทำความเร็วสูงสุดของเกมที่ 34.4 กม./ชม. ขณะที่คามินสกี้ยิงประตูตีตื้นจากโอกาสที่มีความน่าจะเป็นเพียง 14 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

บทสรุปของเกม

ผลเสมอนัดนี้ทำให้โคโลญจน์ขยับหนีโซนอันตรายออกไปเป็น 6 คะแนน ส่วนแฟร้งค์เฟิร์ตยังรั้งอันดับ 7 และพลาดโอกาสสำคัญในการลดช่องว่างพื้นที่ฟุตบอลยุโรป เกมนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสกอร์ 2-2 แต่คือบทเรียนชัดๆ ว่าในลีกระดับนี้ หากปิดเกมไม่คมพอ ต่อให้คุมสถานการณ์ไว้แทบทั้งหมดก็พร้อมโดนลงโทษได้ทุกเมื่อ

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับเกม แฟร้งค์เฟิร์ต พบ โคโลญจน์

  • โคโลญจน์ลงเล่นเกมนี้ภายใต้การคุมทีมชั่วคราวของ เรอเน่ วากเนอร์ หลังแยกทางกับ ลูคัส ควาสนิโอค จากเกมก่อนหน้านี้
  • ฟาแรส ไชบี และ คาสโตร-มอนเตส ต่างเป็นตัวสำรองที่เปลี่ยนทิศทางเกมได้ชัดเจน ฝั่งหนึ่งแอสซิสต์ให้ขึ้นนำ อีกฝั่งหนึ่งลงมาไม่ถึงนาทีก็ยิงตีเสมอ
  • แม้แฟร้งค์เฟิร์ตจะเสียสองแต้ม แต่ คาลิมูเอนโด้ และเกมรุกฝั่งซ้ายของพวกเขายังเป็นจุดอันตรายที่คู่แข่งต้องระวังในนัดต่อๆ ไป

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบเข้มข้น อ่านสนุก และได้อารมณ์เกมเต็มๆ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM