ฟาน ไดค์ เปิดอก ขอโทษแฟนบอลหลังหงส์แดงพังทั้งเกมและผลการแข่งขัน

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กัปตันแนวรับของลิเวอร์พูล ออกมายอมรับแบบไม่อ้อมค้อมว่า มีบางจังหวะในเกมที่ทีมดูเหมือนจะยอมแพ้ไปเอง หลังถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไล่ถล่ม 0-4 จนต้องกระเด็นตกรอบก่อนรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ แบบเจ็บลึกทั้งสกอร์และสภาพจิตใจ

เกมนี้เล่นกันที่เอติฮัด สเตเดี้ยม และทุกอย่างพังเร็วเกินกว่าที่แฟนลิเวอร์พูลจะตั้งตัวทัน เพราะยังไม่ถึงชั่วโมงแรกของการแข่งขัน ทีมของอาร์เน่อ สล็อตก็ตกเป็นรองถึงสี่ประตูแล้ว ก่อนจบลงด้วยความพ่ายแพ้ที่ไม่เหลือข้อแก้ตัว ทั้งรูปเกม ความดุดัน และแรงตอบโต้ที่ควรมีในแมตช์ใหญ่กลับหายไปเกือบหมด

ความพ่ายแพ้ที่เจ็บที่สุด ไม่ใช่แค่สกอร์ แต่คือท่าทีในสนาม

ประเด็นที่ทำให้เกมนี้หนักหนากว่าคำว่าแพ้ คือการที่ฟาน ไดค์ ยอมรับเองว่าทีมมีอาการเหมือนถอดใจในบางช่วง ทั้งที่ในเกมระดับนี้ ต่อให้ตามหลัง การยืนหยัดสู้คือสิ่งที่แฟนบอลต้องการเห็นมากที่สุด

เขากล่าวว่า
” ผมต้องขอโทษแฟนบอลสำหรับสิ่งที่เราแสดงให้เห็น โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นในครึ่งหลัง แน่นอนว่าคุณลงสนามพร้อมกับความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า โดยหวังว่าจะยิงประตูไล่ตาม 1-2 ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อเปลี่ยนเกม”

และอีกช่วงหนึ่งที่สะท้อนความผิดหวังอย่างชัดเจน เขาระบุว่า
“สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม และการจะกลับมาจากสกอร์ 0-3 ที่นี่ (เอติฮัด สเตเดี้ยม) นั้นยากมากอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ควรยอมแพ้ และบางที นั่นอาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในบางช่วงของเกม พวกเราทำให้แฟนบอลผิดหวัง ทำให้ตัวเองผิดหวัง และรวมถึงผู้จัดการทีมด้วย”

ครึ่งหลังที่แฟนหงส์ไม่อยากจดจำ

สิ่งที่ฟาน ไดค์ เน้นย้ำมากที่สุด คือความเจ็บปวดจากฟอร์มในครึ่งหลัง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลิเวอร์พูลเสียทั้งทรงบอล เสียทั้งความมั่นใจ และปล่อยให้แมนฯ ซิตี้ เล่นตามจังหวะของตัวเองอย่างเต็มรูปแบบ

เจ้าตัวกล่าวปิดท้ายอย่างเจ็บแสบว่า
“ต้องยอมรับว่าวิธีการเล่นของเรา โดยเฉพาะในครึ่งหลัง ทำให้ทุกคนรู้สึกเจ็บปวด และมันก็ทำให้ผมเจ็บปวดอย่างมากเช่นกัน”

คำพูดนี้ไม่ใช่แค่การขอโทษตามมารยาทหลังเกม แต่มันคือการยอมรับจากปากกัปตันทีมว่า ลิเวอร์พูลในแมตช์นี้ต่ำกว่ามาตรฐานของตัวเองอย่างชัดเจน และต่ำกว่าที่แฟนบอลพร้อมจะให้อภัยได้ง่ายๆ

ลิเวอร์พูลต้องรีบลุก เพราะของจริงรออยู่ข้างหน้า

แม้จะหมดเส้นทางในบอลถ้วยรายการนี้ไปแล้ว แต่ลิเวอร์พูลไม่มีเวลาจมอยู่กับความผิดหวังนานนัก เพราะโปรแกรมต่อไปคือศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งฟาน ไดค์ มีคิวเป็นผู้นำทีมลงสู้ศึกทันที

ความพ่ายแพ้ต่อแมนฯ ซิตี้ จึงไม่ใช่แค่ผลตกรอบ แต่มันคือสัญญาณเตือนแรงๆ ว่า หากลิเวอร์พูลยังเสียทรงง่ายแบบนี้ เกมระดับยุโรปอาจโหดกว่านี้หลายเท่า และคราวหน้าพวกเขาอาจไม่ได้แค่แพ้ แต่เสียความเชื่อมั่นทั้งทีมในช่วงโค้งสำคัญของฤดูกาล

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และบทบาทกัปตันทีม

  • ฟาน ไดค์ เป็นนักเตะที่มักออกมารับผิดชอบต่อหน้าสื่อหลังเกมใหญ่เสมอ โดยเฉพาะเวลาที่ทีมทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน
  • ในเกมระดับน็อกเอาต์ ความแข็งแกร่งทางใจมีผลพอๆ กับแท็กติก เพราะเมื่อเสียประตูติดกัน ทีมที่คุมอารมณ์ไม่ได้มักหลุดทั้งระบบ
  • กัปตันทีมที่ดีไม่ได้มีหน้าที่แค่ปลุกเพื่อนในสนาม แต่ต้องกล้ายอมรับความจริงหลังเกม ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟาน ไดค์ แสดงออกอย่างชัดเจนในครั้งนี้

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้อาจเจ็บ แต่สำหรับแฟนบอลตัวจริง มันคืออีกบทพิสูจน์ว่าทีมใหญ่จะกลับมาได้หรือไม่ ไม่ได้วัดตอนวันที่ชนะ แต่วัดตอนวันที่ล้มแล้วลุกอย่างไร ติดตามทุกประเด็นร้อนของโลกฟุตบอล ข่าวไว บทวิเคราะห์เข้ม และเรื่องเด็ดจากขอบสนามได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM