ประเด็นร้อนที่ไม่ใช่แค่เรื่องในสนาม

วงการฟุตบอลสเปนมีเรื่องให้พูดถึงอีกระลอก เมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ แนวรุกตัวจี๊ดของ เรอัล มาดริด ออกมาส่งสารสนับสนุนไปถึง ลามีน ยามาล ดาวรุ่งของบาร์เซโลนาแบบชัดถ้อยชัดคำ หลังแข้งวัย 18 ปีต้องเผชิญเหตุไม่เหมาะสมจากแฟนบอลบางส่วน ระหว่างเกมอุ่นเครื่องที่ทีมชาติสเปนเสมอกับอียิปต์แบบไร้สกอร์เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่สนาม RCDE Stadium.

ลามีน ยามาล ไม่เงียบ และเลือกตอบโต้ด้วยจุดยืน

รายงานระบุว่าในเกมดังกล่าว มีแฟนบอลเจ้าถิ่นบางส่วนตะโกนข้อความพาดพิงชาวมุสลิมใส่ฝั่งคู่แข่ง ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับยามาลที่นับถือศาสนาอิสลามโดยตรง ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมาแสดงความอัดอั้นผ่านโซเชียลมีเดีย และเรียกร้องให้แฟนบอลทำได้ดีกว่านี้ เพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นในโลกฟุตบอลยุคใหม่.

วินิซิอุสออกโรงหนุนเต็มที่ เสียงจากคู่แข่งที่ทรงพลังเกินคำว่าคู่แข่ง

หนึ่งสัปดาห์หลังเหตุการณ์ดังกล่าว วินิซิอุส จูเนียร์ ใช้โอกาสระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อ ออกมาหนุนหลังยามาลอย่างเปิดเผย พร้อมส่งสารต่อต้านการเหยียดแบบไม่ไว้หน้าใคร โดยคำพูดของเขาสะท้อนชัดว่า เรื่องแบบนี้ต้องถูกต่อสู้ร่วมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งแบกไว้ลำพัง.

I hope Lamine can continue this fight against racism as well. We have money, but poor black people have more difficulties than we do. I’m not saying that Spain, Germany, or Portugal are racist countries, but there are racists in every country, and if we fight together, hopefully other players and people will stop suffering these things.

“ผมหวังว่าลามีนจะสานต่อการต่อสู้กับการเหยียดผิวนี้ต่อไปเช่นกัน พวกเรามีเงินก็จริง แต่คนผิวดำที่ยากจนต้องเผชิญความยากลำบากมากกว่าพวกเรา ผมไม่ได้บอกว่าสเปน เยอรมนี หรือโปรตุเกสเป็นประเทศเหยียดผิว แต่ในทุกประเทศย่อมมีคนแบบนั้นอยู่ และถ้าเราช่วยกันต่อสู้ หวังว่านักเตะและผู้คนอีกมากจะไม่ต้องทนทุกข์กับเรื่องแบบนี้อีก”

นี่คือพลังของฟุตบอลที่ใหญ่กว่าสีเสื้อ

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่คำพูดของวินิซิอุส แต่คือจังหวะที่นักเตะจาก เรอัล มาดริด เลือกยืนเคียงข้างแข้งจาก บาร์เซโลนา ในประเด็นอ่อนไหวระดับสังคม มันตอกย้ำชัดว่าเมื่อพ้นจากเกมแห่งความเป็นอริร่วมลีก ฟุตบอลยังมีพื้นที่สำหรับความเป็นมนุษย์ ความเข้าใจ และการปกป้องกันในวันที่ใครบางคนต้องเผชิญแรงกระแทกจากความเกลียดชัง.

บทสรุป

เหตุการณ์นี้อาจเริ่มจากเกมอุ่นเครื่องธรรมดา แต่แรงสะเทือนที่ตามมากลับไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย เพราะมันเผยให้เห็นว่าปัญหาการเหยียดในฟุตบอลยังไม่หายไปไหน และทุกเสียงจากคนในวงการยังจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเสียงนั้นมาจากนักเตะระดับแถวหน้าที่กล้าพูด กล้ายืนหยัด และกล้าหนุนหลังคนที่กำลังเผชิญความไม่ยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : การต่อต้านการเหยียดในฟุตบอล

  • การออกมาพูดของนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ มักช่วยเพิ่มแรงกดดันให้สังคมฟุตบอลต้องจริงจังกับปัญหาการเหยียดมากขึ้น
  • กรณีที่นักเตะต่างสโมสรหนุนหลังกันในประเด็นสังคม มักสะท้อนว่าความเป็นมนุษย์สำคัญกว่าความเป็นคู่แข่ง
  • โซเชียลมีเดียกลายเป็นช่องทางสำคัญที่นักเตะใช้ส่งสาร ตอบโต้เหตุไม่เหมาะสม และเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง

แฟนบอลที่อยากตามทุกประเด็นร้อนในโลกลูกหนังแบบเข้มข้น ชัดลึก และถึงอารมณ์ อย่าลืมติดตาม ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM กันไว้ให้ดี เพราะทุกข่าวใหญ่ เราพร้อมขยี้ต่อให้ถึงแก่น