เกมนี้โบโลญญ่าไม่ได้แย่ แต่แผลเดิมกลับเล่นงานซ้ำ

ความปราชัย 1-3 ของ โบโลญญ่า ต่อ แอสตัน วิลล่า ในยูโรปา ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก เป็นเกมที่ทำเอาแฟนเจ้าถิ่นได้แต่กัดฟัน เพราะรูปเกมไม่ได้เป็นรองแบบหมดสภาพ แต่สิ่งที่ฆ่าทีมตัวเองอีกครั้งก็คือความผิดพลาดจังหวะสำคัญ ทั้งเกมรับที่หลุดง่าย การเสียประตูจากลูกตั้งเตะ และการเล่นจากแดนหลังที่ยังกลายเป็นระเบิดเวลาของทีมนี้อยู่เหมือนเดิม

โบโลญญ่ามีจังหวะตอบโต้และสร้างโอกาสได้ไม่น้อย แถมยังชนเสาถึงสองครั้ง และเคยส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายจาก ซานติอาโก้ คาสโตร ด้วย แต่สุดท้ายโดนจับล้ำหน้าแบบเฉียดนิดเดียว ชนิดที่แฟนบอลต้องสบถเบา ๆ ว่านี่มันคืนของคนดวงไม่ดีชัด ๆ

อิตาเลียโน่ชี้ชัด แพ้เพราะแจกเอง ไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้

วินเชนโซ่ อิตาเลียโน่ ยอมรับแบบไม่อ้อมค้อมว่า ทีมของเขาอยู่ในเกมและทำได้ตามแผนอยู่หลายช่วง แต่พอพลาดเมื่อไร แอสตัน วิลล่าก็ลงโทษทันทีแบบไม่ต้องมีรอบสอง ซึ่งนั่นคือความต่างของทีมใหญ่กับทีมที่ยังต้องเรียนรู้บนเวทียุโรป

คำพูดหนึ่งของกุนซือโบโลญญ่าที่ชัดมากคือ
“If you make certain mistakes against them, you will be punished.”
แปลไทย: “ถ้าคุณพลาดบางจังหวะใส่ทีมแบบนี้ คุณจะโดนลงโทษทันที”

อีกประโยคที่สะเทือนแฟนบอลไม่เบาคือ
“Aston Villa will win the Europa League.”
แปลไทย: “แอสตัน วิลล่า จะเป็นแชมป์ยูโรปา ลีก”

ประโยคนี้ไม่ใช่คำยกยอแบบเสียไม่ได้ แต่มันคือการยอมรับตรง ๆ ว่า วิลล่าเป็นทีมที่เฉียบคมมากพอจะฉวยทุกเศษทุกเสี้ยวของความผิดพลาดไปเปลี่ยนเป็นประตูได้ทั้งหมด

รูปเกมตึงมือ แต่สกอร์สะท้อนความคมของวิลล่ามากกว่า

ประตูแรกของทีมเยือนมาจากจังหวะเตะมุมที่แนวรับโบโลญญ่าจัดการไม่เด็ดขาด ก่อนที่ เอซรี่ คอนซ่า จะลงโทษแบบไม่ปรานี จากนั้นประตูที่สองก็มาจากความผิดพลาดในการต่อบอลจากแนวหลัง เปิดทางให้ โอลลี่ วัตกิ้นส์ ซัดไม่เหลือ ส่วนประตูตีไข่แตกของ โจนาธาน โรว์ ที่เหมือนจะช่วยจุดความหวัง ก็ถูกดับแทบจะทันทีเมื่อวัตกิ้นส์มาบวกเพิ่มอีกลูกช่วงทดเวลา

พูดง่าย ๆ คือ โบโลญญ่าเล่นไม่ได้ขี้เหร่ แต่ วิลล่าเล่นแบบทีมที่รู้ว่าต้องเชือดตรงไหน และเชือดแล้วไม่ปล่อยให้คู่แข่งฟื้น เหมือนนักมวยที่ไม่ต่อยมั่ว แต่ต่อยทุกหมัดแล้วเข้าเต็มหน้า

ปัญหาเดิมของโบโลญญ่า ยังไม่เคยหายไปจริง

อิตาเลียโน่ยอมรับด้วยว่า ปัญหาสำคัญของทีมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเกมนี้ แต่เป็นเรื่องที่วนกลับมาให้เห็นทั้งฤดูกาล นั่นคือการขาดสมาธิในบางจังหวะของเกม โดยเฉพาะช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออย่างก่อนพักครึ่ง หลังพักครึ่ง และท้ายเกม ซึ่งกลายเป็นช่วงที่ทีมเสียประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นี่แหละเรื่องที่น่าเจ็บใจที่สุด เพราะถ้าวัดกันที่การสร้างโอกาส โบโลญญ่าไม่ได้ด้อยจนหมดทางสู้ แต่ฟุตบอลระดับนี้ไม่แจกคะแนนความพยายาม มันให้รางวัลเฉพาะทีมที่นิ่งกว่า คมกว่า และไม่ทำตัวเองล้มก่อนคู่แข่งจะผลัก

นัดสองยังมีลุ้นไหม หรือเหลือแค่ปาฏิหาริย์

กุนซือโบโลญญ่ายังไม่ยอมโยนธงขาว เขามองว่าการคัมแบ็กในนัดสองที่วิลล่า พาร์ค อาจต้องใช้ “ปาฏิหาริย์ทางกีฬา” แต่ก็ยังเชื่อว่าในฟุตบอลยุโรปอะไรก็เกิดขึ้นได้ ทว่าเมื่อดูจากสกอร์ 1-3 และผลงานก่อนหน้านี้ที่โบโลญญ่าเคยแพ้ที่สนามแห่งนี้มาแล้วทั้ง 2-0 ในเดือนตุลาคม 2024 และ 1-0 เมื่อต้นฤดูกาลนี้ งานนี้บอกเลยว่าไม่ใช่ภูเขาเล็ก ๆ ที่จะปีนผ่านง่าย ๆ

สรุป

โบโลญญ่าแพ้เกมนี้เพราะเรื่องเดิม ๆ ที่ยังแก้ไม่ขาด ส่วน แอสตัน วิลล่า ชนะเพราะเล่นแบบทีมลุ้นแชมป์เต็มตัว ฉวยทุกจังหวะที่คู่แข่งเผลอ แล้วเปลี่ยนมันเป็นความได้เปรียบแบบเลือดเย็น หากนัดสองเจ้าบ้านจากอิตาลีจะพลิกสถานการณ์ได้จริง พวกเขาต้องเลิกพลาดเองก่อนเป็นอย่างแรก ไม่อย่างนั้นต่อให้เล่นดีแค่ไหน สุดท้ายก็ได้แค่ยืนมองอีกฝ่ายฉลองอยู่ดี

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ โบโลญญ่า พบ แอสตัน วิลล่า

  • โบโลญญ่ามีโอกาสสำคัญหลายครั้งในเกมนี้ ทั้งชนเสา 2 หน และมีประตูที่ถูกริบเพราะล้ำหน้าแบบเฉียดเดียว
  • แอสตัน วิลล่า ลงโทษความผิดพลาดของคู่แข่งได้แทบทุกครั้งที่มีช่อง โดยเฉพาะลูกตั้งเตะและการเพรสจังหวะเปลี่ยนเกม
  • อิตาเลียโน่มองตรงกันข้ามกับสกอร์อยู่จุดหนึ่ง คือฟอร์มโดยรวมของทีมไม่แย่ แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ทำให้เกมทั้งเกมพัง

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของเกมยุโรปแบบเข้ม ๆ คม ๆ และไม่เอาใจใคร อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM